เมื่อเร็วๆนี้ เกิดเหตุจีนระงับการส่งออกไก่ของ17 โรงผลิต จากที่ไทยเคยส่งออกได้ 22 โรงผลิต ทำให้ปัจจุบันส่งออกได้เพียง 5 โรงผลิตเท่านั้น
เมื่อเร็วๆนี้ เกิดเหตุจีนระงับการส่งออกไก่ของ17 โรงผลิต จากที่ไทยเคยส่งออกได้ 22 โรงผลิต ทำให้ปัจจุบันส่งออกได้เพียง 5 โรงผลิตเท่านั้น
สาเหตุที่เปิดเผยคือการเพิ่มความเข้มงวดกับระบบการตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและสุขอนามัยของโรงงานส่งออก ปัจจุบันกรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างเจรจาและ อีกสาเหตุคือ จีนขยายกำลังการผลิต ให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการลดการนำเข้า เพื่อพึ่งพาตัวเองด้านความมั่นคงอาหารให้ได้มากที่สุด
การส่งออกไก่ไปจีน เป็นตัวอย่างสินค้าที่ทำให้ชะตากรรมการค้าระหว่างประเทศของไทยและรายได้ที่จะหล่อเลี้ยงเกษตรกรชาวไร่ ชาวสวนไทย ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย แบบ “อนาคตคือแล้วแต่จีน”
เช่นเดียวกับ สินค้าทุเรียนสด ตามข้อมูลดัชนีเศรษฐกิจการเกษตร เดือนมี.ค.2569 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ระบุว่า การส่งออกไปตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศจีนมีข้อจำกัดด้านมาตรการ ตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดขึ้น ทำให้กระบวนการระบายสินค้าเกิดความล่าช้า อีกทั้งต้นทุนโลจิสติกส์และการแข่งขัน จากประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งตัวอย่างคือ ลำไย ที่ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขวิกฤติสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในลำไยตามมาตรฐานใหม่ของจีน และปรับปรุงเทคนิคเพื่อรักษาผิวลำไยให้เป็นสีเหลืองทองตามความต้องการของตลาดจีน
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สินค้าหลายรายการของไทยมี“จีน”เป็นตลาดหลักเบอร์ 1 เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ส่งออกรวม(ปี 2568)95,032 ล้านบาท เป็นการส่งออกไปที่จีน 53,343 ล้านบาท หรือ กินสัดส่วนส่งออกถึง 56.13%
ลำไยสด มูลค่า 17,892 ล้านบาท ตลาดจีน 12,110 ล้านบาท สัดส่วน 67.69% ,ทุเรียนสด มูลค่า 125,737 ล้านบาท ตลาดจีน 122,290 ล้านบาท สัดส่วน 97.26% ยางพารา มูลค่า 164,965 ล้านบาท ตลาดจีน 64,672 ล้านบาท สัดส่วน 39.20% เม็ดพลาสติก มูลค่า 277,021 ล้านบาท ตลาดจีน 68,392 ล้านบาท สัดส่วน 24.69%
จึงไม่น่าแปลกใจที่ห่วงโซ่อุปทานสินค้าโดยเฉพาะผลไม้ไทย จึงมี “จีน”เข้ามาอยู่และเป็นผู้เล่นหลัก ในบทบาท“ล้ง” เพราะกลุ่มทุนเหล่านี้ มีทั้งเงินและตลาดปลายทางอยู่ในกำมือ อิทธิพลของล้งจีน จึงเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจรากฐานของไทย
ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า จํานวนล้งผลไม้ในไทย(ข้อมูล ณ วันที่ 28 พ.ค.2567) ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อส่งออกไปจีนทั้งหมด 2,122 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง (รวมภาคตะวันออกและภาคตะวันตก) 1,252 ราย
ลิสต์สินค้าไทยที่พึ่งพาตลาดเดียวอย่างจีน หรือแม้แต่สหรัฐ หรือ ตลาดอื่นๆเป็นเหมือนการนำเศรษฐกิจประเทศเดิมพันไว้กับม้าตัวเดียวที่ไม่รู้ว่าจะพยศเมื่อไหร่ หรือ ขี้เกียจ ไม่วิ่งหรือไม่เดินวันไหน
ดังนั้น การปฎิรูปโครงสร้างสินค้าเหล่านี้จึงเป็นงานด่วน ด่วน ที่รัฐบาลต้องเบรกความเสียหายไม่ให้เกิดเหตุซ้ำเหมือน“มะพร้าวน้ำหอม”ที่จนถึงตอนนี้ ก็ยังสาละวนไม่มีทางออกที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสินค้าไทยได้อย่างแท้จริง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1233644&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1E8-k0AWSyNjN5pCet-UU0

