‘มิน ออง ไลง์’ ชวนธุรกิจไทยลงทุน ‘เมียนมา’ ชูโครงสร้างพื้นฐาน-โครงการใหม่ ดันการค้าทะลุ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ไทยยันเดินหน้าความร่วมมือทวิภาคี ควบคู่แก้ปัญหาความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์
‘มิน ออง ไลง์’ ชวนธุรกิจไทยลงทุน ‘เมียนมา’ ชูโครงสร้างพื้นฐาน-โครงการใหม่ ดันการค้าทะลุ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ไทยยันเดินหน้าความร่วมมือทวิภาคี ควบคู่แก้ปัญหาความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์
มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวเปิดงานประชุมธุรกิจ ไทย-เมียนมา 2026 ภายใต้หัวข้อ “บทใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนไทย-เมียนมา” (A New Chapter in Thailand Myanmar Partnership) เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) ว่า ขณะนี้เมียนมาอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เส้นทางประชาธิปไตย นำประเทศสู่ความก้าวหน้า และพัฒนาเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้น และเสริมว่าไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนานกว่า 78 ปี ทั้งสองประเทศยังได้ยกระดับสู่การเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ” (Natural Strategic Partnership) ตั้งแต่ปี 2018
ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของเมียนมา และเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ในอาเซียน ขณะที่ เมียนมาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 22 ของไทย ทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าระหว่างกันมากกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 240,000 ล้านบาท และตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าให้ถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 390,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ไทยยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 5 ของเมียนมา มูลค่าลงทุนกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 130,000 ล้านบาท
เมียนมา กำลังให้ความสำคัญการเชื่อมโยงชายแดนและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการค้าชายแดนผ่านด่านสำคัญ เช่น ด่านแม่สอด-เมียวดี และด่านแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก โดยได้เปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ที่แม่สอดแล้ว และมีแผนเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมในพื้นที่ที่สถานการณ์เอื้ออำนวย
ในการส่งเสริมการค้า ผู้นำเมียนมาชูจุดเด่นว่า ประเทศมีตำแหน่งที่ตั้งเป็น “สะพานเชื่อมทางบก” ระหว่างอาเซียน เอเชียตะวันออก และเอเชียใต้ มีโครงการสำคัญอย่างท่าเรือน้ำลึกทวายจุดส่งออกที่ใกล้ที่สุดของไทยสู่เอเชียตะวันตก
มิน อ่อง ไลง์ กล่าวว่า ประเทศได้เริ่มใช้การแลกเปลี่ยนทางการค้าด้วยเงิน จัต-บาท มาตั้งแต่ปี 2022 เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างกันมากที่สุด ทั้งบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองการลงทุน และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนด้วย
ส่วนอุตสาหกรรมเป้าหมายของเมียนมา เล็งส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงาน, อุตสาหกรรมการผลิต, การเกษตรและแปรรูป, คมนาคมและโลจิสติกส์, อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว
มิน ออง ไลง์ ยังกล่าวถึงโครงการพัฒนาใหม่อย่างโครงการยานาบอน (Yadanabon) พื้นที่พัฒนาบนภูเขาที่มีสภาพอากาศดี ตอนนี้มีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ ที่พร้อมพัฒนา พร้อมเชิญชวนนักธุรกิจไทยเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย
สำหรับทิศทางความสัมพันธ์ในอนาต มิน ออง ไลง์ กล่าวว่า ไทยและเมียนมาเน้นย้ำว่าความร่วมมือครั้งนี้ต้องเป็นไปอย่างรูปธรรม บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝั่ง
สีหศักดิ์ย้ำต้องเจรจาดึงเมียนมาเข้าอาเซียน
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวสรุปผลการหารือกับเมียนมานอกรอบงานประชุมธุรกิจไทย-เมียนมา ยืนยันการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับเมียนมาเป็นเรื่องสำคัญที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ละทิ้งประเด็นที่น่าห่วงกังวล
