• Mon. Jun 1st, 2026

เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ในสายตาคนไทย ผลสำรวจ 53% มองประเทศเดินผิดทาง คนกลัว “ตกงาน” มากขึ้น

เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น-ในสายตาคนไทย-ผลสำรวจ-53%-มองประเทศเดินผิดทาง-คนกลัว-“ตกงาน”-มากขึ้นเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ในสายตาคนไทย ผลสำรวจ 53% มองประเทศเดินผิดทาง คนกลัว “ตกงาน” มากขึ้น

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของประเทศไทย ส่งสัญญาณวิกฤตมาอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจล่าสุดจาก อิปซอสส์ (Ipsos) บริษัทวิจัยการตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคระดับโลกเผย ผลวิจัย “What Worries Thailand? H1 2026”

ซึ่งพบว่า ความเชื่อมั่นของคนไทยในครึ่งแรกของปี 2569 ทรุดตัวลงแรงที่สุดเป็น “อันดับ 1 ของโลก” ในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยเป็นการดิ่งลงที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ รองจากช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2563 เท่านั้น สะท้อนภาพจำลองเศรษฐกิจปากท้องที่ยังคงซบเซาอย่างหนัก

จากการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ พบประเด็นสำคัญที่สะท้อนสถานการณ์จริงของคนไทยในขณะนี้ ดังนี้ 

  • คนไทยเกินครึ่งมองภาพลบ: มีประชาชนถึง 56% ที่ระบุว่าประเทศกำลังเดินไปในทิศทางที่ผิด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่สัดส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นจนน่ากังวล 
  • ประเมินเศรษฐกิจเข้าขั้น “แย่”: ผลสำรวจระบุว่า คนไทย 71% มองสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันว่าอยู่ในเกณฑ์ “แย่” โดยตัวเลขนี้พุ่งพรวดขึ้นถึง 17 จุดภายในเดือนเดียว 
  • อนาคตทางการเงินริบหรี่: มีเพียง 36% เท่านั้นที่เชื่อว่าสถานะทางการเงินส่วนบุคคลจะดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 50% ในช่วงเดือนมีนาคม 

พฤติกรรมชะลอตัวเด่นชัด “ไม่กล้าใช้เงิน-กลัวตกงาน”

ภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ผู้บริโภคไทยก้าวเข้าสู่โหมด “ระมัดระวังสูงสุด” และเลือกที่จะชะลอการใช้จ่าย

  • เบรกซื้อสินทรัพย์ใหญ่: คนไทย 62% ปฏิเสธการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น บ้านหรือรถยนต์ เนื่องจากไม่มั่นใจในอนาคตทางการเงิน 
  • กระทบสินค้าอุปโภคบริโภค: กว่า 51% รู้สึกไม่สบายใจที่จะใช้จ่ายแม้กระทั่งกับของใช้จำเป็นภายในครัวเรือน 
  • ความมั่นคงในงานสั่นคลอน: ตัวเลขเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 49% ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในหน้าที่การงานและกลัวการตกงาน 
  • กระทบเงินออมระยะยาว: ประชาชน 56% ขาดความมั่นใจต่อความสามารถในการลงทุน การออมเงินเพื่อวัยเกษียณ และการศึกษาของบุตรหลานในอนาคต 

 เปิด 3 อันดับความกังวลสูงสุดของคนไทย

เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความวิตกกังวล พบ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 

  1. การทุจริตคอร์รัปชัน (49%): ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันทางการเมืองและการเงิน พุ่งขึ้นมาเป็นประเด็นที่คนไทยกังวลใจมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ 
  2. ความยากจนและความไม่เท่าเทียม (41%): ปัญหาเชิงโครงสร้างและรอยร้าวทางสังคมที่ยังคงทวีความรุนแรง 
  3. เงินเฟ้อและค่าครองชีพ (27%): ปัญหาข้าวของแพงและราคาพลังงาน พุ่งกลับเข้ามาติดกลุ่ม Top 5 ความกังวลสูงสุดอีกครั้ง แซงหน้าประเด็นการว่างงานและอาชญากรรม 

จะเห็นได้ว่า วิกฤตความเชื่อมั่นที่ดิ่งลงรอบนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยโดยตรงไปยังทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เมื่อผู้บริโภคไทยเลือกที่จะ “แช่แข็ง” การใช้จ่ายเพื่อเซฟตัวเอง โจทย์ระยะสั้นของแบรนด์และธุรกิจต่างๆ จึงไม่ใช่การขายภาพลักษณ์ความพรีเมียมหรือการตั้งราคาสูงอีกต่อไป แต่ต้องหันมาเน้นย้ำเรื่อง “คุณค่าที่จับต้องได้จริง” ความคุ้มค่า และความโปร่งใส เพื่อประคับประคองและดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับคืนมาในระยะยาว

ที่มา : IpssosInsight

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2936591&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RlML0ernYpazYwFanTFuR