• Fri. Jul 31st, 2026

ปั้นไทย 5 ฮับศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ ดันจีดีพีโตเกิน 3% ไม่เน้นแค่ตัวเลขลงทุน | เดลินิวส์

ปั้นไทย-5-ฮับศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่-ดันจีดีพีโตเกิน-3%-ไม่เน้นแค่ตัวเลขลงทุน-|-เดลินิวส์ปั้นไทย 5 ฮับศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ ดันจีดีพีโตเกิน 3% ไม่เน้นแค่ตัวเลขลงทุน | เดลินิวส์

รัฐบาลนำทัพคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ร่วมกับภาครัฐ-เอกชน ภายใต้กลไกกรอ. ไฟเขียวกรอบ 5 ยุทธศาสตร์ ยกเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และบริการทางการเงินครบวงจร ตั้งเป้าดันเศรษฐกิจไทยโตมากกว่า 3% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมร้อยละ 30 ของ GDP และไต่อันดับขีดความสามารถแข่งขันโลกสู่ 20 อันดับแรก ผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะอนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบกรอบการขับเคลื่อน “การลงทุนใหม่ของประเทศ” ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และผลักดันประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนสำคัญของภูมิภาค

นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างก้าวกระโดด     การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกเข้าสู่สังคมสูงอายุมากขึ้น และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกกำลังแข่งขันกันดึงดูดการลงทุนและปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ ช่วงเวลานี้ถือห้วงเวลาที่ประเทศไทยจำต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อยกเครื่องเศรษฐกิจไทยผ่านการลงทุน และสร้างความพร้อม ลดอุปสรรคในการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ ซึ่งหากเราสามารถใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนประเทศไทยได้สำเร็จ เราก็จะสามารถก้าวขึ้นเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนไทยในระยะยาว

สำหรับคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ มีหน้าที่พิจารณาและเสนอแนวทางส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เร่งรัดแก้ไขอุปสรรคด้านการลงทุน และติดตามผลการดำเนินมาตรการต่าง ๆ โดยทำหน้าที่เป็นกลไกบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันนโยบายด้านการลงทุนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญของ กรอ. ในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประกอบด้วย

1.        ผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตมากกว่า 3% ผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ ได้แก่ เกษตรสมัยใหม่ อาหารแปรรูป เทคโนโลยีขั้นสูง Future Mobility สุขภาพและการแพทย์ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจการค้า เพื่อผลักดันประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580

2.        ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยสู่ 20 อันดับแรกของโลก โดยเร่งพัฒนาปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพภาครัฐ ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน

3.        เพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมของประเทศให้เข้าใกล้ 30% ของ GDP โดยเร่งการลงทุนภาคเอกชนควบคู่กับการลงทุนภาครัฐ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เศรษฐกิจไทย

เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ พลิกประเทศไทยสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคต

ที่ประชุมเห็นชอบกรอบการขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการลงทุนและเศรษฐกิจแห่งอนาคต ประกอบด้วย

1. Investment and Industry Transformation Hub

ยกระดับอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ และเร่งรัดการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาอนุมัติใบอนุญาตธุรกิจต่าง ๆ  พร้อมกับเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า น้ำ และพื้นที่สำหรับรองรับการลงทุนในอนาคต อีกทั้งยกระดับทักษะบุคลากรไทยผ่านโปรแกรม Skill Bridge และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว (Bio & Green) ยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัลและ AI ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ การแพทย์ และอาหารแห่งอนาคต นอกจากนี้ ต้องสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมระดับโลก และเพิ่มสัดส่วน Local Content ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งใหช้เครื่องมือด้านการเงินการคลัง เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษและมาตรการภาษี ควบคู่กับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจไทย

2. AI & Digital Hub

ผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้าน AI ผ่านการดึงดูดการลงทุนใน AI, Semiconductor, Chip Design ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนกลุ่มนี้ให้ได้ 1 แสนล้านบาทภายในปี 2570 และผลักดันให้เศรษฐกิจ AI สร้างมูลค่าเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 5 ของ GDP พร้อมพัฒนา Ecosystem ด้าน AI ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล บุคลากร การวิจัยและพัฒนา และทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงส่งเสริมการนำ AI ไปใช้จริงในภาคธุรกิจทุกภาคส่วน อุตสาหกรรมเป้าหมาย และภาครัฐ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และสร้างบริการรูปแบบใหม่

3. Green Hub

เร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐาน EV และระบบขนส่งสีเขียว พร้อมพัฒนากลไก Carbon Accounting และ Carbon Market ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) และเครื่องมือทางการเงินสีเขียว เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

4. Financial Hub

ใช้จุดแข็งของระบบการเงินไทยเป็นกลไกสนับสนุนการลงทุนแห่งอนาคต มุ่งพัฒนาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางบริการทางการเงินของภูมิภาค ครอบคลุมการธนาคาร ตลาดทุน การประกันภัย และการบริหารความมั่งคั่ง พร้อมยกระดับบทบาทของตลาดทุนในการสนับสนุนธุรกิจนวัตกรรม สตาร์ทอัพ และผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพในการเติบโตสู่ระดับโลก (National Champions) ผ่านมาตรการอำนวยความสะดวกในการระดมทุนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

5. Medical Investment Hub

ยกระดับประเทศไทยสู่ฐานการผลิตและศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์มูลค่าสูงของภูมิภาค ผ่านการสร้าง Medical Ecosystem ครบวงจร ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การผลิตยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain การแพทย์ระดับโลก ผลักดันสัดส่วน Local Content ในการผลิตชิ้นส่วน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และนวัตกรรมด้านสุขภาพในประเทศ เพื่อยกระดับไทยสู่การเป็นฐานผลิตและศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สำคัญของภูมิภาค

จัดลำดับ Big Win พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและตัวชี้วัด

นายเอกนิติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนทั้ง 5 ยุทธศาสตร์จะไม่หยุดอยู่เพียงการกำหนดทิศทาง แต่จะเร่งผลักดันสู่การปฏิบัติผ่านแผนงานที่ชัดเจน โดยแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น (Quick Win) เพื่อแก้ไขข้อจำกัดเร่งด่วน และมาตรการเชิงโครงสร้าง (Big Win) เพื่อยกระดับกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศด้านการลงทุนของประเทศ

“เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ตัวเลขเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ให้เป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และเงินทุน สร้างงานคุณภาพให้คนไทย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6070906/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RQA-eOFlYDfqu1Shp70lT