กินเจปีนี้ไม่ง่าย! คนไทยตั้งใจกินเจต่ำสุดรอบ 11 ปี เหลือ 32% ขณะที่น้ำท่วมดันผักแพง ต้นทุนพุ่ง ร้านอาหารแบกทั้งค่าวัตถุดิบ-ค่าเช่า จนผู้บริโภคบางส่วนลดวันกินเจเหลือ 2-3 วัน
เมื่อ ‘กินเจ’ กลายเป็นโจทย์กำลังซื้อ ร้านอาหารจะรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไหวแค่ไหน?
ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพรวมเทศกาลกินเจปี 2569 ยังมีความคึกคักไม่ต่ำกว่าปีก่อน

โดยเงินสะพัดในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้จะอยู่ที่ 46,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จาก 45,903 ล้านบาทในปี 2568 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี
ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,576 บาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจ
คนไทยกินเจลดลง ต่ำสุดในรอบ 11 ปี
ธนวรรธน์ กล่าวว่า แม้ตัวเลขบางด้านจะสะท้อนว่าประชาชนยังระมัดระวังการจับจ่าย แต่การใช้จ่ายยังมีแรงหนุนจากความตั้งใจทำบุญและกระแสรักสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่ใช้โปรตีนจากพืช
ขณะที่พฤติกรรมการกินเจอาจเปลี่ยนจากการกินครบทุกมื้อ มาเป็นการเลือกกินเฉพาะบางมื้อมากขึ้น
“ถ้าจะสรุปก็ต้องสรุปว่า คึกคักไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว คนจะบริโภคใกล้เคียงเดิม แต่เงินจะสะพัดระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หวือหวา”


อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจประชาชน 1,230 คนทั่วประเทศ พบว่า ผู้ที่ตั้งใจกินเจปีนี้เหลือ 32% ลดลงจาก 34% ในปีก่อน และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี
“ปัจจัยสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจ ทั้งน้ำท่วมและราคาน้ำมัน ส่งผลให้อาหารเจมีราคาสูงขึ้น เศรษฐกิจไม่ดี เป็นเหตุผลอันดับแรกของกลุ่มที่ไม่กินเจ ขณะที่อาหารเจแพงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนว่ากำลังซื้อและค่าครองชีพยังมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค”
ธนวรรธน์ ระบุอีกว่า ตัวเลขความเสียหายน้ำท่วมล่าสุด (6 ต.ค.69) กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 1.4 หมื่นล้านบาท กรุงเทพฯ มากสุด 10,100 ล้านบาท โดยภาคบริการเสียหายสูงสุด 8,600 ล้านบาท ขณะที่ปทุมธานียังต้องจับตา เพราะระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น
ส่วนภาคตะวันออกเสียหาย 6,000 ล้านบาท ชลบุรีหนักสุด 3,500 ล้านบาท กระทบนิคมอุตสาหกรรม โดยอมตะซิตี้ ชลบุรี มีโรงงานได้รับผลกระทบราว 34 แห่ง
ภาคกลางเสียหาย 2,000 ล้านบาท อยุธยาหนักสุด 1,400 ล้านบาท ขณะที่ความเสียหายภาคเกษตรยังอาจเพิ่ม หลังน้ำลดและประเมินผลผลิตข้าวนาปีได้ชัดเจนขึ้น
น้ำท่วมกระทบแหล่งปลูกผัก เร่งเติมสินค้าเข้าตลาด
วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อแหล่งเพาะปลูกผักสำคัญ
โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก ทำให้ผักบางชนิดมีราคาสูงขึ้น แต่สถานการณ์เริ่มทยอยดีขึ้น หลังมีการนำผลผลิตจากพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาเติมในตลาดกลาง
“กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการสินค้าให้มีเพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ”

