• Fri. Jun 19th, 2026

ลุยตลาดดัง ผุดไอเดียฟื้นชีวิต‘ตึกแถว’ เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจเมือง | เดลินิวส์

ลุยตลาดดัง-ผุดไอเดียฟื้นชีวิต‘ตึกแถว’-เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจเมือง-|-เดลินิวส์ลุยตลาดดัง ผุดไอเดียฟื้นชีวิต‘ตึกแถว’ เพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจเมือง | เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียง เขตสาทร-พญาไท บริเวณ ตลาดนัดกระทรวงการคลัง-ซอยอารีย์ พบปะพี่น้องประชาชนและกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ โดยบรรยากาศในช่วงพักเที่ยงเป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเองบางคนได้นำพวงมาลัยดอกไม้ดาวเรือง รวมถึงกับข้าวถุงมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ รวมทั้งมาขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกกันอีกด้วย

นายชัชชาติ กล่าวถึง นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวม ฟื้นชีวิตตึกแถว ส่งเสริม SME รุ่นใหม่ว่า นโยบายสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของ กทม. ผ่านแนวคิดฟื้นชีวิตตึกแถว โดยตั้งเป้าปลดล็อกกฎหมายเรื่องการปรับปรุงอาคาร และนำเครือข่ายตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ (Shophouse Network) มารีไซเคิลเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเศรษฐกิจให้กับเมือง

“เรามีห้องแถวอยู่ในกรุงเทพฯ ที่ว่างมากกว่า 450,000 ห้อง คิดเป็น 22% ของอาคารทั้งหมด นโยบายที่จะทำต่อไปคือพยายามจะปรับข้อบัญญัติ เพื่อให้สามารถนำห้องแถวเก่ากว่า 4 แสนหน่วยนี้ เอามาใช้ประโยชน์ ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกลับคืนมาได้”

จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันการดัดแปลงอาคารเพื่อเปลี่ยนประเภทการใช้งาน เช่น การทำโรงแรม คาเฟ่ หรือโฮสเทล มีความยุ่งยากมาก เนื่องจาก พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มีนิยามเรื่องการดัดแปลงมีไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการขออนุญาตก่อสร้าง โดยข้อจำกัดดังกล่าวต้องอิงตามมาตรฐานเดียวทั่วประเทศ ทั้งเรื่องทางหนีไฟ ระยะร่น ระบบดับเพลิง และที่จอดรถ ส่งผลให้ขั้นตอนขออนุญาตใช้เวลานาน เกิดช่องว่างของการจ่ายส่วยหรือใต้โต๊ะเพื่อขอปรับปรุงอาคาร ทำให้อาคารจำนวนมากถูกทิ้งร้างและเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์

นายชัชชาติ ระบุว่า จะต้องปรับข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ด้วยการจัดทำร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารอันมีลักษณะเฉพาะ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เช่น ระบบดับเพลิง ที่จอดรถ เพื่อให้เกิดพื้นที่และกลับมามีประโยชน์กับชุมชน รวมถึงแก้จุดที่ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสด้วย

ทั้งนี้ กทม. จะนำร่องด้วยการใช้ตึกที่ กทม. เป็นเจ้าของมาปรับปรุงและเปิดให้บริการกับประชาชน เช่น การปรับปรุงอาคารสวนมะลิให้เป็น Incubation Hub หรือศูนย์บ่มเพาะอาชีพ รวมทั้งผ่อนปรนระเบียบเพื่อให้เอกชนสามารถรีโนเวทตึกเก่าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายใต้โต๊ะ

“กทม. มีห้องแถวเก่าอยู่แถวสวนมะลิ ประมาณ 40 ห้อง เราจะนำมาทำเป็นศูนย์บ่มเพาะเศรษฐกิจใหม่ของคนเมือง หรือ Incubation Center คาดว่าถ้าเสร็จแล้วจะสามารถผลิตผู้ประกอบการรายใหม่ได้อย่างน้อยปีละ 1,000 คน” นายชัชชาติ กล่าว

สำหรับศูนย์บ่มเพาะอาชีพ หรือ Incubation Hub นี้ เป็นการต่อยอดจากโรงเรียนฝึกอาชีพ และขยายผลมาเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับผู้ที่สนใจเป็นผู้ประกอบการ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ ทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ แฟชั่น และเฟอร์นิเจอร์ โดยจะมีการให้บริการอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเริ่มต้นธุรกิจแบบครบวงจร เช่น เครื่องคั่วกาแฟสำหรับธุรกิจร้านกาแฟ, อุปกรณ์ทำครัวรูปแบบต่างๆ สำหรับร้านอาหาร, ระบบการวางแพทเทิร์นและจักรเย็บผ้าสำหรับธุรกิจแฟชั่น ไปจนถึงพื้นที่ Maker space

“เราจะเอาห้องแถวเหล่านี้มาเป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ ไม่มีพื้นที่ขาย ได้มาใช้ตรงนี้เป็นศูนย์บ่มเพาะทดลอง เช่น จะมีพื้นที่ให้ทดลองขาย ทดลองทำโซเชียลมีเดีย มีครัวกลางให้ทำอาหารและเอาของมาขายด้านล่าง”

นอกจากนี้จะมีการเชื่อมต่อหลักสูตรบนแพลตฟอร์ม Next learn เพื่อสอนทักษะเพิ่มเติม เช่น การทำการตลาด การขายของออนไลน์ การพัฒนาต้นแบบ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการขาย และสนับสนุนการเชื่อมโยงพื้นที่ตลาดสำหรับทดลองขายสินค้า ทั้งในห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลอดจนแพลตฟอร์มออนไลน์ของทั้งภาครัฐและเอกชน

“นี่เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจเมืองเกิดการกระตุ้น แล้วก็นำทรัพยากรมาใช้โดยไม่ต้องลงทุนมาก เอาของที่มีอยู่แล้วมาปรับ และทำให้เกิดมูลค่าในเศรษฐกิจเพิ่ม” นายชัชชาติ กล่าว.

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5959525/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D-lpbKSxH2Yo_FFWQOTyl