รัสเซียวางแผนลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ-ท่าเรือน้ำลึกทวายของเมียนมา ท่ามกลางการสู้รบที่ยังไม่ยุติ

ที่มาของภาพ, Getty Images
-
- Author, เอ เอ อ่อง
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาพม่า
-
Published
-
เวลาอ่าน: 10 นาที
ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (Dawei Special Economic Zone – Dawei SEZ) ในภูมิภาคตะนาวศรีซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมียนมายังคงเป็นแผนอยู่เพียงบนกระดาษเป็นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้ ผู้มีอำนาจทางการทหารในกรุงเนปิดอว์กำลังผลักดันการพัฒนาโครงการนี้อีกครั้งร่วมกับรัสเซีย
หลังการรัฐประหารของกองทัพเมียนมาในปี 2021 ผู้นำกองทัพเมียนมาพยายามดึงดูดการลงทุนจากรัสเซียเข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โดยในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายบรรลุความคืบหน้าครั้งใหม่ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ เอ็มโอยู (MoU) เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการ
บันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าวได้รับการลงนามในรัสเซีย โดยเป็นการลงนามระหว่างบริษัทอินเตอร์ อาร์เอโอ (Inter RAO) ของรัสเซีย กับบริษัทล่องโลน ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (Launglon Development Company Limited) ของเมียนมา อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ถูกคัดค้านโดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union – KNU) ซึ่งควบคุมพื้นที่บางส่วนของภูมิภาคตะนาวศรีอยู่ในขณะนี้
เหตุใด KNU จึงคัดค้านความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัสเซียในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ?
พื้นที่โครงการที่ยังคงมีการสู้รบและปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่นายกรัฐมนตรีของเมียนมาและเจ้าหน้าที่รัสเซียกำลังหารือกันในรัสเซียเมื่อเดือน มิ.ย. 2026 เกี่ยวกับการเดินหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่ากองทัพเมียนมาก็กำลังเดินหน้าเปิดปฏิบัติการกวาดล้างในพื้นที่ของโครงการไปพร้อม ๆ กัน
“พวกเขาเผาหมู่บ้านและพยายามทำให้แน่ใจว่ากองกำลังต่อต้านจะไม่สามารถตั้งฐานที่มั่นได้” ชาวบ้านรายหนึ่งบอกกับบีบีซีแผนกภาษาพม่า
จากคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ พวกเขาบอกว่ากองทัพได้เผาหมู่บ้านต่าง ๆ ในพื้นที่นะบูเล อย่างบ้านเยพิว ภูมิภาคตะนาวศรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่วางแผนว่าจะเป็นที่ตั้งของโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย นอกจากนี้ยังมีการยิงถล่มจากเรือรบในทะเลอันดามันและการโจมตีด้วยโดรน แม้กระทั่งในช่วงที่กองกำลังต่อต้านไม่ได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหารก็ตาม
ในสัปดาห์แรกของเดือน ก.ค. สถานการณ์รอบ ๆ พื้นที่โครงการยังคงตึงเครียด โดยยังมีการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างกองกำลังต่อต้านในพื้นที่กับกองทัพเมียนมาอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลที่ได้จากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) กองกำลังพิทักษ์ประชาชน หรือพีดีเอฟ (People’s Defence Force – PDF) และชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ ระบุตรงกันว่าการปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังต่อต้านยังคงเกิดขึ้นทั้งในและรอบพื้นที่โครงการ
“ในฐานะ KNU เราไม่สามารถยอมรับการดำเนินโครงการภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันได้” พะโด ซอ เอล นาร์ เลขานุการประจำเขตมะริด-ทวายของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง กล่าวกับบีบีซีแผนกภาษาพม่า
โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่วางแผนไว้นั้นครอบคลุมพื้นที่จากหมู่บ้านเยพิวไปจนถึงชายแดนหมู่บ้านล่องโลน ก่อนหน้านี้ในปีนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเกิดการโจมตีด้วยโดรนในกลุ่มหมู่บ้านซาดี พื้นที่กานเปาก์ซึ่งอยู่ติดกับนะบูเล รวมทั้งมีความเสียหายเกิดขึ้นกับถนนหลายช่วงในพื้นที่ดังกล่าว
งานวิจัยของอินเวสต์เมนต์ มอนิเตอร์ (Investment Monitor) และกลุ่มทวาย เอสอีซี วอทช์ (Dawei SEZ Watch) ซึ่งเป็นภาคประชาชนที่ติดตามผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่แห่งนี้ พบว่ามีการปะทะกันอย่างน้อย 9 ครั้งในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการระหว่างเดือน ม.ค. – มี.ค. 2026
ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าการโจมตีทางอากาศของกองทัพยังได้คร่าชีวิตพลเรือน ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงเด็กอายุ 2 ขวบรายหนึ่งด้วย พวกเขากล่าวเสริมว่าบ้านเรือน 58 หลังในหมู่บ้านยาลีนและทิตตอถ่อง ซึ่งตั้งอยู่ตามแนวถนนกาเลนออง-ทวาย ทางตะวันออกของพื้นที่โครงการ ถูกเผาทำลายด้วยเช่นกัน
เท ตู สมาชิกกลุ่มทวาย เอสอีซี วอทช์ บอกกับบีบีซีแผนกภาษาพม่าว่า การจับกุมพลเรือนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งยังทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องหลบหนีออกจากบ้านของตน
“เรายังเห็นการจัดตั้งฐานทัพภายในพื้นที่โครงการด้วย” เขากล่าว
รายงานที่เผยแพร่โดยกลุ่มภาคประชาชนที่ชื่อว่าเมียนมา อะนาไลซิส กรุ๊ป (Myanmar Analysis Group) เมื่อเดือน ต.ค. 2025 ระบุว่ากองทัพเมียนมาได้เพิ่มกำลังประจำการในพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

ที่มาของภาพ, ပြည်သူ့ကာကွယ်ရေးတပ်မတော် နည်းဗျူဟာ ( ၃၃ )
ซอ ดาร์ ผู้บัญชาการกองกำลังทหารสังกัดกองพันยุทธวิธีที่ 33 ของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน กล่าวว่าในเดือน มิ.ย. 2026 กองทัพเมียนมาได้ใช้พารามอเตอร์ (ร่มบิน) ทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านใกล้พื้นที่โครงการอย่างน้อย 10 ครั้ง หลังบินขึ้นจากกองบัญชาการทัพเรือมอระวดี
“พวกเขาใช้พารามอเตอร์โจมตีกองกำลังต่อต้านด้วยเช่นกัน แต่เมื่อพวกเขาเล็งเป้าโจมตีหมู่บ้าน นั่นก็ทำให้พลเรือนเสียชีวิต” เขากล่าว
ปัจจุบัน กองทัพเมียนมาควบคุมหมู่บ้านต่าง ๆ ภายในพื้นที่นะบูเลได้แล้ว ซึ่งเป็นจุดที่มีแผนจะก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก แต่ยังไม่สามารถเข้าควบคุมหมู่บ้านนอกพื้นที่โครงการได้
“ชาวบ้านบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านภายในพื้นที่โครงการ อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังพื้นที่ที่เคยถูกเคลียร์ไว้สำหรับโครงการ” ตัวแทนคณะกรรมการนัดหยุดงานขบวนการประชาธิปไตยเขตทวาย (Dawei District Democracy Movement Strike Committee) กล่าวกับบีบีซีแผนกภาษาพม่า
ชาวบ้านในพื้นที่ยังบอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในภูมิภาคได้ดำเนินการสำรวจภาคสนามสำหรับโรงไฟฟ้าที่มีแผนจะก่อสร้าง โดย เย บอ ซอ ดาร์ กล่าวว่า “ผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียบางคนและเจ้าหน้าที่ของฝ่ายบริหารของกองทัพเมียนมาได้เดินทางมาทางทะเลเพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่เสนอให้เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า”
ในปี 2026 นี้ กองทัพเมียนมาได้เรียกกำลังพลกลับจากนอกภูมิภาคตะนาวศรี เสริมกำลังด้วยระบบเกณฑ์ทหาร และส่งกำลังจำนวนมากขึ้นมาเพื่อรักษาความปลอดภัยบนทางหลวงหมายเลข 8 ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญของโครงการ
ด้าน KNU แย้งว่าควรแก้ไขวิกฤตการเมืองของเมียนมาก่อน ก่อนที่โครงการพัฒนาเช่นนี้จะเดินหน้าต่อได้