‘พาณิชย์’ ตั้ง War Room เกาะติดตลาดสด-โมเดิร์นเทรด จ่อชงงบ 1,000 ล้าน
ล่าสุด กรมการค้าภายในตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ผัก สินค้าอุปโภคบริโภค และระบบตลาดแบบวันต่อวัน พร้อมประสานผู้ประกอบการให้ตรึงราคาสินค้า เพิ่มสต็อก และปรับระบบขนส่ง รวมถึงขอความร่วมมือให้ลดการส่งออกไข่ไก่ 30-50% เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าในตลาดประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์เตรียมงบประมาณราว 1,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพทั่วประเทศลงไปถึงระดับชุมชน
ฐนิวรรษ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่กำลังกระทบห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ราคาสินค้าและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคธุรกิจ แต่ยังลามไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภคและระบบโลจิสติกส์ด้วย
ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการและผู้บริโภครายย่อยต่างกังวลว่า เทศกาลอาหารเจปีนี้อาจซบเซากว่าปีที่ผ่านมา
ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้บริโภคยังตั้งข้อสงสัยว่า ราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นเป็นผลจากผลผลิตเสียหายเพราะน้ำท่วมจริงหรือไม่ หรือมีผู้ฉวยโอกาสใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลขึ้นราคา
ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือขนมจีน ซึ่งเดิมขายในราคา 10 บาท แต่ปรับเป็น 20 บาท ทั้งที่เป็นสินค้าที่ผลิตจากการบีบแป้งในโรงงาน

หรือแม้กระทั่งถั่วฝักยาวก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน จากเดิมซื้อได้ในราคากำละประมาณ 10 บาท หลังน้ำท่วมกลับปรับเป็น 20 บาท และยังมีปริมาณลดลง เหลือประมาณ 10 เส้นต่อกำอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม การขนส่งที่ติดขัดก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดันราคาให้สูงขึ้น เนื่องจากพืชผักส่วนใหญ่มาจากแหล่งเพาะปลูก เช่น จังหวัดราชบุรี
เมื่อเส้นทางได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผักบางส่วนเน่าเสียระหว่างทาง ทำให้มีสินค้าเข้าสู่ตลาดน้อยลง และราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายปลายทางก็สูงขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ ประชาชนในหลายพื้นที่แม้บ้านจะไม่ถูกน้ำท่วม แต่ก็ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้เป็นเวลา 4-5 วัน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการทำมาหากิน ส่วนฝั่งภาคธุรกิจก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ธุรกิจขนาดใหญ่และร้านค้าหลายแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว
ในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารรายเล็ก ผลกระทบปรากฏชัดผ่านยอดขายที่ลดลง ยกตัวอย่างร้านอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่งในย่านเยาวราชซึ่งเคยขายได้วันละประมาณ 100,000 บาท มียอดขายลดลงเหลือเพียง 10,000-20,000 บาทต่อวัน แน่นอนว่าผู้ประกอบการต้องจำใจแบกต้นทุนต่อไป
เทศกาลกินเจปีนี้ บรรยากาศ ‘แผ่วลง’
นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวต่อไปว่า ศูนย์อาหารบางแห่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน กรณีศูนย์อาหารวนารี ผู้ประกอบการที่เข้าประมูลบริหารได้ปรับราคาอาหารเริ่มต้นจาก 35 บาทเป็น 50 บาท
โดยให้เหตุผลว่าต้องรับมือทั้งผลกระทบโดยตรง เช่น บ้านถูกน้ำท่วมและขาดรายได้จากการขายหลายวัน ตลอดจนผลทางจิตวิทยาที่ทำให้ประเมินต้นทุนสูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ก็ยังมีภาระค่าเช่าและเงินเดือนพนักงานที่ต้องจ่าย ผู้ขายอาหารเจในตลาดต่างๆ ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างแรงกดดันทั้งด้านการบริหารจัดการและต้นทุนดำเนินงาน ทำให้ต้องวางแผนล่วงหน้า เพื่อรับมือความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ฐนิวรรษ ทิ้งท้ายว่า แม้ผู้บริโภคที่ยึดถือการกินเจจะยังคงมีศรัทธา แต่หลายคนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น บางส่วนจึงเลือกลดระยะเวลาการถือศีล
โดยกินเจเพียง 2–3 วัน แทนการปฏิบัติครบตลอดเทศกาล เพราะรับรู้ว่าราคาผักสูงขึ้นจากผลกระทบของน้ำท่วมและปัญหาการขนส่ง
น้ำท่วมดันราคาผักบางชนิดแพงขึ้น 10 เท่า
นรินธร อัครจรุพัฒน์ เจ้าของร้านครัวนรินธร ในกรุงเทพฯ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า เดิมทีตนเองก็ตั้งใจจะไม่ขายอาหารเจในปีนี้ เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้นมาก แต่สุดท้ายยังต้องขาย เพราะได้ถ่ายภาพประชาสัมพันธ์ร่วมกับศูนย์การค้าไปแล้ว อีกทั้งยังมีคิวทำอาหารเพื่อถ่ายรายการประชาสัมพันธ์ ซึ่งหากยังไม่ได้ถ่ายภาพโปรโมตไว้ก่อน ก็จะไม่ทำอาหารเจขายในปีนี้
ในแต่ละปีร้านขายอาหารเจจะอยู่ใน 2 จุดหลัก ได้แก่ โซนสุขสยาม ภายในไอคอนสยาม และย่านสีลม ซอย 5 หรือซอยละลายทรัพย์ โดยมีเมนูหลากหลาย ทั้งอาหารเจ 4 ภาค แกงโฮะ ลาบเจ และต้มกะหล่ำปลี
นรินธร ระบุว่า ราคาผักแพงขึ้นอย่างมากจากผลกระทบของน้ำท่วม ขณะที่โปรตีนเกษตรและวัตถุดิบอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังมีราคาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
โดยมี ’ผักบุ้ง’ เป็นผักที่มีราคาสูงที่สุดในบรรดาผักที่ใช้ทำอาหารเจ และวัตถุดิบหลายชนิดเริ่มหาซื้อยาก เนื่องจากพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดไม่เพียงพอ

