จับตาทิศทางเศรษฐกิจโลก-ไทย! สแกน 4 ไฮไลต์ใหญ่ เปิดตลาดสัปดาห์ใหม่ 21 ก.ย. 69
เปิดสัปดาห์ใหม่วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 ตลาดการเงินและการค้าโลกมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตา ตั้งแต่ทิศทางนโยบายการเงินของจีน ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสหรัฐฯ ไปจนถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันและภารกิจของไทยในการขยายการค้าและการลงทุนในต่างประเทศ
สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน มี 4 ประเด็นสำคัญที่ควรติดตามตลอดวัน ดังนี้
1. จับตา LPR จีน-ถ้อยแถลงเจ้าหน้าที่เฟด
หนึ่งในข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของวันจันทร์อยู่ที่การประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี หรือ LPR ของธนาคารกลางจีน (PBoC) ซึ่งมีกำหนดประกาศในช่วงเช้า โดยตลาดจะจับตาว่าระดับอัตราดอกเบี้ยจะส่งสัญญาณต่อแนวโน้มสินเชื่อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอย่างไร
ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ มีข้อมูลดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนสิงหาคมจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาชิคาโก รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลายราย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดใช้ประเมินทิศทางนโยบายการเงินและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
ตลาดเอเชียยังต้องติดตามปริมาณการซื้อขายในช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางวันหยุดของตลาดบางแห่งในภูมิภาค
2. น้ำมัน WTI ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ จับตาความเสี่ยงตะวันออกกลาง
ตลาดพลังงานยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญก่อนเปิดการซื้อขายสัปดาห์ใหม่ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนตุลาคมปิดการซื้อขายวันที่ 18 กันยายนที่ 100.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนปิดที่ 104.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ราคาน้ำมันมีแรงขายทำกำไรหลังปรับตัวขึ้นแรง แต่ตลาดยังเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ดังนั้น ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของ WTI จึงเป็นหนึ่งในจุดที่ตลาดให้ความสนใจเป็นพิเศษในช่วงเปิดสัปดาห์ เพราะการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันมีผลต่อทั้งต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และแนวโน้มตลาดการเงินทั่วโลก
3. ไทยเดินหน้าภารกิจต่างประเทศ ดึงการค้า-การลงทุน
อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องติดตามคือภารกิจของรัฐบาลไทยในต่างประเทศ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมภารกิจสำคัญด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน
ภารกิจดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นและขยายความร่วมมือกับภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยต้องการผลักดันการลงทุนและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจากตลาดต่างประเทศ
สำหรับวันที่ 21 กันยายน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดภารกิจที่กรุงโตเกียว ก่อนเดินทางต่อไปยังนครนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81
4. ปิดฉาก CAEXPO ครั้งที่ 23 จับตาการค้าไทย-จีน-อาเซียน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของวันที่ 21 กันยายน คือวันสุดท้ายของงาน China-ASEAN Expo หรือ CAEXPO ครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 กันยายน 2569 ณ นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน
งานดังกล่าวเป็นเวทีการค้าและความร่วมมือระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ การสร้างเครือข่ายธุรกิจ การค้า การลงทุน และการจับคู่ธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการไทย CAEXPO ถือเป็นช่องทางสำคัญในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดจีนและสร้างเครือข่ายกับคู่ค้า โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในหลายกลุ่ม ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ของใช้และของตกแต่งบ้าน แฟชั่นและเครื่องประดับ รวมถึงสินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power
เปิดสัปดาห์ใหม่ ตลาดจับตา 4 ปัจจัย
ภาพรวมเศรษฐกิจวันที่ 21 กันยายน 2569 จึงต้องจับตาทั้งข้อมูลเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ ราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง ภารกิจของไทยในการสร้างความเชื่อมั่นและขยายโอกาสด้านการลงทุน ตลอดจนการปิดฉาก CAEXPO ครั้งที่ 23
ทั้ง 4 ประเด็นจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินบรรยากาศตลาดการเงิน การค้า และการลงทุนในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ ขณะที่นักลงทุนและผู้ประกอบการยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/322867&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01BEP4qWU4S-WBNFUxyojQ

