• Fri. Aug 28th, 2026

เศรษฐกิจไทยติดกับดักโตต่ำ ย้ำการลงทุนคือหัวใจ ชี้ทุนสำรองสูงเป็นหลังพิงยามเกิดวิกฤติ | เดลินิวส์

เศรษฐกิจไทยติดกับดักโตต่ำ-ย้ำการลงทุนคือหัวใจ-ชี้ทุนสำรองสูงเป็นหลังพิงยามเกิดวิกฤติ-|-เดลินิวส์เศรษฐกิจไทยติดกับดักโตต่ำ ย้ำการลงทุนคือหัวใจ ชี้ทุนสำรองสูงเป็นหลังพิงยามเกิดวิกฤติ | เดลินิวส์

นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานเสวนา KT Dialogue NEW HORIZON THAILAND INVESTMENT PLAYBOOK จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญของ กับดักเศรษฐกิจโตต่ำ (Low Growth Trap) ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อมานาน โดยโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีศักยภาพการเติบโตที่ลดลงอย่างน่ากังวล

[ เศรษฐกิจไทยโตต่ำ ]

จากการประเมินล่าสุดของ ธปท. พบว่า ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Potential GDP Growth) ของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2.7% ซึ่งหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 ที่ ธปท. เคยประเมินศักยภาพของเศรษฐกิจไทยไว้สูงถึง 3.5% 

การลดลงนี้สะท้อนถึงการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข ศักยภาพการเติบโตของประเทศอาจลดต่ำลงไปกว่านี้อีก

นายดอน ชี้แจงว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา โดย ธปท. ประเมินว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เพียง 2.3% ใกล้เคียงกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ประเมินไว้ 2.2% 

ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพที่ 2.7% ค่อนข้างมาก เป็นผลมาจากการที่ประเทศไทยเผชิญกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจภายนอกประเทศ (Shocks) ที่รุนแรงและเกิดขึ้นถี่มาก ตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 การประกาศใช้นโยบายการค้าที่ตึงเครียดของสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งในวาระแรกและวาระที่สอง ตลอดจนวิกฤติราคาพลังงานในปีนี้

“โควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ทำให้เราทรุดยาวนานถึง 2-3 ปี และเมื่อเศรษฐกิจเริ่มจะทยอยฟื้นตัวขึ้นมาได้ ก็ต้องมาเจอกับแรงกระแทกอื่นๆ ซ้ำเติมทันที ส่งผลให้ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนไม่มีเวลาเพียงพอในการปรับตัวและฟื้นฟูเสถียรภาพ” นายดอน ระบุ

[ การลงทุนคือหัวใจ ]

นายดอน เน้นย้ำว่า การลงทุน คือหัวใจสำคัญเพียงหนึ่งเดียว ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากกับดักนี้ได้ โดยการลงทุนที่เพียงพอจะช่วยตอบโจทย์สองด้านพร้อมกัน คือ ช่วยหนุนให้การเติบโตของ GDP ในระยะสั้นกลับเข้าใกล้ระดับศักยภาพ 

และในระยะยาวจะช่วยยกแผง หรือดึงระดับศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ (Potential GDP) ให้สูงขึ้นกว่า 2.7% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่น่าพอใจสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ควรเติบโตได้ 3-4%

[ ดอกเบี้ยต่ำประคองเศรษฐกิจ ]

นายดอน ระบุว่า ธปท. ดำเนินงานใน 2 ด้านหลัก คือ นโยบายการเงิน และ มาตรการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจ โดยนโยบายดอกเบี้ยต่ำเอื้อการเปลี่ยนผ่าน

ยกตัวอย่างแนวคิดของอดีตกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อย่าง ดร.สันติธาร เสถียรไทย ที่เคยมุ่งเน้นการใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อเอื้อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจใหม่ ด้วยต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดรับกับนโยบายปัจจุบันของ ธปท. ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% เพื่อประคองเศรษฐกิจ และมองว่าการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจเป็นเสมือนผลพลอยได้ที่เป็นโบนัส

[ ทุนสำรองสูงพึ่งพายามยาก ]

นายดอน กล่าวถึงกระแสข้อเสนอจากบางภาคส่วนที่ต้องการให้ ธปท. นำเงินสำรองระหว่างประเทศ (International Reserves) ที่มีอยู่สูงออกไปจัดตั้งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) เพื่อใช้ลงทุนพัฒนาประเทศนั้น 

สมัยเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารเงินสำรองของ ธปท. และเป็นผู้ดูแลพอร์ตเงินสำรองมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (300 Billion USD) เพิ่มขึ้นจาก 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แม้ตัวเลขเงินสำรองของไทยจะอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานสากลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เช่น อัตราส่วนต่อมูลค่าการนำเข้า หรือต่อหนี้ต่างประเทศระยะสั้น จนเป็นเหตุให้ถูกตั้งคำถามว่ามีมากเกินไปหรือไม่ แต่หลักการที่แท้จริงของการมีทุนสำรองคือ “การเป็นที่พึ่งพายามยาก และเป็นหลังพิงในยามที่ประเทศเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ”

ขณะเดียวกัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ในระดับที่มั่นคง ไม่ใช่เพียงเพราะคำมั่นสัญญาด้านวินัยการคลังของรัฐบาลเท่านั้น แต่ปัจจัยหลักที่ช่วยเรตติ้งของประเทศไทยไว้คือ เสถียรภาพภายนอกประเทศ (External Stability) ซึ่งมีเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด

“ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ตัวเลขการเติบโตค่อนข้างต่ำที่ 2.2-2.3% เงินเฟ้อต่ำ และยังมีจุดเปราะบางในระบบเศรษฐกิจหลายจุด การรักษาเงินสำรองไว้ในระดับสูงถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเป็นเครื่องมือในการปกป้องและดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจในยามวิกฤติ”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6144224/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3n6BPXBFx9sZkrZ9bsV3R9