สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำ “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” เพื่อนำเสนอภาพรวมสถานการณ์สุขภาพและสังคมของประเทศในรอบปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย 10 หมวดตัวชี้วัด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง รวมถึง 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ และ 4 ผลงานเด่นเพื่อสุขภาพคนไทย นอกจากนี้ ยังมีบทความพิเศษเรื่องและเรื่องพิเศษประจำฉบับ “รอบรู้อย่างรอบคอบ: ความรอบรู้ด้านสุขภาพบนพื้นที่ดิจิทัล” ที่มุ่งประเด็นความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) โดยวิเคราะห์บทบาทของสื่อออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมสุขภาพของคนไทย
จากรายงานสามารถสรุป 10 สถานการณ์เด่นด้านสุขภาพในปี 2569 ได้ดังนี้
- โรคไม่ติดต่อ (NCDs): ปัญหาท้าทายสุขภาพไทย – เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในประเทศไทยมากกว่ากลุ่มโรคติดต่อ โดยคิดเป็นร้อยละ 74 ของการเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งต่อปีมีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อประมาณ 400,000 ราย และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 9.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศด้วย
- ประกันสังคม: ถึงเวลาต้องปฏิรูปก่อนจะถึงจุดวิกฤติ – โดยรายจ่ายบำนาญมีแนวโน้มสูงกว่ารายรับตั้งแต่ราวปี 2570 และเงินสำรองอาจหมดในปี 2585 ซึ่งปีที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสิทธิประโยชน์ คำถามเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหารและการใช้จ่ายงบประมาณปัญหาเชิงโครงสร้างจากสังคมสูงวัยยิ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของกองทุน ทั้งยังมีความเหลื่อมล้ำของสิทธิระหว่างผู้ประกันตนแต่ละมาตรา จึงเกิดข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปทั้งด้านการเงิน ธรรมาภิบาล และความเป็นธรรมของระบบ
- นโยบายสหรัฐฯ กับผลกระทบด้านสุขภาพในไทย – นโยบาย “America First” ส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพโลกและไทย โดยเชื่อมโยงมิติเศรษฐกิจ การค้า และสาธารณสุขเข้า โดยคาดว่าผลกระทบต่อไทยเกิดในหลายด้านสำคัญ คือ 1) มาตรฐานอาหาร อาจถูกกดดันให้ผ่อนคลาย เช่น การนำเข้าเนื้อสัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ 2) การผูกขาดยา จากการคุ้มครองสิทธิบัตรเข้มข้น ทำให้ยามีราคาแพงและเข้าถึงยากขึ้น และ 3) การลดความช่วยเหลือต่างประเทศ ส่งผลให้ภาระด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน ตกอยู่กับไทยมากขึ้น
- จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สู่เครือข่ายค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน – รายได้ของขบวนการในเมียนมา ลาว และกัมพูชาสูงถึงราว 4.38 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.5 ล้านล้านบาทในปี 2566 คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 40 ของ GDP รวมของทั้งสามประเทศ สะท้อนขนาดของเศรษฐกิจสีเทา โดยมีเหยื่อถูกหลอกไปทำงานจำนวนมากพบในเมียนมากว่า 120,000 คน และในกัมพูชากว่า 100,000 คน
- การศึกษาไร้พรมแดน: เด็กนักเรียนข้ามชาติกับสังคมไทย – ในปี 2565–2566 ประเทศไทยมีนักเรียนที่ได้รับรหัส G-code ซึ่งครอบคลุมเด็กข้ามชาติ เด็กไร้สัญชาติ และเด็กที่ไม่มีเอกสาร จำนวนกว่า 134,821 คน โดยเด็กกลุ่มนี้ต้องเผชิญความท้าทายทั้งด้านความแออัดของโรงเรียน การขาดแคลนทรัพยากร ข้อจำกัดด้านงบประมาณ อุปสรรคทางภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงอคติจากชุมชนรอบข้าง
- แผ่นดินไหว:ภัยพิบัติที่ไม่อาจมองข้าม – เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเสี่ยงสูงอย่างญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์จุดอ่อนสำคัญของไทยไม่ได้อยู่ที่การขาดความรู้หรือมาตรฐานวิศวกรรม แต่เป็นช่องว่างในเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะระบบเตือนภัย การสื่อสารแบบรวมศูนย์ และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรับมือและพฤติกรรมของประชาชนในช่วงเกิดเหตุ
- มหานทีปนเปื้อนพิษข้ามพรมแดน สารพิษในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง – ตั้งแต่ต้นปี 2568 แม่น้ำกกและลุ่มน้ำสาขากำลังเผชิญวิกฤตมลพิษข้ามพรมแดน โดยมีแหล่งกำเนิดจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธกว่า 40 แห่งในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานมากกว่า 2 เท่า และแพร่กระจายเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนไทยนับแสนคน
- ลมหายใจชายแดน ในวันที่ยังไม่สิ้นเสียงปืน – การปะทะชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2568 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บรวมเกือบร้อยคน ประชาชนราว 258,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวกว่า 900 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ในศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สระแก้ว ตราด และจันทบุรี โดยมีกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมากกว่า 46,000 คน
- สมรสเท่าเทียม: การยอมรับทางสังคมของความหลากหลายทางเพศ – การต่อสู้เพื่อสิทธิในการสร้างครอบครัวของกลุ่ม LGBTQAN+ ในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการขับเคลื่อนของภาคประชาชนที่ยาวนานกว่า 20 ปี เพื่อสื่อสารต่อสังคมว่าความรักไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศสภาพ
- จากการ “สงเคราะห์” สู่การคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ – สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ใช่เพียงประเด็นทางวัฒนธรรม แต่เป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับกฎหมาย นโยบายรัฐ และการจัดการทรัพยากร การผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ สะท้อนความพยายามของรัฐไทยในการปรับเปลี่ยนแนวคิดการจัดการความหลากหลาย จากการมองแบบสงเคราะห์ สู่การให้ความสำคัญกับสิทธิและศักดิ์ศรีของกลุ่มชาติพันธุ์มากขึ้น
