โครงสร้างพื้นฐานระบบราง TOD และเมกะโปรเจกต์เปลี่ยนเมือง
ปัจจัยเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่ทำให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในคลองหลวงพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด คือการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม (ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) ระยะทาง 8.84 กิโลเมตร ครอบคลุม 4 สถานีใหม่ (สถานีคลองหนึ่ง, สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, สถานีเชียงราก และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต) ซึ่งปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงนามสัญญาและออกหนังสือเริ่มงานแล้ว โดยมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ. 2572
โครงการนี้จะเปิดประตูการเดินทาง เชื่อมต่อคลองหลวงเข้าสู่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการวางผังพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (Transit-Oriented Development – TOD) เพื่อสร้างคอมมูนิตี้เชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยแบบเดินเท้า
นอกจากระบบรางแล้ว ภาคเอกชนยังโถมกำลังเข้ามาร่วมเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ทำเล โดยเฉพาะแผนลงทุนระดับเมกะโปรเจกต์ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN บนที่ดินกว่า 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน ในชื่อ Central M (ฟิวเจอร์ซิตี้) ซึ่งถูกวางโครงสร้างเป็น Retail-Led Mixed-Use Development ขนาดใหญ่ ที่รวมศูนย์การค้าระดับ Super Regional Mall อาคารสำนักงาน และพื้นที่สีเขียว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นฮับเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่มีศักยภาพสูงไม่แพ้โซนเมกาบางนาหรือเซ็นทรัลเวสต์เกต
ตัวเลขราคาประเมิน Yield ปล่อยเช่า และความมั่นคงด้านการจัดการน้ำ
ความร้อนแรงของทำเลคลองหลวง สะท้อนผ่านดัชนีทางเศรษฐศาสตร์อย่างชัดเจน แม้ราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์ (รอบปี 2566-2569) ในจังหวัดปทุมธานีจะมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 100,000 บาทต่อตารางวา แต่ราคาซื้อขายจริงในตลาด (Market Price) ย่านรังสิต-คลองหลวง ได้ทะยานสูงกว่าราคาประเมินไปแล้ว 20% ถึง 300% ตามความใกล้ชิดเส้นทางรถไฟฟ้า
ในมิติการลงทุน คลองหลวงถือเป็น “ทำเลทองคำ” สำหรับคอนโดมิเนียมปล่อยเช่า (Campus Condo) โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการให้เช่า (Gross Rental Yield) เฉลี่ยสูงถึง 5.0% – 6.85% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น คอนโดมูลค่า 1.8 ล้านบาท สามารถปล่อยเช่าในกลุ่มนักศึกษาและคนทำงานได้ถึง 9,000 บาท/เดือน สร้าง Cash Flow ที่สม่ำเสมอให้นักลงทุน
ขณะเดียวกัน ในประเด็นข้อกังวลเรื่องอุทกภัย ทำเลคลองหลวงได้ผ่านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ (Water Management Infrastructure) ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ จัดทำระบบเชื่อมโยงแก้มลิงธรรมชาติและคลองซอยที่รองรับน้ำได้มหาศาลกว่า 14.82 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมเทคโนโลยีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยเชิงนิเวศวิทยาแก่ผู้ซื้อและดีเวลลอปเปอร์ในระยะยาว
ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า “คลองหลวง” ได้ยกระดับจากพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมือง มาสู่การเป็นฮับเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่มีองค์ประกอบครบครัน ทั้งดีมานด์ที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานระบบราง TOD และแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่มั่นคง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดึงดูดผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำให้เข้ามาปักหมุดโครงการใหม่ๆ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
หนึ่งในตัวอย่างการพัฒนาที่น่าสนใจในทำเลนี้คือโครงการ D:CRAFT (ดีคราฟต์) คลองหลวง โดย บ้านชาวไทย ที่ออกแบบพื้นที่ผสมผสาน (Mixed-Use Concept) เพื่อรองรับทั้งการใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อนไว้ในแห่งเดียว สอดรับกับยุทธศาสตร์การเติบโตของย่าน เช่นเดียวกับโมเดลการพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้แนวคิด “DECODE The Good Life” ของโครงการ D:CODE (ดีโค้ด) ศรีนครินทร์ ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ซึ่งต่างสะท้อนภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารในระยะยาว
.
ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: [เว็บไซต์โครงการ]
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/business/economy/378983574&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yzjt9xipD-YKEZbV_tRG5

