ในสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รัฐบาลประกาศเมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 ยืนยันว่าประเทศจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้รวม 95 วัน ขณะเดียวกันยังตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 15 วัน เพื่อพยุงค่าครองชีพ
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จะมีการประกาศเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันไบโอดีเซล โดยเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์ม เป็น 7% จากเดิม 5% จาก B5 เป็น B7 ซึ่งจะเป็นการช่วยลดการใช้ตัวเนื้อน้ำมันดีเซล และทำให้ยืดระยะเวลาน้ำมันที่มีสำรองเพิ่มขึ้น และยังเป็นการสนับสนุนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลและสนับสนุนราคาผลผลิตที่เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวในช่วงนี้ และในอนาคตหากมีความจำเป็นก็จะมีการศึกษาการเพิ่มสัดส่วนน้ำมันปาล์ม ขึ้นเป็น 10% และ 20% แต่ยังต้องพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากเครื่องยนต์บางค่ายยังไม่รองรับ B10 และ B20

ขณะนี้ประเทศไทยมีการใช้ B100 แล้ว 3,000 ลิตร หรือ ไบโอดีเซลพรีเมียม H-FAME เพื่อการขนส่งคาร์บอนตํ่า สามารถเติมในรถบรรทุกหนักและเครื่องจักรกลที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ เพื่อวัตถุประสงค์หลัก ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่งได้ในราคาต้นทุนที่เหมาะสม ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) สวทช. เปิดเผยว่า ภาวะวิกฤตภาวะโลกร้อน ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าในสากลการส่งออกสินค้า เช่นมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน ‘CBAM’ (‘Carbon Border Adjustment Mechanism’) ที่สหภาพยุโรป (EU) กำหนดขึ้นเพื่อมุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศคู่ค้า นอกสหภาพยุโรป หรือว่าแม้แต่ตัวองค์กรต้องถูกตรวจวัดไปด้วยค่า ESG (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งในกระบวนการผลิตต้องพึ่งพาพลังงานในการขนส่ง แม้ว่าปัจจุบันบริษัทเอกชนหันมา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ในความเป็นจริงการใช้ ยานยนต์ขนาดใหญ่มี ข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ต้องใช้ขนาดใหญ่ และใช้ ระยะเวลานานในการชาร์จ ดังนั้นจึงต้องมีการ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องการทางออกทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ที่จะสามารถ ลดคาร์บอนที่เกิดขึ้นได้ทันที ดังนั้น ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (เอ็นเทค) สวทช.จึงได้พัฒนาวิจัย ไบโอดีเซลพรีเมียม H-FAME ขึ้นมา
ดร.พีรวัฒน์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่ใช้กันในรูปแบบเอทานอล ผสมอยู่ในแก๊สโซฮอล์ หรือไบโอดีเซล ที่ผสมอยู่ในน้ำมันดีเซล ในส่วนของงานวิจัยจะเป็นในส่วนของ ไบโอดีเซล แต่อัปเกรดขึ้นไปเรียกว่าน้ำมัน ไบโอดีเซล พรีเมียม หรือ H-FAME,

“อย่างที่รู้ไบโอดีเซล เป็นเชื้อเพลิงที่สามารถ ทดแทนน้ำมันดีเซลได้ทันทีในด้านของสมรรถนะเท่านั้น แต่ยังคงติดกับการที่จะใช้เป็น Drop-in Fuel อยู่ เนื่องจากว่าจะมีค่าหนึ่งสำหรับภูมิภาคเขตร้อน ก็คือตัว เสถียรภาพการเกิดออกซิเดชัน ยังคงมีค่าที่ไม่แตกต่างจากการใช้นำมันที่มาจากฟอสซิล ซึง H-FAME จะเกิดออกซิเดชันที่ดีขึ้น ไม่เกิดค่ากรดที่พุ่งขึ้น ไม่เกิดตะกอนแม้เก็บในระยะเวลาที่ยาวนาน”

ดร.พีรวัฒน์ กล่าวว่า H-FAME เป็นน้ำมัน ไบโอดีเซล 100% และด้วยความที่มันเป็นน้ำมันที่ผลิตจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ดังนั้นมันจึงมีการซึมซับเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปแล้วตอนที่เพาะปลูกขึ้นมา หรือว่าเรียกว่าเป็นเชื้อเพลิงแบบ Carbon Neutrality หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน ดังนั้นในส่วนของการใช้น้ำมันตัวนี้จึงเป็นการ ลดช่องว่าง ในการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีในอนาคตได้รวดเร็วมากขึ้น สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทันที อย่างไรก็ตาม การดำเนินการโครงการศึกษาทางด้านนี้ ได้ดำเนินการไปทั้งในส่วนของการ ทดสอบในเครื่องยนต์ และก็ทดสอบวิ่งจริงใช้งานจริงในห้องแล็บและบนท้องถนนจริง ขณะนี้มีภาคเอกชน สนใจนำตัว ไบโอดีเซล พรีเมียม H-FAME ไปใช้จริงแล้ว ได้มีการส่งมอบน้ำมันไปแล้วมากกว่า 3,000 ลิตร ซึ่งในทุก ๆ หยดของน้ำมันที่ใช้ไป ทุก ๆ ลิตรจะสามารถ ลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ 1.52 กิโลกรัม เทียบเท่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ าน้ำมัน ไบโอดีเซล พรีเมียม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 5.1 ตัน เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำลังการผลิตขณะนี้ได้ชั่วโมงละประมาณ 20 ลิตร ในอนาคตคงต้องการการขยายผลต่อไปในอนาคต และหาพาร์ทเนอร์ มาร่วมทดสอบการใช้งานน้ำมัน ไบโอดีเซล พรีเมียม H-FAME ในสัดส่วนที่สูงขึ้นต่อไป
สำหรับประเด็นด้านราคาและต้นทุน ไบโอดีเซลพรีเมียมจะมีราคาสูงกว่าไบโอดีเซลปกติประมาณ 1-2 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าสำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
กระบวนการผลิต H-FAME ไม่ได้มีช่องว่างทางเทคโนโลยีที่ยากเกินไป โดยใช้เทคนิคหลักที่การเติมไฮโดรเจนเข้าไปเพื่อเลือกสัดส่วนของพันธะคู่ในโมเลกุลให้มีความเหมาะสม เพื่อให้ได้คุณสมบัติทางเคมีที่ต้องการ ซึ่งโรงงานผลิตไบโอดีเซลเดิมที่สนใจสามารถปรับปรุงกระบวนการภายในเพื่อผลิตนวัตกรรมตัวนี้ได้ทันที
ทั้งนี้งานวิจัย H-FAME จะนำมาจัดแสดงในงานงาน NAC2026 ระหว่างวันที่ตั้งแต่วันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี สามารถลงทะเบียนได้ฟรีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์www.nstda.or.th/nac
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5689135/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2e6dLqHmUZCdU5xYmGbkbQ

