วันที่ 14 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาพืชผักในตลาดโพธิสาร เมืองพัทยา พบว่า พริกขี้หนูสดมีราคาจำหน่ายตั้งแต่กิโลกรัมละ 220–230 บาท ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจปากท้องตึงตัวและบรรยากาศการเลือกตั้ง
น.ส.วิลัยวรรณ พงษ์วิจิตร แม่ค้าขายผักสดในตลาดโพธิสาร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ต้นทุนพริกขี้หนูอยู่ที่เพียงกิโลกรัมละ 70–80 บาท แต่ปัจจุบันต้นทุนพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 180 บาท สำหรับพริกขี้หนูมีก้าน และหากเป็นพริกขี้หนูไม่มีก้าน ต้นทุนสูงถึงกิโลกรัมละ 220 บาท ทำให้จำเป็นต้องปรับราคาขายตาม ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นวงกว้าง สาเหตุหลักมาจากความต้องการพริกขี้หนูที่มีสูง ขณะที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย ประกอบกับสถานการณ์บ้านเมืองที่มีความขัดแย้ง ทำให้ต้นทุนการค้าขายเพิ่มขึ้น และภาระสุดท้ายตกอยู่กับประชาชนระดับล่างที่ต้องซื้อสินค้าในราคาสูง นอกจากนี้ ราคามะละกอก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากเดิมต้นทุนถุงละ 120 บาทต่อ 10 กิโลกรัม ปัจจุบันขยับขึ้นเป็นถุงละ 300 บาทต่อ 10 กิโลกรัม
ด้านน.ส.สุภาภรณ์ มาตขาว เจ้าของร้านส้มตำ “เจ๊แปร แซ่ปเวอร์” เปิดเผยว่า เปิดร้านขายส้มตำมานานไม่เคยพบราคาพริกสดแพงถึงกิโลกรัมละ 230 บาท จากเดิมที่เคยซื้อในราคากิโลกรัมละ 80–90 บาทก็ถือว่าสูงแล้ว ส่งผลให้ต้นทุนการประกอบอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น ร้านยังคงไม่ปรับราคาขายอาหาร เพียงแต่ต้องลดปริมาณวัตถุดิบที่มีราคาสูงลง พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งหามาตรการดูแลและควบคุมราคาพริก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ค้ารายย่อยและประชาชนในชีวิตประจำวัน




