• Sun. Mar 8th, 2026

ไฟสงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทย

ไฟสงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทยไฟสงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทย
ไฟสงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทย

ไฟสงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทย

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,1781 ระหว่างวันที่ 8-11 มี.ค.  2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย 

*** ความตึงเครียดใน “ตะวันออกกลาง” ยกระดับขึ้น หลังการเผชิญหน้าทางทหารระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล กับ อิหร่าน ขยายวงจากปฏิบัติการจำกัดเป้าหมาย ไปสู่การโจมตีตอบโต้ที่มีความเสี่ยงลุกลามในหลายมิติ หลายประเทศ ทั้งทางอากาศ ทางทะเล และ สงครามไซเบอร์ แกนความขัดแย้งยังผูกโยงกับประเด็นความมั่นคงของอิสราเอล อิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ เตหะรานยืนยันสิทธิในการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามมองว่า เป็นภัยคุกคาม

สหรัฐเข้ามามีบทบาทสนับสนุนด้านการทหารและข่าวกรองแก่อิสราเอล พร้อมส่งสัญญาณยับยั้ง (deterrence) ไม่ให้สถานการณ์ลุกลามสู่สงครามเต็มรูปแบบ แต่ขณะเดียวกันก็เพิ่มแรงกดดันทางการทูตและเศรษฐกิจต่ออิหร่าน หนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดคือ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก เมื่อเกิดการปิดกั้น หรือ คุกคามเรือบรรทุกพลังงาน ได้สร้างผลกระทบราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทันที 

นอกจากนี้ ได้มีความเสี่ยงจากการที่กลุ่มติดอาวุธพันธมิตรของอิหร่านในประเทศรอบข้าง เปิดแนวรบเสริม ทำให้ความขัดแย้งลุกลามขยายเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ ราคาพลังงานผันผวน เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในหลายประเทศ, ค่าระวางเรือและประกันภัยทางทะเลสูงขึ้น จากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย, ตลาดการเงินผันผวน เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและพันธบัตรรัฐบาล ประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน โดยเฉพาะในเอเชีย เผชิญต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพที่สูงขึ้น …โลกจึงจับตา “ตะวันออกกลาง” แบบวันต่อวัน เพราะผลสะเทือนไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามรบ หากแต่เชื่อมโยงถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจและพลังงานทั่วโลกโดยตรง

*** สำหรับประเทศไทย วงประชุมของ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ออกอาการ “กังวล” มากกว่าตื่นตระหนก เพราะโจทย์ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันขึ้น แต่คือความไม่แน่นอนที่อาจลากยาว 1-3 เดือน และอาจกดจีดีพีไทยปี 2569 เหลือโตเพียง 1.3%-1.6% จากเดิมที่เคยหวังไว้สูงกว่านั้น ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประเมินว่า หากไฟสงครามไม่ดับเร็ว ต้นทุนพลังงานจะเป็นตัวเร่งให้ต้นทุนธุรกิจ และค่าครองชีพประชาชนขยับขึ้นเป็นลูกโซ่ ขณะที่ภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งปี 2568 มีนักท่องเที่ยวราว 7-8 แสนคน อาจหายไปอีกราว 7 หมื่นคน หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย  

*** ในมุมการเงิน ยรรยง ไทยเจริญ จากสมาคมธนาคารไทย ชี้ชัดว่า ไทยกำลังเผชิญ “ช็อก 2 เด้ง” คือ ภาษีทรัมป์ และ ราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันโลกขยับทุก 10 ดอลลาร์ จะดันเงินเฟ้อไทยขึ้นราว 0.4% แม้กองทุนน้ำมันยังเป็นบวก แต่ต้องจับตาการส่งผ่านต้นทุนสู่สินค้าทั่วไป อีกด้านหนึ่ง ประเด็นการค้าสหรัฐ ก็ไม่เบา หลังศาลสูงสุดสหรัฐ ชี้ Reciprocal Tariffs ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้มาตรา 122 เดินหน้า Universal Tariff 10% ชั่วคราว พร้อมขยับมาตรการรายอุตสาหกรรม และขยายผลมาตรา 301-338 สินค้าเทคโนโลยี ความเสี่ยงสินค้าส่งออกไทยจึงเพิ่มขึ้น โดยปี 2568 ไทยเกินดุลสหรัฐฯ ถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ กกร.ยังตรึงกรอบคาดการณ์ปี 2569 โต 1.6%-2.0% ส่งออกติดลบ -1.5 ถึง -0.5% เงินเฟ้อ 0.2% แต่ยอมรับว่าอาจต้องทบทวนใหม่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ 

*** อีกด้านหนึ่ง รัฐมนตรีพลังงาน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประเมินว่า วิกฤตอาจยืด 4-5 สัปดาห์ จึงงัดกลไกกองทุนน้ำมันตรึงดีเซล 15 วัน พร้อมกันชนไม่ให้ติดลบเกิน 20,000 ล้านบาท หากราคาน้ำมันดิบทะลุ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็พร้อมเสนอ ครม. ลดภาษีหรืออุดหนุนเฉพาะกลุ่มทันที เบนซินจะใช้กองทุนช่วยบางส่วน ไม่ให้เกิด Price Shock แต่ยังอิงตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก พร้อมเรียกเอกชนที่ขึ้นราคาล่วงหน้ามาปรับท่าทีให้เป็น “เบาะรองรับแรงกระแทก” แทนการซ้ำเติมผู้บริโภค

*** โจทย์ใหญ่คือ ช่องแคบฮอร์มุซ หากปิดยาว LNG จะพุ่งทันที ไทยนำเข้า LNG ราว 10% ของเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า รัฐจึงเร่งเพิ่มก๊าซในอ่าวไทยและเมียนมา ดึงถ่านหิน-ชีวมวล และซื้อไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มจาก สปป.ลาว มาตรการเด็ดอีกข้อคือ “ระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป” เพื่อรักษาสต๊อกในประเทศ ไทยผลิตได้วันละ 170 ล้านลิตร ใช้จริง 130 ล้านลิตร ส่งออกไปเมียนมา เฉพาะส่วนเกี่ยวข้องแท่นก๊าซ และส่งออกตามสัญญากับลาว แต่ระงับไป กัมพูชา พร้อมคุมเข้มลักลอบข้ามแดน …รัฐมนตรีพลังงานเทียบสถานการณ์ใกล้เคียงช่วงต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ต่างกันตรงซัพพลายโลกยังเหลือ จึงหวังว่าราคาน้ำมันจะไม่พุ่งสุดโต่งเหมือนครั้งนั้น

*** บทสรุป “ไทยยังไม่วิกฤตแต่ความเสี่ยงสูงขึ้นทุกวัน” สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการไม่ใช่แค่มาตรการเฉพาะหน้า แต่คือ เสถียรภาพ ความชัดเจน และ ความเร็วในการตัดสินใจ เพราะในโลกที่ผันผวน ความสามารถในการปรับตัวเร็ว คือ แต้มต่อเดียวที่เหลืออยู่

                          ไฟสงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทย

*** ปิดท้าย…กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ขอขอบพระคุณ “แพทยสภา” โดย พล.อ.อ.นพ.อิทธิพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทสภา ที่ได้ออกหนังสือส่งมาร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสที่ครบรอบ 45 ปี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ และก้าวเข้าสู่ปีที่ 46 ในวันที่ 23 ก.พ. 2569 โดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ นับเป็นประโยชน์แก่ประชาชนมาโดยตลอด…

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/than-society/653152&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aVvbVLg3RpzAqxknOW0Ft