”รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์“ ร่วมปาฐกถาพิเศษบนเวที CIPITC Symposium 2026 ชี้ “ทรัพย์สินทางปัญญา” เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ยกระดับสินค้าและผู้ประกอบการไทยสู่เวทีโลกในโอกาสครบรอบ 29 ปี ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมส่งสารผ่านวีดิทัศน์เพื่อแสดงปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาวิชาการ CIPITC Symposium 2026 “Navigating the New Frontier of IP and Trade Laws: สำรวจพรมแดนใหม่ของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ” เนื่องในโอกาสศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เปิดทำการครบ 29 ปี โดยเน้นย้ำบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ตลอดจนการยกระดับศักยภาพสินค้าและผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ
พระเกียรติคุณ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทูต WIPO ด้านแฟชั่นคนแรกของโลก
ในการแสดงปาฐกถาดังกล่าว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงข่าวที่น่ายินดีของประเทศไทยว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้รับการทูลเชิญจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ให้ทรงดำรงตำแหน่งทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบคนแรกของโลก เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดย WIPO เล็งเห็นถึงพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ในการนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ประชาชนและสินค้าไทย และการทรงงานหนักเพื่อต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการพัฒนาชุมชนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในพระนามรวม 541 รายการ ครอบคลุมทั้งลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า ซึ่งผ้าลายพระราชทานสามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ให้ประชาชนกว่า 8 แสนครัวเรือนทั่วประเทศ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาท
ในโอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงบทบาทของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ว่าเป็นเสาหลักของระบบกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศของไทย ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สร้างสรรค์ผลงานทั้งในและต่างประเทศ โดยในยุคที่ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม กลายเป็นปัจจัยสำคัญของการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก การคุ้มครองสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพและกระบวนการยุติธรรมที่น่าเชื่อถือ จึงเป็นรากฐานสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
นโยบาย 5 ด้าน หนุนสินค้าชุมชนสู่เวทีโลก
กระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านนโยบายสำคัญ 5 ด้าน โดยมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกสนับสนุน ได้แก่
-
การดูแลค่าครองชีพและสร้างรายได้ สร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมช่องทางการตลาด
-
การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ใช้กลไกคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ช่วยยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้ 2-5 เท่า
-
การสร้างความเข้มแข็งให้ SME ผลักดันโครงการ IP Finance นำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันเข้าถึงแหล่งทุน
-
การสร้างสมดุลการส่งออก เชื่อมธุรกิจไทยสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก ผ่านการเจรจา FTA ที่ให้ความสำคัญด้านทรัพย์สินทางปัญญา
-
การยกระดับเทคโนโลยีการให้บริการ ปลดล็อกกฎระเบียบและนำเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกทางการค้า
แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า งานด้านทรัพย์สินทางปัญญาตอบโจทย์ภารกิจของกระทรวงพาณิชย์เป็นอย่างยิ่ง โดยปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับประเทศ ตลอดจนช่วยยกระดับสินค้าและผู้ประกอบการไทย สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ปรับโฉมสู่ดิจิทัล-ลุย IP Finance
ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมแสดงปาฐกถาในหัวข้อ “ก้าวข้ามพรมแดนใหม่ไปกับทรัพย์สินทางปัญญาไทย” โดยระบุว่า กรมฯ ได้พลิกโฉมการทำงานสู่การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Infrastructure) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
พลิกโฉมบริการด้วย AI และอัปเดตกฎหมายให้ทันโลก
นางอรมน ชี้แจงว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย
-
การปฏิรูประบบจดทะเบียนด้วยดิจิทัลอัจฉริยะ นำเทคโนโลยี AI มาช่วยสืบค้นข้อมูลและตรวจสอบคำขอ พร้อมพัฒนาระบบ e-Filing และบริการ Fast Track ให้ภาคธุรกิจนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้รวดเร็วขึ้น
-
การยกระดับเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม (IP Finance) เตรียมจัดทำ Pilot Project ในไตรมาส 4 ของปี 2569 เพื่อทดสอบกลไกการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันทางการเงิน นำร่องในอุตสาหกรรมการแพทย์และอาหาร
-
การปรับปรุงกฎหมาย เดินหน้าแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมถึงยกร่างกฎหมายจัดเก็บค่าตอบแทนการใช้งานลิขสิทธิ์ เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและแนวปฏิบัติสากล
นางอรมน กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้ก้าวทันเศรษฐกิจยุคใหม่ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการสร้างความเชื่อมั่นด้านการคุ้มครองสิทธิ การค้า และการลงทุน ตลอดจนการพัฒนาแนวปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2942230&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0983xjsQ24gDvY7QIj3z5I

