• Mon. May 18th, 2026

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

เปิดข้อเสนอ-ceo-พลิกโฉมเศรษฐกิจ-‘รัฐบาล’-รับลูก-6-ข้อ-เปลี่ยนผ่านประเทศเปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

รัฐบาลจัดเวที “The Listening Forum : Voices to the PM – ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เชิญซีอีโอมาร่วมแสดงความเห็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมองเห็นตรงกันว่า วิกฤติพลังงานเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานเข้าอาเซียนและไทย ซึ่งไทยต้องเร่งคว้าโอกาสนี้ผ่านการดำเนินนโยบายเชิงรุก และรัฐบาลรับข้อเสนอของเอกชน 6 ประเด็น ได้แก่

1. เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด ซึ่งภาคเอกชนที่เน้นเร่งลงทุนทรัพยากรน้ำรองรับภาคการเกษตรและวิกฤติเอลนีโญ รวมถึงเร่งลงทุนพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะตอบโจทย์วิถีพลังงานโลกสมัยใหม่

2. การลงทุนใน “คน” โดยใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาช่วยเพิ่มทักษะ (Up-skill) แรงงานไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

3. การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) โดยรัฐบาลมุ่งเป้าที่จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งมีแผนต่อยอดจากฐาน Data Center สู่ Cloud Service และการผลิต Semiconductor ที่เป็นหัวใจ AI 

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

ขณะที่ภาคธนาคารเสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค (Regional Hub) ผ่านการสนับสนุนให้ธุรกิจไทยเข้มแข็งและควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้โอกาสจากวิกฤติในตะวันออกกลาง

4. การปลดล็อกและแก้ปัญหาอุปสรรค โดยภาคเอกชนขอให้รัฐบาลเร่งขั้นตอนขอใบอนุญาตที่ล่าช้า รวมถึงการบริหารจัดการที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้งาน

5. เสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเร็ว

6. การดูแลเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

สำหรับแนวทางจากนี้จะดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กรอ.) เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยหากใช้งบประมาณต้องเน้นรูปแบบร่วมลงทุน (PPP) ที่เอกชนเป็นตัวนำและรัฐเป็นผู้สนับสนุน ควบคู่การใช้ยุทธศาสตร์ 4T ผ่านยุทธศาสตร์ 4T ประกอบด้วย 

1. Target มุ่งเป้าหมายให้ชัดเจน 2.Transition การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด 3.Transform การปฏิรูปทักษะทรัพยากรมนุษย์ และ 4.Together การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

“ธนินท์”เสนอยกระดับเกษตรกร

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ไทยมีโอกาสมหาศาลท่ามกลางวิกฤติโลก โดยเฉพาะภาคเกษตรและอาหารที่เป็น “น้ำมันบนดิน” พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งลงทุนระบบชลประทาน การบริหารจัดการน้ำและยกระดับเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร พลิกเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประเทศระยะยาว

ทั้งนี้ ปัญหาหลักของเกษตรไทยอยู่ที่ “น้ำ” หากภาครัฐลงทุนด้านชลประทาน สร้างอ่างเก็บน้ำและกระจายน้ำทั่วประเทศจะยกระดับผลผลิตและรายได้เกษตรกรได้ก้าวกระโดด และหากมีน้ำจะทำให้เกษตรกรเพาะปลูกได้ถึง 3 ครั้งต่อปี และหากยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ผลผลิตต่อไร่อาจเพิ่มถึง 5 เท่า

รวมทั้งเสนอแนวคิด “นิคมอุตสาหกรรมเกษตร” ที่เชื่อมโยงภาคเกษตร อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้การผลิต การแปรรูป การขนส่ง และตลาดเชื่อมเป็นระบบเดียว ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และสร้างสินค้าเกษตรมูลค่าสูงผ่านการใช้ AI เทคโนโลยี และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต

ภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัวใช้ AI

นายธนินท์ กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยยังมีโอกาสอีกมาก แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวสู่ระบบการผลิตยุคใหม่ โดยใช้ AI เครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว รวมถึงต่อยอดสินค้าเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น อาหารแปรรูป อาหารแห่งอนาคต และผลิตภัณฑ์ที่ใช้การวิจัยและพัฒนาเข้มข้น

“ผู้ชนะในอนาคตคือผู้ที่ปรับตัวเร็ว และโลจิสติกส์จะเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน หากใช้ AI บริหารจัดการได้ดี ธุรกิจเดิมจะมีประสิทธิภาพขึ้น และธุรกิจใหม่จะเกิดขึ้นตามมาอีกมาก” นายธนินท์ กล่าว

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

“จรีพร” เสนอแก้อุปสรรคการลงทุน

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและสร้างการเปลี่ยนผ่านของประเทศที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว การพัฒนากำลังคน การลดอุปสรรคจากกฎระเบียบ และการวางตำแหน่งประเทศในห่วงโซ่การผลิตของโลก

นางสาวจรีพร สะท้อนปัญหาที่เป็นคอขวดสำคัญของการลงทุน โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งพบปัญหาผังเมืองที่พยายามเปลี่ยนสีผังเมืองจากเขตอุตสาหกรรมกลับไปเป็นสีเขียว (เกษตรกรรม) ทั้งที่มีการลงทุนแล้วมหาศาล รวมทั้งมีปัญหาความล่าช้าในการขอยกเลิกทางสาธารณะที่ไม่ใช้งานและบางกรณีใช้เวลานานนับสิบปี