ยกตัวอย่างราคาผักที่ปรับสูงขึ้น ได้แก่ ผักกวางตุ้ง ซึ่งเดิมซื้อในปริมาณ 5 กิโลกรัมได้ในราคา 70–80 บาท แต่ปัจจุบันราคาสูงขึ้นเป็นถุงละ 350 บาท หรือแพงขึ้นเกือบ 10 เท่า ส่วนมะเขือยาว ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักอันดับต้นๆ ของอาหารเจ จากเดิมถุงละ 80 บาท ปรับขึ้นเป็น 300 บาท ขณะที่ผักจีนมีราคากิโลกรัมละ 100–200 บาท ใกล้เคียงกับราคาเนื้อสัตว์
เมื่อวัตถุดิบแพงขึ้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องปรับราคาอาหารเจขึ้นเมนูละ 10 บาท เช่น จากจานละ 60 บาท เป็น 70 บาท เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แม้ย่านสีลมจะมีผู้บริโภคอาหารเจจำนวนมาก แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นก็ทำให้กำไรลดลงอย่างมาก และพ่อค้าแม่ค้าบางรายอาจถึงขั้นขาดทุนในปีนี้
สำหรับการทำธุรกิจในศูนย์การค้า นรินธร กล่าวว่า ประสบภาวะขาดทุนสะสมแล้วประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายในพื้นที่ต่างเฝ้าดูสถานการณ์ไปจนถึงช่วงปีใหม่ หากเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น ก็มีแนวโน้มจะเลิกขาย
พร้อมยังสะท้อนว่า ภาครัฐไม่ได้เข้ามาดูแลหรือควบคุมราคาผักและวัตถุดิบอาหารเจอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน การส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ยังไม่เห็นผลชัดเจน ทำให้บรรยากาศการค้าขายซบเซาและเงียบเหงา เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด
เจาะ 3 อินไซต์ ตลาดอาหารเจ กลายเป็นไลฟ์สไตล์
ในอีกมุมหนึ่ง เซ็นทรัลพัฒนา มองว่า พฤติกรรมการกินเจที่เปลี่ยนไปเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจปรับตัวได้ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา ระบุว่า เทศกาลเจกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากเทศกาลที่มีรากฐานจากความเชื่อและประเพณี สู่ Health & Lifestyle Movement ที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกเจเนอเรชัน โดยยังคงคุณค่าของการทำบุญไว้

