ในวันที่โลกกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หลายคนอาจมองหาทางออกผ่านนโยบายการทหารหรือข้อตกลงทางการค้าที่เคร่งเครียด แต่บนเวที World Economic Forum 2026 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาเหม็ด อัล-คาทีบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งซาอุดีอาระเบีย เดินขึ้นเวทีพร้อมส่งสาส์นที่สั่นสะเทือนวิธีคิดเดิมๆ ว่า “การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องพักผ่อน แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก (Economic Infrastructure) ที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้!

การท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือยุทธศาสตร์แห่งความมั่งคั่ง
อัล-คาทีบ ได้กระตุกต่อมคิดผู้นำโลกกลางที่ประชุมว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องเลิกมองการท่องเที่ยวเป็นเพียงอุตสาหกรรมทางเลือก (Discretionary Sector) ที่จะดูแลเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องมองเป็นระบบยุทธศาสตร์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างงาน กระจายรายได้ และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาว
ด้วยตัวเลขคาดการณ์นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่จะพุ่งสูงถึง 2,000 ล้านคนในปี 2030 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การปั๊มตัวเลขให้โต แต่คือการ Scale Up อย่างมีกึ๋นและมีความรับผิดชอบ เพื่อให้การข้ามพรมแดนแต่ละครั้ง กลายเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง

เปิดสูตรลับ Saudi Vision 2030 เมื่อซาอุฯ กลายเป็นนักลงทุนเบอร์ 1 ของโลก
ซาอุดีอาระเบียไม่ได้พูดโม้ไปวันๆ แต่เปย์หนักที่สุดในโลก! เพื่อเปลี่ยนภาพจำจากประเทศที่อุดมไปด้วยน้ำมัน สู่สวรรค์ของการท่องเที่ยว ปี 2025 ซาอุฯกวาดนักท่องเที่ยวไปแล้ว 30 ล้านคน เป้าหมายถัดไปคือ 150 ล้านคนภายในปี 2030! ด้วยการลงทุนในทุกมิติ ตั้งแต่สายการบิน แพลตฟอร์มดิจิทัล ไปจนถึงการพัฒนาคน
โครงการระดับเมกะโปรเจกต์อย่าง AlUla (เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่มีร่องรอยอารยธรรมโบราณกว่า 2,000 ปี โดดเด่นด้วยสุสานหินแกะสลักขนาดมหึมากลางทะเลทราย) และ Diriyah (เมืองอิฐดินดิบเก่าแก่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของราชวงศ์ซาอุฯ ที่ถูกเนรมิตใหม่ให้เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมระดับโลก) คือบทพิสูจน์ของการผสมผสานประวัติศาสตร์พันปีเข้ากับความหรูหราที่ยั่งยืนโดยมุ่งเน้นที่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่และการอนุรักษ์วัฒนธรรม ไม่ใช่แค่การสร้างโรงแรมแล้วจบไป

1. TOURISE แพลตฟอร์มแสนล้านที่เปลี่ยน ‘คำพูด’ ให้เป็น ‘เงินลงทุน’
หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจคือการเปิดตัว TOURISE แพลตฟอร์มระดับโลกที่ซาอุฯ ใช้เป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐบาล-นักลงทุน-ผู้นำอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ใช่แค่เวทีนั่งคุยกันสวยๆ แต่ผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงไปแล้วกว่า 1.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ! (ราว 4 ล้านล้านบาท) พร้อมนัดรวมพลยักษ์ใหญ่ครั้งถัดไปในเดือนมีนาคม 2027
การสร้างแพลตฟอร์มเชิงยุทธศาสตร์ที่รวบรวมยักษ์ใหญ่จากทุกองคาพยพมาวางโรดแมปร่วมกันในอีก 5 ทศวรรษข้างหน้า คือสิ่งที่เรียกว่า Game Changer และนี่คือสิ่งที่ TOURISE แพลตฟอร์มระดับโลกภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบีย กำลังประกาศก้องต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก
ด้วยคณะที่ปรึกษาที่เป็นระดับซีอีโอจากองค์กรชั้นนำอย่าง Heathrow Airport, Cirque du Soleil, Amadeus และ WTTC ทำให้ TOURISE มีอำนาจในการตัดสินใจและขับเคลื่อนนโยบายในระดับโครงสร้าง นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดของ TOURISE คือการไม่กักตัวเองอยู่แค่ในกรอบของการท่องเที่ยว แต่ดึงเอาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี (AI), การลงทุน และความยั่งยืนเข้ามาร่วมโต๊ะเจรจา ซึ่งช่วยแก้ปัญหาไซโล (Silo) หรือการทำงานแบบแยกส่วนที่เคยฉุดรั้งอุตสาหกรรมนี้มานาน

