• Tue. Apr 28th, 2026

SCGD ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลก ยกเครื่องฐานผลิต เร่งพลังงานทางเลือก สู้ต้นทุนพุ่ง

scgd-ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลก-ยกเครื่องฐานผลิต-เร่งพลังงานทางเลือก-สู้ต้นทุนพุ่งSCGD ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลก ยกเครื่องฐานผลิต เร่งพลังงานทางเลือก สู้ต้นทุนพุ่ง

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กดดันราคาพลังงานและค่าขนส่งให้ปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรยังเติบโตต่อเนื่อง

ไตรมาส 1/2569 SCGD มีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 780 ล้านบาท และ EBITDA on Sales อยู่ที่ 14.1% ปรับดีขึ้นจากปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอยู่ที่ 5,552 ล้านบาท ลดลง 7% จากปีก่อน หากไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลงเพียง 4% โดยแรงหนุนสำคัญมาจากยอดขายในเวียดนามที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

“แม้ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์จะเพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบต่อ SCGD ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกไปตะวันออกกลางต่ำกว่า 1% และเรามีมาตรการเชิงรุกในการบริหารความเสี่ยงต้นทุนพลังงานอย่างต่อเนื่อง” นายนำพล กล่าว

4 กลยุทธ์หลัก ปรับเกมสู้ระยะยาว

SCGD เดินหน้ากลยุทธ์ Regional Optimization ผ่าน 4 แกนหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันทั้งด้านต้นทุนและนวัตกรรม แบ่งเป็น

1. ดันเวียดนามเป็นฐานผลิต-ส่งออกหลัก โดยกลุ่ม PRIME ในเวียดนามกลายเป็น “หัวหอก” การเติบโต โดยไตรมาส 1 มียอดขายกระเบื้องรวม 11.8 ล้านตารางเมตร และยอดขายกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน 3.9 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 44%

ล่าสุดลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 6.6 ล้านตารางเมตร มูลค่า 660 ล้านบาท ที่โรงงาน Pho Yen คาดแล้วเสร็จปี 2570 ดันกำลังการผลิตรวมเป็น 33.4 ล้านตารางเมตร หรือ 40% ของกำลังผลิตทั้งหมด รองรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออก

2. ผ่าตัดโครงสร้างผลิตในไทย ลดต้นทุนระยะยาว ด้วยการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ด้วยการรวมศูนย์สายการผลิตในไทย จาก 4 โรงงาน เหลือ 2 โรงงานในสระบุรี เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนต่อหน่วย

พร้อมลงทุนสายการผลิตใหม่รองรับกระเบื้องขนาดใหญ่และสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) คาดแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2570 ดันกำลังผลิตรวมแตะ 44.5 ล้านตารางเมตรต่อปี

ทั้งนี้ บริษัทคาดรับรู้ค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างราว 679 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ไม่ใช่เงินสด) แต่ยังให้ผลตอบแทนโครงการอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ทั้ง Payback Period และ IRR

3. รุกสินค้า HVA–Smart Value ครบทุกเซกเมนต์ บริษัทเดินหน้าพัฒนาสินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกระดับ

  • สินค้า HVA คิดเป็น 36% ของรายได้
  • กลุ่ม Smart Value (SVP) คิดเป็น 18%

พร้อมใช้จุดแข็ง Deep Customer Insight และเทคโนโลยี Production Intelligence สร้างความแตกต่างสินค้า ท่ามกลางตลาดที่ชะลอตัว

4. เร่งพลังงานทางเลือก ลดแรงกดดันต้นทุน SCGD เพิ่มสัดส่วนพลังงานชีวมวลเป็นกว่า 25% และพลังงานแสงอาทิตย์ 13.6% พร้อมแผนเร่งเพิ่มต่อเนื่อง

การติดตั้งระบบ Hot Air Generator (HAG) ที่หนองแคแล้วเสร็จในก.พ. 2569 ช่วยลดต้นทุนพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ

เปิดเกมรับ “ต้นทุนพลังงานพุ่ง 40%”

นายนำพล กล่าวยอมรับว่า ต้นทุนก๊าซธรรมชาติและค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 20-40% ในปีนี้ บริษัทจึงเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน

  • ตั้งเป้าเพิ่มชีวมวลแตะ 46%
  • โซลาร์เพิ่มเป็น 15% และอาจขยับ 30–50% หากมีระบบกักเก็บพลังงาน

พร้อมพิจารณาปรับราคาสินค้า 3–5% ในไตรมาส 2 เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยยังคงสมดุลกับกำลังซื้อผู้บริโภค

ธุรกิจสุขภัณฑ์–อาเซียน โตสวนกระแส

นายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน SCGD ระบุว่า ธุรกิจสุขภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดอาเซียน

  • ยอดขายต่างประเทศ 141 ล้านบาท
  • ตัวแทนจำหน่ายเพิ่มเป็น 212 ราย

ขณะที่ธุรกิจสินค้าเกี่ยวเนื่อง (Complementary Products) เช่น ปูนกาวยาแนว ท็อปเคาน์เตอร์ และประตูหน้าต่าง มียอดขาย 114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%

ด้านนวัตกรรม เวียดนามพัฒนากระเบื้อง “เรืองแสง” (Glow-in-the-dark) เพิ่มมูลค่าการใช้งาน และเตรียมต่อยอดเชิงพาณิชย์

SCGD ยังคงงบลงทุนปี 2569 ที่ 2,500 ล้านบาท โดยปรับลำดับความสำคัญโครงการ

  • ชะลอ Greenfield เวียดนามใต้
  • เน้นเพิ่มประสิทธิภาพเวียดนามเหนือ

บริษัทมีเงินสดกว่า 9,000 ล้านบาท และอัตราหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.1 เท่า สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 บริษัทมองว่า เวียดนาม–อินโดนีเซีย ยังเติบโต ส่วนไทย-ฟิลิปปินส์ เผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม SCGD เชื่อว่าการ “คุมต้นทุนพลังงานได้ดีกว่าคู่แข่ง” จะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการรักษากำไรและส่วนแบ่งตลาด

“เรามุ่งบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ควบคู่การลงทุนเพื่ออนาคต ทั้งการยกระดับฐานการผลิตและนวัตกรรมสินค้า เพื่อให้ SCGD เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว” นายนำพล กล่าวทิ้งท้าย

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1231512&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ASPbIZ5obgqevx5LA1213