• Thu. Sep 10th, 2026

ชัชชาติชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ ผนึกรัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน

ชัชชาติชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ-ผนึกรัฐ-ธุรกิจ-ประชาชนชัชชาติชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ ผนึกรัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน
ชัชชาติชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ ผนึกรัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน

ชัชชาติชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ ผนึกรัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน

กรุงเทพมหานครเดินหน้าวางระบบเศรษฐกิจเมือง โดยมองว่าการสร้างงาน การเพิ่มผลิตภาพ และการเชื่อมโยงธุรกิจทุกขนาด

คือกลไกสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจกรุงเทพฯ เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมขยับบทบาท กทม. จากหน่วยงานที่ทำหน้าที่ให้บริการประชาชน ไปสู่ “ผู้เอื้ออำนวย” ที่เชื่อมภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนเข้าด้วยกัน
 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานคร

ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เพื่อหารือกรอบยุทธศาสตร์ แนวทาง และกลไกความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเมืองให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ชัชชาติชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ ผนึกรัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน

นายชัชชาติกล่าวว่า เศรษฐกิจเมืองเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนากรุงเทพมหานคร เพราะเมืองที่มีงานและเศรษฐกิจเข้มแข็งจะเป็นพื้นฐานของการเติบโตในระยะยาว

ดังนั้น กทม. ต้องสร้างระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงธุรกิจตั้งแต่รายใหญ่ (Big Corporate) ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ไปจนถึงธุรกิจรายย่อย (Micro) ให้สามารถเติบโตและเกื้อหนุนกัน

“บทบาทสำคัญของกรุงเทพมหานคร คือการเป็นผู้ประสานและผู้ผลักดัน เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน รวมถึงนำปัญหาและความต้องการของเมืองไปสื่อสารกับรัฐบาลกลาง เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาและนโยบายที่ตอบโจทย์เมืองอย่างเป็นรูปธรรม”

ผู้ว่าฯ ชัชชาติระบุว่า การพัฒนาเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ไม่ควรมองเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

แต่ต้องเพิ่มศักยภาพเมืองทั้งด้านเทคโนโลยีและ AI การศึกษา และสาธารณสุข ควบคู่กับการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของกรุงเทพฯ

ทั้งอาหาร วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความหลากหลาย มาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างความเป็นเมืองสมัยใหม่กับอัตลักษณ์ของกรุงเทพฯ

ชัชชาติชูเศรษฐกิจเมืองหัวใจพัฒนากรุงเทพฯ ผนึกรัฐ-ธุรกิจ-ประชาชน

4 บทบาท กทม. จาก “ผู้ให้บริการ” สู่ “ผู้เอื้ออำนวย”

สำหรับกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง กทม. กำหนดบทบาทในฐานะ “ผู้เอื้ออำนวย” 4 ด้าน ได้แก่

เชื่อมโยงพันธมิตรและประสานความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน เช่น โครงการ BKK Housing

ให้บริการข้อมูล ผ่าน Open Data, Big Data และ Location Intelligence Platform เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ

อำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบและบริการภาครัฐ โดยยกระดับบริการสู่ระบบดิจิทัล เช่น BMA One Stop Service (BMA OSS) และการขอใบอนุญาตออนไลน์

สร้างภาพลักษณ์และแบรนด์ของเมือง นำอัตลักษณ์และวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านโครงการ 12 เทศกาล 12 เดือน และการพัฒนา 50 ย่านสร้างสรรค์
แบ่งภารกิจดันเศรษฐกิจ 3 กลุ่มธุรกิจ

ในส่วนของผู้ประกอบการ กทม. วางแนวทางสนับสนุนออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้มาตรการตอบโจทย์ธุรกิจแต่ละขนาดมากขึ้น

กลุ่มแรก Large Enterprise & Investment เน้นดึงดูดการลงทุนใหม่ ยกระดับ Invest Bangkok พัฒนาระบบ Fast-track สร้างเครือข่าย Friends of Bangkok รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจยามค่ำคืนและเพิ่มศักยภาพกรุงเทพฯ ในการรองรับ Global Events

กลุ่มที่สอง SMEs (Growth & Innovation) มุ่งพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และโอกาสทางการตลาด พร้อมเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ Supply Chain ของธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมและเทศกาลต่าง ๆ ของเมือง

ส่วนกลุ่มที่สาม Micro & Local Economy เน้นเพิ่มโอกาสและรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจฐานราก

ผ่านการเพิ่มพื้นที่ค้าขายและตลาดนัด กระจายศูนย์อิ่มท้องอย่างน้อย 50 แห่ง พัฒนาระบบเครดิตธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงนำ Bangkok Creative IP และมาสคอตเมืองมาต่อยอดเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน

เชื่อมยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน

กรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับกรอบเศรษฐกิจของ OECD ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 7 การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ MSMEs รวมถึงแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร 20 ปี ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) ในมิติเศรษฐกิจดี

ที่ประชุมยังพิจารณาร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจเมืองกรุงเทพมหานคร

โดยมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ Large Enterprise & Investment, SMEs Growth & Innovation และ Micro & Local Economy เพื่อกำหนดภารกิจและผลักดันงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะต่อไป กทม. จะผลักดันการจัดตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานย่อยในประเด็นต่าง ๆ ให้มีโครงสร้างและภารกิจที่ชัดเจน

เพื่อให้สามารถลงรายละเอียด วางแผน และกำหนดแนวทางดำเนินงานได้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจัดทำโครงสร้างคณะทำงานย่อยแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ก่อนให้แต่ละคณะทำงานหารือและขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่เป็นระยะ

“หากเราสามารถนำศักยภาพที่มีอยู่มาประกอบร่างและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่า และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของเมืองและประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายชัชชาติกล่าว
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/748457&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04xkiRspEsEn8xB7qkFOk3