“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงาน เร่ง Quick Big Win การค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs ให้เห็นผลภายใน 6 เดือน – 1 ปี
13/08/2569 | 13 |
“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงาน เร่ง Quick Big Win การค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs ให้เห็นผลภายใน 6 เดือน – 1 ปี
บทสรุป
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 เพื่อต่อยอดนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการวางโครงสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจัดตั้งคณะทำงาน 4 คณะ ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy 2. ด้านสินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง 3. ด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs 4. ด้านการค้าระหว่างประเทศ
ซึ่งมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน คณะที่ 1 และ 4 และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน คณะที่ 2 และ 3 หัวใจสำคัญของทั้ง 4 คณะ คือ การจัดทำ Quick Big Win ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือน – 1 ปี โดยเน้นการทบทวนและปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการวาง Big Win สำหรับการปรับโครงสร้างและยกระดับศักยภาพในระยะ 2 – 4 ปี อีกทั้ง กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่า อาชีพ รายได้ให้ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ได้นำเสนอแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย และโครงการ
“ไทยเที่ยวไทย พลัส” ที่ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการให้ทันในช่วง “กรีนซีซั่น” โดยให้ความสำคัญกับการเยียวยาควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เบื้องต้นรัฐบาลจะสมทบค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงแรมที่พักโดยรัฐช่วยสมทบที่ 50 ต่อ 50% หรือ
60 ต่อ 40% โดยไม่แบ่งเมืองหลักหรือเมืองรอง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท่องเที่ยวในท้องถิ่น และให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหมุนเวียนลงไปถึงเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม
รายละเอียด
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม โดยการประชุมครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการวางโครงสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้รับผิดชอบด้านการค้าและการบริการ ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว คุณภาพและ Wellness เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การค้าปลีกค้าส่งและการค้าระหว่างประเทศ โดยจะวางทั้งกรอบแก้ปัญหาระยะสั้นและการปรับโครงสร้างระยะยาว เพื่อยกระดับขีดความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศ
โดยจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนงานเฉพาะด้าน 4 คณะ ได้แก่
1. ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy มีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน
มุ่งต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และประสบการณ์ของไทย สร้างมูลค่าเพิ่มจากผู้มาเยือน เชื่อมโยงเมืองรอง ชุมชน สินค้าและบริการ
2. ด้านสินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งยกระดับภาคเกษตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และตลาด เพิ่มมูลค่าสินค้า เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและการลงทุน และสร้างความมั่นคงทางอาหาร
3. ด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งดูแลระบบนิเวศของผู้ประกอบการ ตั้งแต่การเริ่มต้นธุรกิจ ลดภาระและปรับปรุงใบอนุญาต เพิ่มองค์ความรู้ ยกระดับสินค้าและบริการ ส่งเสริมการ Scale Up และการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยมีการค้าปลีกค้าส่งเป็นหนึ่งในมิติที่เชื่อมโยงอยู่ด้วย
4. ด้านการค้าระหว่างประเทศ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน มุ่งสร้างสมดุลทางการค้า ขยายตลาดใหม่ ใช้ประโยชน์จาก FTA รับมือบริบทการค้าโลกและแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพิ่มสัดส่วน SMEs ในโครงสร้าง
การส่งออก และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง
นางศุภจี กล่าวว่า หัวใจสำคัญของทั้ง 4 คณะทำงาน คือ การจัดทำ Quick Big Win ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือน – 1 ปี โดยเน้นการทบทวนและปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ควบคู่กับการวาง Big Win สำหรับการปรับโครงสร้างและยกระดับศักยภาพในระยะ 2 – 4 ปี โดยทั้ง 4 คณะจะทำงานเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าภาพและเป้าหมายที่ชัดเจน ก่อนนำข้อเสนอเสนอต่อคณะอนุกรรมการ และผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.)