“องค์กรที่ดำเนินโครงการคือรัฐบาลเผด็จการทหาร ดังนั้นโครงการนี้จะไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เรามองว่านี่เป็นความพยายามที่จะเสริมสร้างเป้าหมายทางทหารผ่านการผนึกกำลังกับมหาอำนาจรายหนึ่ง” พะโด ซอ เอล นาร์ กล่าว
ส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย คือถนนที่เชื่อมท่าเรือน้ำลึกทวายกับจุดผ่านแดนถาวรพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ของไทย ซึ่งประมาณ 90% ของเส้นทางจะพาดผ่านพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ KNU โดยขณะนี้ด่านชายแดนทิกิ (Htee Khee) ในฝั่งเมียนมาก็ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของ KNU ด้วยเช่นกัน
นับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 กลุ่มภาคประชาสังคมที่ติดตามโครงการในภูมิภาคตะนาวศรีเหลืออยู่น้อยมาก
ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวว่า ข้อพิพาทด้านที่ดินและความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลหลัก 2 ประการที่ทำให้โครงการชะงักงันมานานหลายปี ยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างมาก
“แทบไม่มีกลุ่มติดตามตรวจสอบอิสระหลงเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นคนในพื้นที่จึงไม่ค่อยรู้ว่าโครงการจะให้ประโยชน์หรือส่งผลกระทบอย่างไร การเร่งเดินหน้าโครงการภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มีแต่จะเพิ่มภาระและความวิตกกังวลให้กับชุมชนท้องถิ่น” ชาวบ้านรายนี้บอกกับบีบีซีแผนกภาษาพม่า
เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายใกล้จะเริ่มดำเนินการแล้วหรือยัง ?
หลังผ่านการรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมาในปี 2021 มาได้ปีกว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยในเดือน ก.ย. 2022 คณะกรรมการกลางเพื่อการดำเนินงานเขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมาประกาศว่าจะหารือกับไทยเกี่ยวกับการรื้อฟื้นโครงการดังกล่าว
ทว่า ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2023 เป็นต้นมา ได้เกิดการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังพิทักษ์ประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โดยการปะทะทวีความรุนแรงขึ้น และกองทัพได้ใช้กำลังทางอากาศเข้าปฏิบัติการ
รายงานปี 2025 ของอินเวสต์เมนต์ มอนิเตอร์ และทวาย เอสอีซี วอทช์ ซึ่งอ้างอิงจากการติดตามสถานการณ์เป็นเวลา 7 เดือน ระบุว่ากองทัพได้จัดตั้งฐานทัพ 4 แห่งภายในพื้นที่โครงการ และรักษากำลังประจำการราว 300 นายไว้ในพื้นที่อย่างถาวร
นับจากนั้นมา แทบไม่มีข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจากับไทย แต่ในปี 2025 ทางการทหารเมียนมาประกาศว่าได้ลงนามข้อตกลงกับรัสเซีย
การลงทุนที่วางแผนไว้นี้ครอบคลุมส่วนสำคัญของเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายไว้หลายองค์ประกอบด้วยกัน ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึก โรงไฟฟ้าถ่านหิน และโรงกลั่นน้ำมัน
ด้านนักวิจัยระบุว่ายังขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับบทบาทของไทยและรัสเซีย มูลค่าการลงทุน และวิธีการดำเนินโครงการ
“ชุมชนท้องถิ่นยังคงขาดข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันและแผนงานในอนาคตของโครงการ” เท ตู จากกลุ่มทวาย เอสอีซี วอทช์ กล่าวกับบีบีซีแผนกภาษาพม่า
แถลงการณ์ที่เผยแพร่หลังพิธีลงนามเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2026 ระหว่างบริษัท อินเตอร์ อาร์เอโอ ของรัสเซีย และบริษัทล่องโลน ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด ของเมียนมา ก็มีรายละเอียดเพียงเล็กน้อย รวมถึงไม่มีการเปิดเผยมูลค่าโครงการ
