สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ร่วมกับสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร เปิดเวทีเสวนา “มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า” ชี้ตลาดทุน-เศรษฐกิจไทย วิกฤตหนัก!! เซ่นพิษความขัดแย้งตะวันออกกลาง ย้ำ! ไม่ใช่ความผันผวนระยะสั้น แต่คือสัญญาณเตือนของความขัดแย้งระดับโลก
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย หรือ FETCO เปิดเผยว่า ตลาดทุนไทยกำลังเผชิญกับภาวะ Panic Sell อย่างรุนแรง โดยวันจันทร์ที่ผ่านมา (วันที่ 2 มี.ค.68) ดัชนีปรับตัวลดลงกว่า 61 จุด จนเป็นเหตุให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker ระดับ 1 ซึ่งเป็นการปรับฐานที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ สาเหตุหลักมาจากไทยเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงเป็นอันดับ 2 ถึง 25% นับตั้งแต่ต้นปี 2568 รองจากตลาดเกาหลีใต้ ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 50% เมื่อเกิดความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนรีบเทขายทำกำไรออกมาอย่างรวดเร็ว
ช่องแคบฮอร์มุซ “คอขวด” ที่กำลังรัดคอเศรษฐกิจโลก
หัวใจของวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การสู้รบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความมั่นคงทางพลังงาน” ในช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มจากการโจมตีโรงกลั่นซาอุดิอาระเบีย และโรงผลิตแก๊สกาตาร์ ส่งผลให้อุปทานชะงัก ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานสู่ 76 ดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาแก๊สในยุโรปกระโดดสูงถึง 40-50% รวมถึงเรือขนส่งกว่า 100 ลำ (คิดเป็น 10% ของกองเรือทั่วโลก) ติดค้างในพื้นที่เสี่ยง ทำให้คาดว่าปริมาณน้ำมันโลกอาจไม่เพียงพอและกระทบต่อราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศส่งกองทัพเข้าคุ้มกัน แต่ในทางยุทธศาสตร์นั้น “ไม่ง่าย” เพราะสภาพภูมิศาสตร์เอื้อต่อการซุ่มโจมตี ซึ่งจะกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นอีก
“ประเทศไทยมีสัดส่วนนำเข้าน้ำมันที่สูงมาก จึงเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ” ดร.กอบศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม
จี้รัฐฯ เร่งเครื่องเสริมความมั่นคงด้าน “พลังงาน”
โดยวาระเร่งด่วนที่สุด รัฐบาลต้องเสริมความมั่นคงด้าน “พลังงาน” แนะหาแหล่งนำเข้าพลังงานใหม่ๆ นอกตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐฯ ตามรอยอินโดนีเซีย ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานทดแทน และรณรงค์การประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง
อีกทั้ง FETCO มองว่า วิกฤตในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่จะขยายวงกว้างขึ้น ท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบมาถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยตรง แนะรัฐฯเตรียมลดการพึ่งพาจากมหาอำนาจเพียงชาติเดียว และหันมาสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการดูแลผู้ประกอบการ SME ให้รอดพ้นจากมรสุมเศรษฐกิจ
“เราต้องยอมรับความจริงว่าโลกกำลังก้าวสู่ยุคของการเผชิญหน้า วันหนึ่งไทยอาจถูกบีบให้เลือกข้าง การเตรียมการตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเศรษฐกิจ แต่คือเรื่องของการอยู่รอดของประเทศ” นายกอบศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/investment/40792&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28b6dKwSNdpq2TF8v3kvHT

