บริษัทกฎหมายพาณิชย์ EandC Legal ได้ให้คำปรึกษาแก่กลุ่มบริษัท JR Farms Group ของไนจีเรีย ในการทำข้อตกลงสัมปทานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับรัฐบาลไลบีเรีย ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจของบริษัทในภาคธุรกิจการเกษตรของแอฟริกาตะวันตก
ข้อตกลงกาแฟระยะเวลา 20 ปีนี้ ลงนามเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในมอนโรเวีย มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมกาแฟของไลบีเรีย พร้อมทั้งสร้างโอกาสสำหรับการลงทุนด้านการเกษตรและการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าโดยกลุ่มบริษัท EandC Legal จัดทำข้อตกลงนี้โดยดำเนินการผ่านกระทรวงเกษตรของไลบีเรีย และลงนามอย่างเป็นทางการโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของประเทศ ดร. เจ. อเล็กซานเดอร์ นูเอตาห์ ร่วมกับผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม JR Farms Group นายโอลาวาเล โอเยเยมิ ซึ่งข้อตกลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของบริษัทที่ปรึกษาจากไนจีเรียในธุรกรรมการลงทุนข้ามพรมแดน แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐและเอกชนในการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจของแอฟริกา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าจะเสริมสร้างผลผลิตทางการเกษตร สร้างโอกาสการจ้างงานจำนวนมาก และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนทั่วประเทศไลบีเรีย
การพัฒนาครั้งนี้เน้นย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของบริษัทไนจีเรียในการกำหนดรูปแบบการลงทุนทางการเกษตรขนาดใหญ่ที่อยู่นอกเหนือพรมแดนของประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูภาคกาแฟของประเทศและกระชับความร่วมมือทางการเกษตรในระดับภูมิภาค เพิ่มศักยภาพให้เกษตรกร สร้างงาน และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับชุมชนชนบททั่วประเทศ โอเยเยมิกล่าวว่า โครงการนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทในการขยายห่วงโซ่คุณค่าทางการเกษตรของแอฟริกา โดยผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตรของไนจีเรียมีส่วนร่วมในการลงทุนข้ามพรมแดนมากขึ้นเรื่อยๆ
เขากล่าวว่า มรดกทางด้านกาแฟของไลบีเรียและการได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งกำเนิดของกาแฟพันธุ์ลิเบอริกา ทำให้ประเทศนี้มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาวทั้งในด้านการผลิตและการส่งออก สร้างแพลตฟอร์มให้ธุรกิจการเกษตรของแอฟริกาสามารถขยายขนาด บูรณาการ และแข่งขันได้ในระดับโลก โดยคาดว่าโครงการริเริ่มนี้จะสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ปลูกกาแฟมากกว่า 250,000 เฮกตาร์ และการปลูกต้นกาแฟประมาณ 200 ล้านต้นในอีก 20 ปีข้างหน้า และคาดการณ์ว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรกว่า 200,000 ราย และสร้างงานโดยตรงและทางอ้อมประมาณ 300,000 ตำแหน่งตลอดห่วงโซ่คุณค่ากาแฟของไลบีเรีย ภายใต้ข้อตกลงสัมปทาน กลุ่มบริษัท JR Farms จะดูแลการดำเนินงานในภูมิภาคผลิตกาแฟที่สำคัญ ได้แก่ เขตนิมบา โลฟา และบอง ซึ่งเป็นการขยายฐานธุรกิจเกษตรในแอฟริกาตะวันตกของบริษัท
ข้อมูลเพิ่มเติมและความเห็นของสำนักงานฯ การผลิตกาแฟในประเทศไลบีเรีย เป็นแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของกาแฟสายพันธุ์ ลิเบอร์ริก้า (Liberica) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนผลผลิตเพียง 2% ของโลก ปัจจุบันอุตสาหกรรมกาแฟที่นี่มีขนาดเล็กและเผชิญกับการลดลงอย่างมาก ในอดีตไลบีเรียเคยส่งออกกาแฟได้สูงถึง 10,000 เมตริกตัน (ประมาณ 209,000 กระสอบในปี 1985) แต่ผลผลิตลดลงอย่างหนักเนื่องจากสงครามกลางเมืองและความต้องการในตลาดโลกลดลง อย่างไรก็ตาม กาแฟสายพันธุ์ Liberica มีลักษณะเฉพาะตัว คือทนทานต่อโรคและสภาพอากาศ ให้รสเข้มข้น กลิ่นอายคล้ายไม้ มีรสหวานเป็นเอกลักษณ์ บอดี้หนัก มักนิยมนำไปแปรรูปด้วยวิธี Dry Process (ตากแห้งทั้งผล) ในปัจจุบัน กาแฟสายพันธุ์ ลิเบอร์ริก้า ได้มีการนำมาปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นส่วนใหญ่ ทั้งในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพียงแค่ในประเทศฟิลิปปินส์เพียงประเทศเดียว กาแฟลิเบอริก้า คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของกาแฟที่ปลูกทั้งหมดภายในประเทศ
เครดิตภาพและที่มาข่าว https://punchng.com/
ประมวลโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงอาบูจา
มิถุนายน 2569
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/jox7i3fr4c4oh538ttr0xq8n&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eVPI37XgPHqaWCnqKwS9G