บีบีซีแผนกภาษาพม่าได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากรัฐบาลทหารเมียนมา แต่จนถึงวันที่ 19 มิ.ย. ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ชาวบ้านบางรายกล่าวว่า พวกเขายังไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของโรงไฟฟ้าที่จะเสนอให้ก่อสร้าง เนื่องจากพลเรือนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ใจกลางของโครงการ

ที่มาของภาพ, Getty Images
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเผชิญกับการคัดค้าน ในสมัยอดีตประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เมื่อปี 2012 แผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่เดียวกันต้องถูกยกเลิก หลังกลุ่มภาคประชาสังคมประท้วงเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
นักวิจัยที่ติดตามโครงการระบุว่า ปัจจุบันกองทัพกำลังปรับพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ควบคู่ไปกับการติดต่อกับชุมชนท้องถิ่นและการประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะ
ในปีที่แล้ว รัฐบาลส่วนภูมิภาคยังได้จัดหลักสูตรภาษารัสเซียขั้นพื้นฐานให้แก่ข้าราชการและนักศึกษามหาวิทยาลัยในทวายราว 200 คนด้วย
“เมื่อพิจารณาร่วมกันแล้ว พัฒนาการเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่ากำลังมีการเตรียมการเพื่อรื้อฟื้นโครงการ” เท ตู กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์เตือนว่า โครงการยังต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญอีกมาก นับตั้งแต่ปี 2008 เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายได้ผ่านหลายขั้นตอนของข้อตกลงกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ของไทย ตั้งแต่บันทึกความเข้าใจ (MoU) ข้อตกลงกรอบความร่วมมือ ไปจนถึงสัญญาสัมปทาน แต่หลังจากความล่าช้าที่ยืดเยื้อนานหลายปี รัฐบาลเมียนมาได้ยกเลิกสัญญาเริ่มต้น 9 ฉบับกับบริษัทดังกล่าวในเดือน ม.ค. 2021
กลุ่มที่ติดตามโครงการระบุว่า ยังต้องรอดูว่าข้อตกลงใหม่กับรัสเซียจะก้าวไปไกลกว่าขั้นบันทึกความเข้าใจในปัจจุบันหรือไม่ และจะนำไปสู่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าจริงในที่สุดหรือเปล่า
หากก่อสร้างแล้วเสร็จ นักวิจัยเชื่อว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอาจทำหน้าที่เป็นฐานยุทธศาสตร์ของรัสเซียในเอเชีย ช่วยบรรเทาผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก อีกทั้งยังอาจกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการค้าทางทะเลระหว่างประเทศ
ในระยะยาว โครงการนี้มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางการขนส่งทางเรือในภูมิภาค โดยเป็นทางเลือกแทนช่องแคบมะละกา สินค้าจากตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป อาจถูกขนถ่ายในเมียนมา ก่อนลำเลียงทางบกไปยังไทยและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้จะมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจ แต่ชุมชนท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาสังคมในเมียนมายังคงกังวลว่า โครงการนี้อาจนำไปสู่การบังคับโยกย้ายถิ่นฐานและสร้างแรงกดดันต่อประชาชนมากขึ้น
อีกความท้าท้ายหนึ่งคือความมั่นคงในพื้นที่ โดยทางชาวบ้าน กลุ่มต่อต้าน และนักวิจัยต่างระบุว่า พื้นที่โครงการยังคงเผชิญการปะทะด้วยอาวุธและกิจกรรมทางทหารอย่างต่อเนื่อง
“พื้นที่นี้ยังคงเป็นเขตความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่ ดังนั้นจึงมีอุปสรรคอย่างมากต่อการดำเนินโครงการ เราคงต้องรอดูว่าจะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้มากน้อยเพียงใด” ตัวแทนคณะกรรมการนัดหยุดงานขบวนการประชาธิปไตยเขตทวาย กล่าวกับบีบีซีแผนกภาษาพม่า
รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมารับปากจะดูแลความปลอดภัยให้แก่โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
