วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
จัดตามรอยผู้กล้า
ทภ.2เปิดทางท่องเที่ยว
เยือนปราสาทตาควาย
“ทภ.2-จ.สุรินทร์” เปิดท่องเที่ยว “ปราสาทตาควาย–เนิน 350” ชมรูปปั้น 3 ทหารกล้า “จ่าเริง-พลทหารวุ้น-จ่าอโนทัย” ด้าน กัมพูชา กร้าว ทำหนังสือประท้วงให้หยุดกิจกรรมทันที
วันที่ 6 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บักได ได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ภายใต้กิจกรรมทดลองเปิดเส้นทางท่องเที่ยว “ปราสาทตาควาย และเนิน 350” ที่ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยเปิดให้เที่ยวชมในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 6-7 และ 13-14 มิถุนายน 2569 นี้
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ชมธรรมชาติที่สวยงาม และรำลึกถึงวีรกรรมของทหารกล้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยนักท่องเที่ยวจะได้เดินผ่านจุดเรียนรู้สำคัญทั้งหมด 7 จุด เช่น อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย, องค์พระพุทธเมตตา, ปราสาทตาควาย และเนิน 350
รำลึก 3 ทหารกล้า
รวมถึงไฮไลต์สำคัญคือการไปชมรูปปั้นของ 3 ทหารกล้า ได้แก่ “จ่าเริง” จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ “พลทหารวุ้น” พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา จากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ที่เสียชีวิตในปฏิบัติการบุกยึดพื้นที่เนิน 350 เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 “จ่าอโนทัย” จ่าสิบเอก อโณทัย ป้องแก้ว หัวหน้าชุดโจมตี กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยปราสาทตาควาย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568
เส้นทางท่องเที่ยวนี้เป็นทางเดินศึกษาประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 2.9 กิโลเมตร บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะกับการมาพักผ่อนและเรียนรู้เรื่องราวชายแดนไปพร้อมๆ กัน
สำหรับการเดินทาง จะมีรถรับส่งจากจุดต้อนรับไปยังจุดคัดกรองบริเวณโรงเรียนบ้านไทยสันติสุขโดยมีพี่ๆ ทหารและเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง พร้อมมีน้ำดื่มและยาสามัญประจำบ้านเตรียมไว้บริการตามจุดพักอย่างครบครัน
การเปิดเส้นทางครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ จึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเที่ยวชม รำลึกถึงความเสียสละของวีรบุรุษ และช่วยกันดูแลผืนแผ่นดินไทยไปด้วยกัน
เขมรงอแงประท้วงไทยทันที
มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา ทางกระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านการดำเนินการของฝั่งไทยบริเวณปราสาทตาควาย โดยเรียกร้องให้ทางการไทยระงับแผนเปิดการท่องเที่ยว และให้หยุดทุกกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าวทันที
รวบ17เขมรหนีความอดอยาก
ที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 6 มิ.ย.2569กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจโคกสูงและชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 นำโดย พ.ต.อัศวิน เสาทอง เสธ.ชค.ทพ.12 พร้อมกำลังพล ร้อย.ทพ.1205 และชุดปฏิบัติการข่าว ร่วมกันลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่รับผิดชอบ
กระทั่งได้ตรวจพบและจับกุมแรงงานชาวกัมพูชาลักลอบหนีเข้าเมืองจำนวน 17 คน เป็นชาย 7, หญิง 8, เด็กชาย 1, เด็กหญิง 1 ขณะกำลังเดินเท้าลักลอบข้ามตะเข็บชายแดนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติ ระหว่างรอยต่อ จุดตรวจ ส.44 ถึง จุดตรวจ อ.01 บริเวณบ้านศิลารัตน์พัฒนาต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
ตรวจสอบแล้วไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตข้ามแดน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมสัมภาระมาซักถามที่กองร้อยทหารพรานที่ 1205
จากการซักถามเบื้องต้น ชาวกัมพูชาทั้ง 17 คน ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องและอาศัยอยู่หมู่บ้านเดียวกันที่บ้านควน ต.รุนลา อ.บานอนจ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา ทั้งหมด รับสารภาพว่า อยู่ที่บ้านเกิดไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ และเกิดความอดอยาก อย่างหนัก จึงชักชวนกันยกครอบครัวเดินทางออกจากหมู่บ้านเพื่อลักลอบ ข้ามแดน โดยเสียค่านำพาให้กับนายหน้าชาวกัมพูชาเป็นเงินคนละ 8,000 บาท หวังลักลอบเข้าไทยเพื่อจะไปทำงานก่อสร้างที่ จ.ชลบุรี ตามที่เพื่อนชักชวนไว้ แต่สุดท้ายเดินข้ามแดนมาได้ไม่ทันไรก็ถูกทหารไทยจับกุมได้เสียก่อน
เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 17 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.โคกสูง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทิ้งร้านในปอยเปตลอบข้ามแดน
ต่อมาเวลา 06.30 น.วันเดียวกัน กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 นำโดย พ.ท.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย.ทพ.1202 นำกำลังพลออกลาดตระเวนป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย บริเวณระหว่างจุดตรวจ อ.09 ถึง จุดตรวจ อ.10 บ้านดงงู ม.5 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบและจับกุมชาวไทย 2 คน ชาย 1, หญิง 1ขณะกำลังเดินเท้าลักลอบข้ามแดนจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชาเข้ามาในประเทศไทย บริเวณป่าละเมาะท้ายหมู่บ้านดงงู ตรวจสอบไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารการข้ามแดน จึงควบคุมตัวมาซักถามที่กองร้อยทหารพรานที่ 1202
จากการซักถาม ทราบชื่อฝ่ายชายคือ นายเลิศมงคล ชูสินโภคทรัพย์ อายุ 44 ปี (ชาว จ.บุรีรัมย์) และฝ่ายหญิงคือ น.ส.เสาวนิตย์ สิทธิศักดิ์ อายุ 49 ปี (ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์)ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน และให้การว่าได้เดินทางไปทำธุรกิจเปิดร้านหมูกระทะในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา มาตั้งแต่ปี2563 ซึ่งแต่ก่อนค้าขายดีมาก
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และมีการปิดด่านพรมแดน ทำให้เริ่มขายของไม่ได้ ประกอบกับระยะหลังทางการกัมพูชาล้างบางกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ในปอยเปตอย่างหนักยิ่งทำให้ลูกค้าหายไปหมด เศรษฐกิจในเมืองปอยเปตซบเซาอย่างรุนแรง ร้านค้าปิดตัวไปมากกว่า 80% บางวันขายแทบไม่ได้เลย แถมยังกลัวเรื่องความไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจยอมทิ้งร้านหมูกระทะ ชวนกันลักลอบเดินเท้าข้ามแดนกลับไทยเพื่อหวังมาตั้งตัวใหม่ที่บ้านเกิด แต่ก็มาถูกทหารพรานจับกุมได้เสียก่อน
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชาวไทยทั้ง 2 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/969145&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kxQtuPYP9tptT8NC1IhOt