นอกจากนี้ TOURISE ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงเวทีเสวนา แต่ยังรุกคืบสู่การเป็นคลังสมองของโลกด้วยการจัดทำสมุดปกขาว (White Papers) และดัชนีชี้วัดระดับสากล (Global Indices) ร่วมกับบรรดาองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำ เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการวัดผลความสำเร็จของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงการนับจำนวนนักท่องเที่ยวแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่จะพิจารณาอย่างลุ่มลึกถึงความยั่งยืนในทุกมิติ และการปันผลกำไรคืนสู่สังคมอย่างเป็นธรรม
นี่คือการขยับตัวอันชาญฉลาดของซาอุฯ ในการเป็นดีลเมกเกอร์ เพื่อล้างไพ่การท่องเที่ยวโลก



ตัวเลขในปี 2024 เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าแผน Vision 2030 ของซาอุดีอาระเบียไม่ใช่เพียงความทะเยอทะยานบนหน้ากระดาษ แต่คือแผนปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจริง หลังจากสามารถผลักดันตัวเลขนักท่องเที่ยวพุ่งสูงถึง 100 ล้านคนต่อปีได้สำเร็จก่อนกำหนดการที่ตั้งไว้ถึง 7 ปี ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวขยับขึ้นมาเป็นฟันเฟืองหลักทางเศรษฐกิจที่ทำเงินให้ GDP เกือบ 5% กลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้สำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำมันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
นี่คือดัชนีชี้วัดสำคัญที่ตอกย้ำว่าซาอุดีอาระเบียกำลังแผ่อิทธิพลในเชิงยุทธศาสตร์และมีพันธสัญญาในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวอย่างจริงจัง การเปิดตัว TOURISE ร่วมกับภาคีระดับโลก ตั้งแต่องค์กรพหุภาคีไปจนถึงกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ จึงไม่ใช่เพียงการจัดงานอีเวนต์ แต่คือการวางโครงสร้างอำนาจนำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก เพื่อส่งต่อผลลัพธ์และรูปแบบการพัฒนาที่พวกเขาทดลองใช้จนประสบความสำเร็จ ให้ขยายวงกว้างออกไปในระดับสากล
การท่องเที่ยวในฐานะ ‘Soft Power’ เชื่อมรอยร้าวและปลุกยักษ์หลับในดินแดน Under-visited
อัล-คาทีบ ยังให้มุมมองที่ลึกซึ้งว่าในยามที่การทูตแบบเป็นทางการเข้าถึงยาก ‘การท่องเที่ยว’ นี่แหละคือสะพานเชื่อมรอยร้าวที่นุ่มนวลที่สุด
“ในพื้นที่ที่ช่องทางการทูตตึงเครียด การท่องเที่ยวช่วยรักษาการสนทนา สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่สันติภาพโลก”
นอกจากนี้เขายังสะกิดให้โลกหันไปมองกลุ่มประเทศที่ ‘Under-visited’ กลุ่มประเทศที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงแต่ยังมีจำนวนผู้มาเยือนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หรือเป็นเหล่าอัญมณีที่รอการค้นพบ โดยเฉพาะในแอฟริกาและอเมริกาใต้ ซึ่งซาอุฯ พร้อมจะเป็นพี่ใหญ่ที่ช่วยสนับสนุน พร้อมส่งต่อทั้งองค์ความรู้และทุนทรัพย์ เพื่อปลุกยักษ์หลับเหล่านี้ให้ตื่นขึ้นมาเป็นฟันเฟืองใหม่ของเศรษฐกิจโลก สร้างการเติบโตแบบ Inclusive ที่จะกระชากวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นมาโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังให้เดียวดาย

การที่ซาอุดีอาระเบียก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก ไม่ใช่เพียงเพราะเม็ดเงินมหาศาล แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ผ่านการวางแม่บท (Masterplan) ที่เห็นผลจริงในโครงการอย่าง AlUla และ The Red Sea (อภิมหาโปรเจกต์ท่องเที่ยวระดับลักชัวรีบนหมู่เกาะธรรมชาติกว่า 90 แห่ง ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนขั้นสูงสุดด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% และตั้งเป้าฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลให้สมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม) ซึ่งเป็นต้นแบบที่พร้อมจะส่งต่อให้แก่โลก โดยเฉพาะการใช้ ‘Data-Driven Frameworks’ ที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับรากเหง้าทางอารยธรรม เพื่อวางกลยุทธ์การท่องเที่ยวอย่างมีชั้นเชิงมากกว่าแค่การสร้างโรงแรมแบบเดิมๆ ควบคู่ไปกับการทำ ‘Digital Transformation’ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ประเทศในกลุ่ม Under-visited สามารถก้าวกระโดด ข้ามข้อจำกัดเดิมๆ เข้าสู่โลกการท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้อย่างทันท่วงที แต่เหนือสิ่งอื่นใด ซาอุดีอาระเบียเชื่อมั่นว่า ‘คน’ คือโครงสร้างพื้นฐานที่แท้จริง จึงมุ่งเน้นการพัฒนา Human Capital หรือบุคลากรระดับโลกที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้อย่างยั่งยืน