พล.ท.จอ สวา ลิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา กล่าวว่ากองทัพจะรับประกันความปลอดภัยให้กับโครงการยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เช่น โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย รวมถึงระเบียงเส้นทางคมนาคม เย-ทวาย-มะริด-บกเปี้ยน-เกาะสอง
เขากล่าวเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา ระหว่างการพบปะครอบครัวทหารในกองบัญชาการทหารตะนาวศรี มะริด และเกาะสอง โดย พล.ท.จอ สวา ลิน ระบุว่ากองทัพจะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพต่อผู้ที่พยายามขัดขวางหรือก่อวินาศกรรมโครงการยุทธศาสตร์ต่าง ๆ รวมถึงโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายและเส้นทางเย-ทวาย-มะริด-บกเปี้ยน-เกาะสอง
ก่อนหน้านี้ในเดือน มิ.ย. รัสเซียซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางทหารที่ใกล้ชิดที่สุดของเมียนมา ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อเข้าร่วมโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในพื้นที่นะบูเล บ้านเยพิว ภูมิภาคตะนาวศรี ซึ่งล่าช้ามาเป็นเวลานานเกือบ 18 ปี หลังจากมีการเสนอแนวคิดโครงการครั้งแรก
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ในทวายบอกกับบีบีซีแผนกภาษาพม่าว่า คำกล่าวของรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดบ่งชี้ว่ากองทัพอาจเพิ่มปฏิบัติการด้านความมั่นคงและแรงกดดันทางทหารในพื้นที่โครงการมากขึ้น เพื่อคุ้มครองโครงการพัฒนาที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย
“แม้ก่อนจะมีคำกล่าวนี้ กองทัพก็ได้ส่งกองกำลังจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่โครงการอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) ในพื้นที่ก็ควบคุมพื้นที่บางส่วนโดยรอบ เนื่องจากขณะนี้เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย เราเชื่อว่ากองทัพจะผลักดันอย่างหนักยิ่งขึ้นเพื่อให้โครงการเกิดขึ้นจริง” แหล่งข่าวกล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
แหล่งข่าวอีกคนหนึ่งในทวายกล่าวว่า ความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มขึ้นอาจขยายวงออกไปนอกพื้นที่โครงการเอง และส่งผลกระทบต่อหมู่บ้านเยพิว รวมถึงแนวเส้นทางเย-ทวาย-มะริด-บกเปี้ยน-เกาะสอง ที่เชื่อมต่อกับโครงการ
ในสัปดาห์แรกของเดือน มิ.ย. บริษัท อินเตอร์ อาร์เอโอ ของรัสเซีย และบริษัทล่องโลน ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด ของเมียนมา ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจในรัสเซียเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวในทวาย กองทัพเมียนมาได้ส่งกำลังประมาณ 4 กองพันเข้าไปประจำการในพื้นที่นะบูเลและส่วนอื่น ๆ ของพื้นที่โครงการ โดยพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ห่างจากกองบัญชาการทัพเรือมอระวดีเพียงประมาณ 16 กิโลเมตร
แม้โครงการโดยรวมจะยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเต็มรูปแบบ แต่ชุมชนท้องถิ่นยังคงกังวลเกี่ยวกับการบังคับโยกย้ายถิ่นฐาน การพลัดถิ่นจากความขัดแย้ง การยึดที่ดิน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่สันนิบาตแห่งชาติทวายที่ทางสื่อทวาย วอทช์ สำนักข่าวท้องถิ่นอ้างถึง
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับพื้นที่ระบุว่า พื้นที่ท่าเรือน้ำลึกทวายในบ้านเยพิวยังเป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มต่อต้านหลายกลุ่ม รวมถึงกองกำลังป้องกันท้องถิ่นอย่างกองกำลังบะทู (Ba Htoo Army) กองกำลังพิทักษ์ประชาชนบ้านเยพิว และกองกำลังต่อต้านท้องถิ่นอื่น ๆ อีกหลายกลุ่ม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cn8qdp650vyo&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bdkXUCpeZMFl9IlHtNwe4