“การหารือกับเมียนมาครอบคลุมทุกมิติ ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ ทั้งเห็นพ้องว่าต้องพัฒนาความร่วมมือทุกมิติ และใช้กลไลที่มีระหว่างกันให้เป็นประโยชน์ เช่น กลไลคณะกรรมธิการร่วมด้านการค้า โดยไทยและเมียนมายังมีประเด็นต้องหารือร่วมหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นการค้า ความมั่นคงชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ ยาเสพติด รวมถึงมลพิษทางน้ำและอากาศ”
ด้านความมั่นคง คือ ทำให้ชายแดนไทย-เมียนมาเป็นชายแดนแห่งสันติภาพให้ประชาชนอยู่อย่างปลอดภัย การค้ากลับสู่ปกติ และยกระดับความเป็นอยู่ตามแนวชายแดน ต่อมาคือการปราบอาชญากรรมตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น รวมถึงปราบยาเสพติด การหลอกลวงออนไลน์ที่เป็นภัยต่อภูมิภาคและต่อโลก
ในการปราบปรามยาเสพติด ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด สารขั้นต้นและเคมีภัณฑ์ และไทยพร้อมส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนในรัฐฉาน ขณะที่การปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ร่วมมือด้านข่าวกรอง และตัดเส้นทางการเงิน
ด้านปัญหามลพิษข้ามพรมแดน อย่างปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน จะร่วมมือระดับอนุภูมิภาค ความร่วมมือ 3 ฝ่าย ได้แก่ ไทย เมียนมา และลาว รวมถึงระดับทวิภาคี ที่สำคัญไทยพร้อมให้ความร่วมมือเพิ่มขีดความสามารถทางเทคนิคในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนด้วย
ปัญหามลพิษทางน้ำทั้งสองประเทศจะตั้งคณะกรรมการทางเทคนิค แก้ปัญหาบนพื้นฐานหลักการทางวิทยาศาสตร์และความร่วมมือ คณะกรรมการที่จัดตั้งจะพบกันเร็วๆ นี้ และคาดว่า จะลงพื้นที่ที่มีปัญหาเพื่อดูสถานการณ์และหารือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งไทยยังเสนอขุดลอกแม่น้ำสาย และแม่น้ำรวกเพื่อป้องกันน้ำท่วมด้วย
ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นหาลู่ทางการค้าการลงทุน หวังเพิ่มพูนการค้า และเล็งผลักดันมูลค่าการค้าสู่ระดับ 12,000 ล้านดอลลาร์ตามที่ผู้นำเมียนมากล่าว ซึ่งด่านการค้าเมวดี-แม่สอดถือเป็นด่านการค้าสำคัญ สามารถต่อยอดสู่การสร้าง “Trilateral Highway” โครงการทางหลวงเมกะโปรเจ็กต์เชื่อม 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย เมียนมา และอินเดีย
เส้นทางนี้จะกลายเป็นช่องการค้าหลัก นอกจากการค้าทวิภาคีกับเมียนมาแล้ว ยังส่งเสริมการค้ากับอินเดียได้ด้วย ส่วนแรงงานไทยและเมียนมา จะต่ออายุบันทึกความเข้าใจเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้แรงงานเมียนมาทำงานต่ออย่างถูกกฎหมาย
ไทยอยากเห็นสันติภาพเมียนมา
สำหรับประเด็นระดับภูมิภาค นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยได้ย้ำกับเมียนมาว่า ไทยต้องการเมียนมากลับสู่อาเซียน เมียนมาสำคัญต่อเอกภาพอาเซียน ไทยมีแนวทาง “เจรจากับเมียนมาอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเหมาะสม” และการกลับสู่อาเซียน ฝ่ายเมียนมาต้องตอบสนองข้อกังวลของอาเซียนด้วยเช่นกัน
“ไทยอยากเห็นเมียนมามีสันติภาพ เสถียรภาพ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่เมียนมาต้องทำตาม” นายสีหศักดิ์ ย้ำ
โดยสรุปสิ่งที่ไทยย้ำกับเมียนมา ได้แก่ การคาดหวังว่าความรุนแรงจะลดลง พลเรือนไม่ได้รับกระทบ มีกระบวนการพูดคุยที่เปิดกว้างกับทุกฝ่ายอย่างน่าเชื่อถือ มีความช่วยเหลือมนุษยธรรม รวมถึงประเด็น นางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลเมียนมาที่มาจากการเลือกตั้ง ล่าสุดในสัปดาห์นี้มีรายงานว่านางซูจี พบกับผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวยินดีที่เมียนมามีพัฒนาการด้านนี้ดีขึ้นและหวังว่าทางเมียนมาจะเปิดโอกาสให้ เทเรซ่า ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์และทูตพิเศษอาเซียนประจำเมียนมาได้เข้าพบกับเธอ
ไม่มีฝ่ายใดชนะด้วยกำลังทหาร
สำหรับประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารของรัฐบาลเมียนมา และคำถามที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความพยายามของไทยในการสร้างความเป็นธรรมให้กับเมียนมานั้น
นายสีหศักดิ์ ย้ำว่าไม่มีฝ่ายใดชนะได้ด้วยกำลังทหาร นี่เป็นจุดยืนหลักที่ไทยย้ำกับเมียนมา และแนะว่าต้องหา “ชัยชนะทางการเมือง” ซึ่งทางออกเดียวที่ไทยมองเห็น คือ เปลี่ยนจากการสู้รบมาเป็นการหาทางออกผ่านการเจรจาทางการเมืองที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1246410&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jhUUXEyQJtKT6B44dYgMO

