หนึ่งในไฮไลท์ของ งาน “วันนักประดิษฐ์” จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประจำทุกปีที่จะมีพิธีมอบรางวัล “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่อุทิศตน ทุ่มเททำงานวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศทั้งด้านวิชาการ เศรษฐกิจและสังคม ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ล่าสุด วช. ได้จัดเสวนา “เส้นทางแห่งปัญญา: ประสบการณ์วิจัยและบทเรียนที่อยากส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่”ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแถลงข่าวการจัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในเส้นทางการวิจัยของนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่มีบทบาทและความสำคัญ ในการขับเคลื่อนทั้งด้านการศึกษา สังคม และการพัฒนาประเทศ ซึ่งแต่ละท่านให้ทัศนะได้อย่างน่าสนใจ

ศ.ดร.เจตสุมน ประจำศรี จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไข้มาลาเรียทำงานวิจัยนี้มากว่า 40 ปัจจุบันทีมวิจัย ได้พัฒนาวัคซีน mRNA สำหรับต้านเชื้อไข้มาลาเรียพีวี ที่พบมากในภูมิภาคเอเชีย โดยอยู่ในช่วงการทดลองก่อนที่จะนำไปทดสอบในมนุษย์จริง หากประสบความสำเร็จตามแผน ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะสามารถทดลองในมนุษย์ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า
“ความท้าทายของงานวิจัยนี้ จะเป็นเรื่องความเข้าใจชีววิทยาของเชื้อมาลาเรีย ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำได้ยาก และต้องทำจากเชื้อที่ได้จากคนไข้โดยตรง การมีองค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยพัฒนาวัคซีนได้เร็วขึ้น ความโชคดีคือประเทศไทยยังมีเชื้อไข้มาลาเรียพีวี ทำให้สามารถทำวิจัยได้เองในประเทศ การได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจทั้งของตนเองและทีมงาน ซึ่งงานวิจัยกว่า 40 ปีนี้ ไม่สามารถทำคนเดียวได้ สำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ อยากจะบอกว่า ให้เลือกทำเรื่องที่ชอบแล้วจะสนุกในสิ่งที่ทำ เนื่องจากงานวิจัยเป็นอะไรที่ไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ และเมื่อทำกับเรื่องโรค จะมีอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ดังนั้นการทำงานวิจัยทางการแพทย์ ต้องชอบจริงๆ จะทำให้เราสนุกที่จะค้นหา เรียนรู้ และไม่ท้อกับสิ่งที่ทำอยู่ ซึ่งต้องมีการตั้งเป้าก่อนกับสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่ชอบ ความยากไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นความท้าทายที่ทำให้เราหาทางแก้”
ศ.เภสัชกร ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ซึ่งศึกษาค้นคว้าสารต้านมะเร็งจากสมุนไพรและสารสังเคราะห์ กล่าวว่า “ความเชี่ยวชาญของนักวิจัยจะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบได้ และหากต้องการให้เกิดความยั่งยืนความเชี่ยวชาญของนักวิจัยจะต้องอยู่ในระดับมาตรฐานที่นานาชาติยอมรับด้วย ขณะเดียวกันประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องผลิตนักวิจัยและเทคโนโลยีเองภายในประเทศ แทนการพึ่งพาการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือการเรียนจบจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว”
ทั้งนี้มีผู้ได้รับการคัดเลือกได้รับรางวัล “นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569” จำนวน 15 ท่าน ซึ่งจะเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ภายในงาน“วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 ที่ วช. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพด้านการประดิษฐ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” โดยงานดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมพร้อมใช้ ตลอดจนความก้าวหน้าด้านการประดิษฐ์คิดค้นของประเทศ เพื่อขยายผลและนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
งาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-9 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100-104ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ผู้สนใจติดตามรายละเอียด และลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com/
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/65058&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CYYEyGE9PoMwLNZUhEMln
