ในยุคก่อน โควิด-19 การขายส่งขายหน้าร้านเป็นที่นิยมมาก แต่เมื่อเกิดวิกฤต โควิด-19 ทำให้ร้านค้าหลายร้านต้องปรับตัวหรือร้านค้าบางร้านก็ต้องปิดตัวลงไปเพราะพิษเศรษฐกิจ แม้การระบาดของโรคจะคลี่คลายลงแต่เศรษฐกิจไม่สามารถฟื้นฟูเหมือนก่อนได้
ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่า ในภาคบริการมีอัตราการเปิดกิจการลดลง จาก 14% เหลือเพียง 10% โดยธุรกิจบริการแบบดั้งเดิม เช่น การก่อสร้าง การค้าส่ง และที่พักแรม มีอัตราการเปิดกิจการที่ลดลงมาก เช่น ธุรกิจที่พักแรมมีอัตราการเปิดเฉลี่ยที่ 14% ในช่วงก่อนโควิด ลดลงเหลือ 7% ในช่วงหลังโควิด-19
“โบ๊เบ๊” ฟุบ ผู้ค้าโอด เศรษฐกิจทรุด ยอดขายแย่กว่าช่วงโควิด-ลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ
รายงานดัชนีผู้บริโภคประจำเดือน พ.ค. 2569 ลดลงเหลือ 49.5 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 42 เดือน นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2565 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเรื่องปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ค่าน้ำมันสูงขึ้น จนกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน
สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันไปพึ่งพาช่องทางดิจิทัลมากขึ้นหลังยุคโควิด-19 เกิดเป็นเศรษฐกิจแบบใหม่ ก็คือเศรษฐกิจการค้าขายแบบออนไลน์ พ่อค้าแม่ค้าเริ่มปรับตัวมาค้าขายแบบออนไลน์มากขึ้น บางร้านขายออนไลน์ครึ่งหนึ่งและหน้าร้านครึ่งหนึ่ง แต่บางคนเปลี่ยนมาขายออนไลน์ 100%
วันนี้ (9 ก.ค.2569) ไทยพีเอสออนไลน์ พาสำรวจโบ๊เบ๊และประตูน้ำ แหล่งขายส่งยอดนิยมของประเทศไทยว่า เหล่าพ่อค้าแม่ค้ามีการปรับตัวกันอย่างไรบ้าง
น.ส.เอ (นามสมมติ) เจ้าของร้านขายเสื้อแจ็คเก็ต ที่ตึกโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ กล่าวว่า ช่วงนี้ยอดขายซบเซาต่อเนื่องหลังจากโควิด-19 เป็นต้นมา ยอดการสั่งซื้อลดลงครึ่งหนึ่ง ในตอนนี้ร้านอยู่รอดได้ด้วยลูกค้าประจำซึ่งสั่งจากทั่วประเทศ เช่น หน่วยงานราชการ หรือมหาวิทยาลัย ตอนนี้รายได้ก็พออยู่ได้แต่ว่าต้องประหยัดมีแค่เหลือพอใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนการปรับตัวอาจจะต้องประหยัดขึ้น และมีแผนว่าจะไลฟ์สดขายออนไลน์ เพื่อช่วยเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
“โบ๊เบ๊” ฟุบ ผู้ค้าโอด เศรษฐกิจทรุด ยอดขายแย่กว่าช่วงโควิด-ลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ
น.ส.บี (นามสมมติ) เจ้าของร้านชุดชั้นใน ที่ตึกโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงโควิด-19 ร้านยังพอขายได้ แต่เริ่มเงียบเหงาเมื่อช่วงกลางปี 2568 อาจจะเพราะเศรษฐกิจไม่ดี หรือผลกระทบจากสงครามต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้ขายได้วันละหลักแสนบาท ตอนนี้ลดลงเหลือเพียงหลักร้อยเท่านั้น ลูกค้าส่วนใหญ่คือคนไทย และมีร้านต่างชาติติดต่อซื้อบ้าง
ตอนนี้ร้านของเธออยู่ได้ด้วยลูกค้าประจำ ส่วนลูกค้าหน้าใหม่พอมีบ้าง แต่ลดลงไปมาก แม้ร้านของเธอจะปรับไปขายแบบออนไลน์ แต่รายได้ไม่ดีนัก อาจเพราะมีคู่แข่งจำนวนมาก เช่น สินค้าราคาถูกจากแพลตฟอร์มจีนที่กำลังเข้ามาตีตลาดไทย จึงเลิกขายบนออนไลน์ เธอย้ำว่า อาจจะเพราะลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ธุรกิจซบเซาอย่างมาก