สามารถติดตาม 10 หมวดตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย 4 ผลงานเด่นเพื่อสุขภาพคนไทย และบทความพิเศษ รวมถึงเรื่องพิเศษประจำฉบับ “รอบรู้อย่างรอบคอบ: ความรอบรู้ด้านสุขภาพบนพื้นที่ดิจิทัล” ได้ในรายงานสุขภาพคนไทย ประจำปี 2569 ที่ได้ประมวลและสังเคราะห์สถานการณ์สุขภาพของคนไทย ตลอดจนผลกระทบทางสังคมในทุกมิติอย่างครอบคลุม
● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
– เจาะลึก ‘10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ’ พร้อมสัญญาณเตือน ผ่านรายงานสุขภาพคนไทยปี 2568
– สำรวจ ‘10 สถานการณ์เด่นด้านสุขภาพ’ จากรายงานสุขภาพคนไทยปี 2567 พบหลายภัยเงียบใกล้ตัว
– ย้อนอ่าน ’10 สถานการณ์เด่นด้านสุขภาพ’ ของไทยในเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา
– ส่อง ‘10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ’ ในรายงานสุขภาพคนไทย ประจำปี 2566
– SDG Updates | รายงานสุขภาพคนไทย 2565 – เปิดข้อมูลสุขภาพ และครอบครัวไทย ใต้วิกฤติโควิด 19
– SDG Updates | สำรวจผลกระทบของโควิด-19 ต่อสุขภาพจิตของคนไทยใน 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อดูแลสุขภาพจิตใจกันให้มากขึ้นในปี 2564
ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
#SDG1 ยุติความยากจน
– (1.3) ดำเนินการให้ทุกคนมีระบบและมาตรการการคุ้มครองทางสังคมในระดับประเทศที่เหมาะสม รวมถึงการคุมครองทางสังคมขั้นพื้นฐานและบรรลุการครอบคลุมถึงกลุ่มที่ยากจนและเปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
– (3.4) ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อให้ลดลงหนึ่งในสาม ผ่านทางการป้องกันและการรักษาโรค และสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี ภายในปี 2573
– (3.8) บรรลุการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน การเข้าถึงการบริการสาธารณสุขจำเป็นที่มีคุณภาพ และเข้าถึงยาและวัคซีนจำเป็นที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ในราคาที่สามารถซื้อหาได้
– (3.c) เพิ่มการใช้เงินสนับสนุนด้านสุขภาพ และการสรรหา การพัฒนา การฝึกฝน และการเก็บรักษากำลังคนด้านสุขภาพในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาน้อยที่สุดและรัฐกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก
– (3.d) เสริมขีดความสามารถของทุกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศกำลังพัฒนา ในด้านการแจ้งเตือนล่วงหน้า การลดความเสี่ยง และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
#SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
– (4.1) สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผล ภายในปี 2573
– (4.2) สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนเข้าถึงการพัฒนา การดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา สำหรับเด็กปฐมวัย ที่มีคุณภาพ เพื่อให้เด็กเหล่านั้นมีความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ภายในปี 2573
#SDG 6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
– (6.6) ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ รวมถึงภูเขา ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ แม่น้ำ ชั้นหินอุ้มน้ำ และทะเลสาบ ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
– (10.2) ให้อำนาจและส่งเสริมความครอบคลุมด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความบกพร่องทางร่างกาย เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา หรือสถานะทางเศรษฐกิจหรือสถานะอื่น ๆ ภายในปี 2573
– (10.3) สร้างหลักประกันถึงโอกาสที่เท่าเทียมและลดความไม่เสมอภาคของผลลัพธ์ รวมถึงโดยการขจัดกฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการออกกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติที่เหมาะสมในเรื่องดังกล่าว
– (10.7) อำนวยความสะดวกในการโยกย้ายถิ่นฐานและเคลื่อนย้ายของคนให้เป็นระเบียบ ปลอดภัย ปกติ และมีความรับผิดชอบ รวมถึงให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายด้านการอพยพที่มีการวางแผนและการจัดการที่ดี
#SDG11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
– (11.5) ลดจำนวนการตายและจำนวนคนที่ได้รับผลกระทบและลดการสูญเสียโดยตรงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของโลกที่เกิดจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ โดยมุ่งเป้าปกป้องคนจนและคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573
#SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
– (13.1) เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
– (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
#SDG15 ระบบนิเวศบนบก
– (15.1) สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและแหล่งน้ำจืดในแผ่นดิน รวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขาและพื้นที่แห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2563
#SDG16 ความสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
– (16.1) ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
– (16.2) ยุติการข่มเหง การแสวงหาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง การค้ามนุษย์ และความรุนแรงและการทรมานทุกรูปแบบที่มีต่อเด็ก
– (16.3) ส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม
– (16.5) ลดการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่และการรับสินบนทุกรูปแบบ
– (16.6) พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และโปร่งใสในทุกระดับ
– (16.b) ส่งเสริมและบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่ไม่เลือกปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
แหล่งที่มา: รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569 (Thaihealth)
-
Knowledge Communication | มนุษย์ผู้เชื่อว่า “การสื่อสารสามารถเชื่อมต่อความรู้สึกของกันและกันได้” ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน หรือเผชิญกับอะไรอยู่ การสื่อสารจะช่วยบอกเล่าเรื่องราวส่งไปให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sdgmove.com/2026/05/06/thailands-2026-health-report/amp/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2M7GBeeZgJBjzBnsohgSP9