มุมมองนี้สอดคล้องกับภาพที่สะท้อนไว้ข้างต้น คือการกินเจของผู้บริโภคยืดหยุ่นขึ้น หลายคนเลือกกินเฉพาะบางมื้อหรือบางวัน แทนการกินครบตลอดเทศกาล เซ็นทรัลพัฒนาจึงวางแคมเปญ Thailand J Food Festival 2026 ระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม 2569 บนพื้นฐานของ 3 อินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภค
อินไซต์แรก คนที่ไม่เคยกินเจยังเปิดใจลอง ผลสำรวจที่เซ็นทรัลพัฒนาอ้างถึงพบว่า 42.5% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่เคยกินเจ แต่ 83% ของกลุ่มนี้มีแนวโน้มเปิดใจลองกินเจในปีนี้ ปัจจัยในการตัดสินใจคือความคุ้มค่าและคุณค่าทางโภชนาการ สะท้อนว่าเรื่องราคายังเป็นโจทย์สำคัญของทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค
อินไซต์ที่สอง กระแสสุขภาพทำให้เจใกล้ชิดคนรุ่นใหม่มากขึ้น Gen Z ให้ความสนใจตั้งแต่ Gut Health โปรตีน พรีไบโอติก การนอนหลับ ไปจนถึงสุขภาพจิต ขณะที่ตลาดอาหารจากพืช (Plant-Based Food) ก็เติบโตต่อเนื่อง
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่าตลาดนี้มีมูลค่า 45,000 ล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโต 10% เป็น 49,500 ล้านบาทในปี 2568 ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมตลาดอาหารจากพืช ไม่ใช่ตลาดอาหารเจโดยตรง แต่ก็เปิดทางให้เมนูเจพัฒนาไปสู่เมนูฟิวชันและรสชาติใหม่ๆ
อินไซต์ที่สาม การทำบุญและการดูแลสุขภาพยังเป็นแรงจูงใจหลัก ขณะที่เมนูเจต้นตำรับจากย่านเก่าแก่ยังเป็นเสน่ห์ที่หลายคนรอกลับมากินปีละครั้ง แคมเปญปีนี้จึงนำร้านเจสตรีทฟู้ดจากเยาวราช ตลาดน้อย ตลาดพลู และย่านนนทบุรี เข้ามาไว้ในศูนย์การค้า
เดอะมอลล์มองเจเชื่อมเทรนด์สุขภาพ คาดหนุนค้าปลีกปลายปี
ด้านเดอะมอลล์ กรุ๊ป มองในทิศทางใกล้เคียงกัน วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เทศกาลกินเจยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจอาหารและค้าปลีกไทย ความต้องการของผู้บริโภคหลากหลายขึ้น
จากการกินตามประเพณีไปสู่การเลือกอาหารเพื่อสุขภาพและให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ ความสะดวก และประสบการณ์การเลือกซื้อ
ปีนี้เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน THE MALL LIFESTORE TASTE OF J 2026 เป็นปีที่ 27 ภายใต้แนวคิด ‘ย่านเทศกาลเจ’ โดยรวบรวมร้านอาหารเจจาก 4 ย่าน ได้แก่ เยาวราช ตลาดน้อย ตลาดพลู และภูเก็ต

สะท้อนวัฒนธรรมการถือศีลกินผักของภาคใต้ นอกจากร้านอาหารแล้ว ซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือยังจำหน่ายวัตถุดิบเจ สินค้าท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ Plant-Based และอาหารพร้อมรับประทาน เพื่อรองรับทั้งผู้ที่ปรุงอาหารเองและผู้ที่ต้องการความสะดวก
วรลักษณ์ ระบุว่า การจัดงานมุ่งรองรับทั้งผู้ที่ถือศีลกินเจตามประเพณีและผู้ที่เลือกอาหารจากพืชเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และคาดว่าเทศกาลเจจะช่วยกระตุ้นการเข้าศูนย์การค้าและการใช้จ่ายในธุรกิจค้าปลีกช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม ภาพจากทั้งเซ็นทรัลพัฒนาและเดอะมอลล์ กรุ๊ป สะท้อนว่า ขณะที่ผู้ค้าต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ภาคธุรกิจก็กำลังปรับตัวรับพฤติกรรมการกินเจที่เปลี่ยนไป ผู้บริโภคกินเจเพื่อสุขภาพมากขึ้น กินแบบยืดหยุ่นมากขึ้น และมองเจเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
อ้างอิงภาพปก: ตลาดไท
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/j-festival-2569-economy-vegetable-prices/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CnzZ1O7rOrnv1OVop2L99

