• Fri. Sep 18th, 2026

ทีมเศรษฐกิจ จ่อคลอดแพ็กเกจรับวิกฤตพลังงาน ชงครม. 22 ก.ย. ช่วยเหลือประชาชน

ทีมเศรษฐกิจ-จ่อคลอดแพ็กเกจรับวิกฤตพลังงาน-ชงครม-22-กย.-ช่วยเหลือประชาชนทีมเศรษฐกิจ จ่อคลอดแพ็กเกจรับวิกฤตพลังงาน ชงครม. 22 ก.ย. ช่วยเหลือประชาชน
ทีมเศรษฐกิจ จ่อคลอดแพ็กเกจรับวิกฤตพลังงาน ชงครม. 22 ก.ย. ช่วยเหลือประชาชน

18 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นัดประชุมร่วมกับ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พลังงาน รมว.อุตสาหกรรม เพื่อหารือถึงแนวทางและมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าจะมีการสรุปมาตรการเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 22 กันยายนนี้ 

นางศุภจี กล่าวว่า ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงการจัดทำมาตรการช่วยเหลือประชาชนแบบบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง โดยกระทรวงพาณิชย์จะรับผิดชอบดูแลในส่วนปลายน้ำ ได้แก่ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร ตลอดจนการส่งเสริมการใช้พืชพลังงานชีวภาพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร

ขณะที่เดียวกัน การเข้าร่วมประชุมของรองนายกฯนายปกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายและระเบียบในการจัดหาแหล่งเงินมาใช้บริหารจัดการราคาพลังงานอย่างเหมาะสม ต้องดูเรื่องกฎระเบียบว่าการที่เราจะนำเงินมาใช้ ว่าสามารถดึงงบส่วนไหนมาใช้ได้

ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดจะต้องผ่านการพิจารณาและเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. อย่างเป็นทางการ

สำหรับสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก ตอนนี้ความขัดแย้งในต่างประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยเฉพาะการปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยพุ่งสูงถึง 126 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันสิงคโปร์เคยแตะระดับ 195 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอัตราเงินเฟ้อของไทยในช่วง 7-8 เดือนแรกของปี ยังคงอยู่ต่ำกว่า 2% และคาดว่าภาพรวมทั้งปีจะไม่เกินกรอบเป้าหมาย 3% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ที่อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเกิน 6% ไปแล้ว 

โดยราคาน้ำมันในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากรัฐบาลยังคงอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ประมาณ 39–40 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในสิงคโปร์พุ่งสูงเกิน 100 บาทต่อลิตร และเบนซินสิงคโปร์สูงถึง 88 บาทต่อลิตร   

นอกจากนี้ การบริหารจัดการราคาน้ำมันในรอบนี้ จะถอดบทเรียนจากการอุดหนุนในอดีต โดยจะปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวตามกลไกธรรมชาติบางส่วน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างตามมา

“ราคาน้ำมันของบ้านเราไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน จริงๆ แล้วรัฐบาลยังอุดหนุนในเรื่องของกองทุนพลังงานอยู่ รอบนี้เราก็ต้องพยายามให้มันไม่มีปัญหาเดิมๆ ครั้งที่แล้วที่เราคุยกันว่า 15 วันเราจะไม่ขึ้นเลย มันทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างมาก รอบนี้เราก็ต้องปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติบ้าง”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/669238&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pxEqJFObyEb_F29a29-lx