“โบ๊เบ๊” ฟุบ ผู้ค้าโอด เศรษฐกิจทรุด ยอดขายแย่กว่าช่วงโควิด-ลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ
นางบุ๋ม อายุ 55 เปิดร้านขายเสื้อผ้ากีฬา ที่ตึกโบ๊เบ๊ทาวเวอร์ มา 25 ปี เล่าว่า ทุกวันนี้ตลาดและเศรษฐกิจเปลี่ยนไปมาก ตอนนี้ก็ขายได้น้อยลงมาก โดยอาศัยจากลูกค้าเก่าในการอยู่รอด ตอนนี้ร้านในโบ๊เบ๊ที่ยังอยู่ได้เป็นร้านที่เป็นร้านค้าเก่าและมีลูกค้าประจำ เธอไม่ได้ขายทางออนไลน์เพราะรู้สึกว่ายุ่งยาก
นางบุ๋ม กล่าวต่อว่า สถานการณ์ตลาดตอนนี้เปลี่ยนไปมาก คนซื้อน้อยลง เน้นไปซื้อของกินมากกว่าของใช้ คนขายก็เปลี่ยนไปขายออนไลน์มากขึ้น ทำให้โบ๊เบ๊ซบเซากว่าเมื่อก่อน
นอกจากนี้ ด้านตลาดขายส่งอีกแห่งอย่างประตูน้ำ แม่ค้าก็ยังสะท้อนปัญหาที่คล้ายคลึงกัน คือตลาดขายส่งซบเซาลง
น.ส.ภัทรภรณ์ อายุ 47 แม่ค้าขายเสื้อผ้ามากว่า 30 ปี กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ยอดขายและสภาพเศรษฐกิจย่ำแย่กว่าช่วงที่มีการระบาดของโควิด 19 เสียอีก โดยลูกค้าที่รับซื้อจากร้านของเธอไปขายต่อก็ต้องปิดกิจการไปหลายราย เพราะขายไม่ได้ แม้ร้านของเธอจะขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เช่น ภาษี ค่าธรรมเนียม ประกอบกับสถานการณ์สงคราม ราคาน้ำมันขึ้น ค่าครองชีพที่แพงขึ้น ทำให้ร้านของเธอมีรายได้ลดลงจากแต่ก่อนมาก
สมมติถ้ารายได้เต็ม 100 ตอนโควิดขายได้อยู่ที่ประมาณ 70 แต่ตอนนี้ขายได้ 20 ยังไม่ถึงเลย และแทบไม่มีเหลือเก็บเลย
“โบ๊เบ๊” ฟุบ ผู้ค้าโอด เศรษฐกิจทรุด ยอดขายแย่กว่าช่วงโควิด-ลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ
น.ส.เมย์ อายุ 39 ปี ผู้จัดการร้านขายเสื้อผ้า กล่าวว่า ในช่วงโควิด-19 การค้าขายเงียบลง เพราะลูกค้าหลายคนเป็นชาวต่างชาติ ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาซื้อขายที่หน้าร้านได้ แต่ก็ยังพอมีการจับจ่ายซื้อของอยู่ อย่างไรก็ตามยังไม่ซบเซาเท่าในช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้ อาจจะเพราะพฤติกรรมการซื้อขอายของลูกค้าที่เปลี่ยนไปเป็นซื้อบนออนไลน์มากขึ้น ร้านของเธอก็ได้ปรับตัวไปขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ควบคู่ไปกับการขายของหน้าร้านตั้งแต่ช่วงโควิด-19
ปรากฏการณ์ “เงียบเหงากว่าช่วงโควิด-19” ของตลาดค้าส่งอย่างโบ๊เบ๊และประตูน้ำ สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดจากโรคระบาดที่มาแล้วไป แต่เป็นผลจากโครงสร้างกำลังซื้อที่หดตัวอย่างรุนแรง และต้นทุนพลังงานที่มากขึ้นเรื่อย ๆ
คำถามสำคัญคือหลังจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยของภาครัฐ จะเข้ามาเยียวยาได้ตรงจุด และทันท่วงทีอย่างไร ก่อนที่ย่านค้าส่งดั้งเดิมเหล่านี้จะหายไป
รายงาน : น.ส.ฐิตินันท์ คุ้มตะสิน นักศึกษาฝึกงาน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายรณรต วงษ์ผักเบี้ย นักศึกษาฝึกงาน คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อ้างอิง
ธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง พลวัตธุรกิจที่เปลี่ยนไป: สัญญาณเตือนหรือโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย
อ่านข่าว :
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/508077&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ovYBSJdbuJzrVqF5lEFX6