ภายใต้ยุทธศาสตร์ ‘Beyond Tourism’ ซาอุดีอาระเบียยังมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนการท่องเที่ยวให้กลายเป็นวาระแห่งชาติ” โดยพร้อมจะเข้าไปช่วยประเทศพันธมิตรทั้งในแอฟริกาและอเมริกาใต้ในการทำ ‘Policy Alignment’ เพื่อปรับจูนนโยบายตั้งแต่วีซ่า การบิน ไปจนถึงกฎหมายการลงทุนให้เกิดแรงประสาน (Synergy) ที่ทรงพลัง พร้อมทั้งสร้าง ‘Resilience Building’ หรือภูมิคุ้มกันให้แก่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อให้แน่ใจว่าการท่องเที่ยวในดินแดนเหล่านี้จะสามารถยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง ไม่ล้มครืนแม้ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์หรือความผันผวนในอนาคต
ถอดบทเรียนจากซาอุฯ ถึงไทย ถึงเวลาต้องเปลี่ยน ‘เส้นเลือดใหญ่’ ให้กลายเป็น ‘โครงสร้างอำนาจใหม่’ ที่ใครก็โค่นไม่ลง
สำหรับประเทศไทยที่กินบุญเก่าจากการท่องเที่ยวมานาน จนเป็นกระดูกสันหลังของ GDP การจะมานั่งอธิบายว่าอุตสาหกรรมนี้สำคัญแค่ไหนคงเสียเวลาเปล่า เพราะโจทย์จริงๆ คือเราจะผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่เดิมนี้ให้กลายเป็นโครงสร้างใหม่ที่ล้ำกว่าเดิมได้อย่างไร


ไทยต้องเลิกภูมิใจกับการเป็นแค่ครัวโลกหรือห้องรับแขก ที่คอยรับใช้การพักผ่อนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือต้องสลัดภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองสันทนาการราคาย่อมเยา ดึงดูดนักเดินทางด้อยคุณภาพ แล้วหันมาเล่นบทเจ้าของแพลตฟอร์มที่คุมต้นน้ำของการเดินทาง เหมือนที่ซาอุฯ พยายามจะใช้เม็ดเงินสร้างอำนาจนำผ่านดิจิทัลและข้อมูล ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือในขณะที่เรามีทรัพยากรล้นมือ แต่เรากลับไม่มีอาวุธในการคุมอำนาจต่อรองระดับโลกเลย เราต้องเปลี่ยนจากการรอให้นักท่องเที่ยวเดินเข้ามาหา เป็นการสร้างกลไกที่ทำให้นักลงทุนระดับโลกต้องเดินเข้ามาหาเราเพื่อขอใช้โมเดลการจัดการท่องเที่ยวที่หาจากไหนไม่ได้
การขยับตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับปรุงบริการ แต่คือการล้างไพ่โดยใช้ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม มาเป็นฐานในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องและโยงใยกันแบบบูรณาการ เช่น พลังงานสะอาดในแหล่งท่องเที่ยว หรือเทคโนโลยีการบริหารจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืนขั้นสูงสุด เพื่อให้ไทยกลายเป็นประเทศที่เป็นหัวเจาะในการกำหนดมาตรฐานใหม่ว่าการท่องเที่ยว นี่คือการเปลี่ยนจากเส้นเลือดใหญ่ที่แค่หล่อเลี้ยงร่างกาย ให้กลายเป็นสมองที่คอยสั่งการและสร้างมูลค่าเพิ่มแบบไร้ที่สิ้นสุด
ที่มา :
- Saudi Arabia’s Tourism Minister Says Tourism Must Drive Growth and Resilience as Economic Infrastructure at World Economic Forum
- Saudi Arabia unveils TOURISE: A bold global platform set to redefine and shape a new horizon for tourism at scale
Post Views: 206
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/01/28/saudi-tourism-new-economic-infrastructure/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38io0npKMCFYyiZ00LSK_n




