ภาคเอกชนจังหวัดตราดสะท้อนภาพเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและค่าครองชีพ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวยังมีความผันผวน โดยเฉพาะตลาดคนไทย แต่ยังมีปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวและตลาดต่างประเทศ ขณะที่ภาคเกษตรมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัด

วันที่ 27 ก.ย.69 นางสาวพิชยา ธชัยอดิทรัพย์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวปี 2569 ยอดจองห้องพักของจังหวัดยังอ่อนตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 โดยเฉพาะตลาดคนไทย สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่าย วางแผนเดินทางสั้นลง และตัดสินใจจองห้องพักใกล้วันเดินทางมากขึ้น แม้บางช่วงจำนวนผู้เดินทางยังอยู่ในระดับที่ดี แต่ไม่ได้สะท้อนเป็นยอดเข้าพักที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน
สำหรับเกาะช้างและเกาะกูดมีสถานการณ์ใกล้เคียงกัน โดยเกาะกูดยังมีฐานนักท่องเที่ยวต่างประเทศค่อนข้างแข็งแรง ขณะที่เกาะช้างมีตลาดที่หลากหลายกว่า ทั้งนี้ สมาคมฯ มองว่าช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ตลาดยุโรปและตลาดต่างประเทศบางตลาดยังเป็นความหวังสำคัญที่จะช่วยพยุงการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางระยะยาว

นางสาวพิชยากล่าวว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการท่องเที่ยวปีนี้ ได้แก่ กำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ ราคาพลังงานและค่าเดินทาง สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ขณะที่จังหวัดตราดยังมีจุดแข็งด้านธรรมชาติและการท่องเที่ยวทางทะเล จึงควรเร่งทำตลาดให้หลากหลาย และสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาและพักนานขึ้น
สำหรับปี 2570 ภาคโรงแรมยังไม่สามารถประเมินตัวเลขการเติบโตได้ชัดเจน แต่ต้องการเห็นการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ การรักษาตลาดต่างประเทศเดิม พร้อมเปิดตลาดใหม่ และเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะ Wellness, Sports Tourism, Nature และ Community Tourism
นายกสมาคมโรงแรมฯ ยังเสนอให้การประชาสัมพันธ์ทำในภาพรวม “ตราดทั้งจังหวัด” เชื่อมโยงเมืองตราด เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก เพื่อกระจายรายได้และเพิ่มระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว รวมทั้งต้องการให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการกำหนดตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น

ด้าน นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด มองว่า เศรษฐกิจตราดในช่วง 3 เดือนข้างหน้ามีโอกาสได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยว แม้กำลังซื้อประชาชนยังถูกกดดันจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ทำให้การใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังเน้นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
ส่วนสถานการณ์การค้าชายแดน หลังการปิดจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา นายสุทธิลักษณ์เห็นว่า ภาคธุรกิจและแรงงานในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอคลองใหญ่ สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ได้มากขึ้น และผ่านช่วงผลกระทบหนักที่สุดมาแล้ว ขณะที่การท่องเที่ยวยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากมีการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์อย่างถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามยังเป็นเรื่องค่าเงินและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะความผันผวนของค่าเงินและเงินดอลลาร์ ซึ่งมีผลต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจตราดในระยะต่อไป นายสุทธิลักษณ์มองว่า ภาคเกษตรมีโอกาสเข้ามาเป็นฐานสำคัญมากขึ้น จากผลผลิตที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้และกำลังเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิตเต็มที่ โดยประเมินว่ามูลค่าภาคเกษตรอาจขยับขึ้นถึงระดับ 5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินจากมุมมองของภาคเอกชนและต้องติดตามข้อมูลทางสถิติประกอบ
เมื่อมองจากสองภาคส่วน ทั้งโรงแรมและอุตสาหกรรม จึงสะท้อนภาพเศรษฐกิจตราดว่า แม้ยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อ ค่าครองชีพ และความผันผวนของตลาดท่องเที่ยว แต่จังหวัดยังมีโอกาสจากการเข้าสู่ไฮซีซั่น ตลาดต่างประเทศ และศักยภาพด้านการเกษตร
ภาคเอกชนจึงมองว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจตราดระยะต่อไปควรเน้นการสร้าง “หลายฐานเศรษฐกิจ” ทั้งท่องเที่ยวคุณภาพ เกษตรมูลค่าสูง การค้า และกิจกรรมเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมสร้างรายได้และการจ้างงานให้เกิดขึ้นภายในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง
ภูมิภาค24
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/324546&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Nhsw_xEeAONeSaTK2aahX