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กล่าวว่า การทำงานจะมุ่งค้นหาโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy เพื่อเป็นกลไกเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่วนด้านการค้าระหว่างประเทศจะเร่งค้นหาพื้นที่และโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยและห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับตลาดโลก ท่ามกลางบริบทการแข่งขันของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กล่าวว่า จะรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และนำปัญหาจากพื้นที่มาสู่การแก้ไขเชิงนโยบาย โดยภาคเกษตรจะมุ่งสู่เกษตรสมัยใหม่และมูลค่าสูง ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงตลาด ส่วนเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs จะดูแลทั้งระบบ ตั้งแต่ลดภาระใบอนุญาต เพิ่มองค์ความรู้ และสนับสนุนการ Scale Up เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมนำ
ทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่า อาชีพ และรายได้ให้ท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้นำเสนอมาตรการสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว “เมืองน่าเที่ยว” หรือเมืองรอง ที่มีมากกว่า 50 จังหวัด และการส่งเสริมการท่องเที่ยว
ที่ยั่งยืนให้เข้าถึงระดับชุมชน ภายใต้ชื่อโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ซึ่งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในรูปของเงินสนับสนุน (Payment) เน้นสนับสนุนภาคบริการอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าอาหาร
ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มดำเนินการให้ทันในช่วง “กรีนซีซั่น” (Green Season) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ
อีกทั้งยังได้นำเสนอแนวทางการจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย โดยเงินจำนวนนี้จะนำเข้าสู่ กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อใช้ประโยชน์ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว: ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเดิมและการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ (Man-made)
ในเมืองน่าเที่ยวต่าง ๆ
2. การดูแลนักท่องเที่ยว: จัดสรรเป็นค่าประกันภัยและดูแลความปลอดภัยให้กับผู้มาเยือน
3. ความยั่งยืน: นำไปเยียวยาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว
สำหรับความคืบหน้า โครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (กรอ.ท่องเที่ยว)ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ประชุมได้พิจารณารายละเอียดโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ภายหลังการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ทั้งเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ช่วงเวลาที่เหมาะสม และรูปแบบการสนับสนุนค่าที่พักการออกแบบมาตรการให้ความสำคัญกับ “การเยียวยาควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ” โดยต้องการ
ให้การสนับสนุนจากภาครัฐช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางภายในประเทศและกระจายรายได้ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ “คนตัวเล็ก” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น เป้าหมายของมาตรการไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มจำนวนการเดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวลงไปถึงผู้ประกอบการและเศรษฐกิจฐานราก ช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว โดยรายละเอียดเบื้องต้น รัฐบาลจะสมทบค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงแรมที่พักไม่ว่าจะเป็นรัฐช่วยสมทบที่ 50 ต่อ 50% หรือ 60 ต่อ 40% แต่จะไม่มีการแบ่งแยกเมืองหลักหรือเมืองรอง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการ โดยจะยึดตามแนวทางหลักของคณะรัฐมนตรี
และกระทรวงการคลังเป็นสำคัญ ซึ่งการออกแบบมาตรการมุ่งลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหมุนเวียนลงไปถึงเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม
แนวทางการสื่อสาร
1. นำเสนอ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ตั้ง 4 คณะทำงาน ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy ด้านสินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง ด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs และด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อจัดทำ Quick Big Win ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือน – 1 ปี
2. ประชาสัมพันธ์การนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่า สร้างอาชีพ และรายได้ในแต่ละพื้นที่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย และติดตามประชาสัมพันธ์โครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ
แฮชแท็กเพื่อการสื่อสาร
#ศุภจีตั้ง4คณะทำงาน #เร่งQuickBigWin #การค้าท่องเที่ยวเกษตรSMEs #ให้เห็นผลภายใน6เดือนถึง1ปี
#กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงวัฒนธรรม #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
——————————————
รวบรวมโดย: กองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์
จัดทำโดย: นางจริยา ประสพทรัพย์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ โทร. 092 2468306
นางภณิตา บูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการส่วนการประชาสัมพันธ์ โทร. 092 2468710
นางสาวสุณิสา สังข์วงค์ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ โทร. 092 2468693
รูปภาพ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/531319&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26lbU4vmittMJzxTf90QkQ