ด้านพลังงานสะอาดเป็นอีกประเด็นที่นักลงทุนระดับโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะ Data Center แต่ไทยติดขัดนโยบาย Direct PPA (การซื้อขายไฟฟ้าเสรี) ที่ค้างคามาถึง 3 รัฐบาล รวมถึงปัญหาอัตราค่าบริการสายส่งที่ยังไม่เป็นรูปธรรม ซึ่งกระทบต่อการส่งพลังงานสีเขียว

เตือนวิกฤติน้ำ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ จ่อถล่มปลายปี

ในประเด็นด้านทรัพยากรน้ำ ได้เน้นย้ำให้นายกรัฐมนตรีเร่งบริหารจัดการการกักเก็บน้ำในฤดูน้ำหลาก โดยเฉพาะการเร่งสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี เพื่อรองรับความต้องการใช้ในภาคอุตสาหกรรม พร้อมเตือนว่าช่วงปลายปี 2569 จะเกิดสภาวะซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้ไทยเผชิญความแห้งแล้งต่อเนื่องอีก 2 ปี หากรัฐบาลไม่วางแผนรับมือตั้งแต่วันนี้จะส่งผลกระทบรุนแรง

นางสาวจรีพร กล่าวว่า เนื่องด้วยเวลาในการสนทนาที่มีจำกัดจึงมอบข้อเสนอรายละเอียด 11 หน้า พร้อมเอกสาร Presentation อีก 13 หน้า ให้นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ทีมงานได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเป็นข้อมูลจริงจากภาคปฏิบัติเพื่อให้นายกรัฐมนตรีสั่งการแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์การแข่งขันของโลก

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

“ขัตติยา”หวังขับเคลื่อนนโยบายต่อเนื่อง

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวกับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ว่า บนเวทีได้เป็นกำลังใจให้รัฐบาล และเจ้าที่รัฐทุกคน และไม่ว่าสภาวะแวดล้อมในการทำธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างไร สิ่งสำคัญที่จะไม่เปลี่ยน คือ “การที่ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการเมือง” ซึ่งสำคัญมากเพื่อให้การส่งผ่านนโยบายและการนำไปปฏิบัติมีความต่อเนื่อง คือ 4T ที่ประกอบด้วย 

1.Targeted การทำนโยบายต้องมุ่งเป้า เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหรือปัญหาได้ตรงจุด 2.Transition การเปลี่ยนผ่าน การปรับตัวหรือก้าวผ่านจากรูปแบบเดิมไปสู่รูปแบบใหม่

3.Transform การพลิกโฉม การยกระดับหรือเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อไปสู่ศักยภาพใหม่ และ 4.Together ร่วมกันเติบโตไปด้วยกันผ่านการทำงานแบบความร่วมมือ ทั้งภายในองค์กร พันธมิตร ลูกค้าหรือทุกภาคส่วน เพื่อให้สำเร็จร่วมกัน

ทั้งนี้ เป็นแนวทางเช่นเดียวกับที่นายเอกนิติ แถลงไว้ ที่ควรนำไปใช้ในการปฏิบัติและวางแผนในเรื่องหลักของรัฐบาลทั้งสิ้น เพื่อให้เกิด Impact ที่มีนัยสำคัญกับประเทศ และควรสนับสนุนให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีทรัพยากรเพียงพอ และวางแผนดึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้มากขึ้น

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

“พิมพ์ใจ”ชงแผนสร้างฐานผลิตสีเขียว

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ไทยต้องวางยุทธศาสตร์ระยะยาวให้ชัดเจน ท่ามกลางโลกที่เผชิญความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อและส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโลกต่อเนื่อง 

รวมทั้งไทยควรรักษาจุดยืนความเป็นกลางเพื่อรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจและการค้า โดยเปิดโอกาสให้ไทยทำงานร่วมกับทุกฝ่าย และคงความน่าเชื่อถือในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค

“สิ่งที่ไทยต้องทำระยะยาว คือ สร้างฐานการผลิตสีเขียว ฐานอุตสาหกรรมมูลค่าสูง และศูนย์กลางพลังงานชีวภาพอาเซียน ควบคู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และระบบโลจิสติกส์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดาต้าเซนเตอร์” นางพิมพ์ใจ กล่าว

ขณะเดียวกัน ส.อ.ท.เสนอ 6 แนวทางเร่งด่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย พร้อมส่งเสริมสินค้า Made in Thailand (MiT) การช่วย SME เข้าถึงแหล่งทุน การเสริมความมั่นคงพลังงาน การปฏิรูปกฎหมาย การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับการจัดการกากอุตสาหกรรม

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

ดันแผน PDP รับอุตสาหกรรมใหม่

อีกประเด็นสำคัญ คือ การเร่งแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) ประกาศใช้โดยเร็วเพื่อสร้างความชัดเจนทิศทางพลังงาน รองรับการลงทุนใหม่และความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกและดาต้าเซ็นเตอร์

พร้อมเสนอเปิดซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) ภายในปี 2569 เพื่อให้ภาคเอกชนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้เป็นธรรม โปร่งใส และแข่งขันได้ รวมถึงเร่งลงทุน Smart Grid และระบบกักเก็บพลังงาน BESS เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงานประเทศระยะยาว

“หากไทยต้องการแข่งขันได้ในโลกคาร์บอนต่ำต้องเร่งทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และการยกระดับอุตสาหกรรมไปพร้อมกัน เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุนพลังงาน แต่คือความสามารถในการดึงดูดการลงทุนและอนาคตเศรษฐกิจไทยระยะยาว” นางพิมพ์ใจ กล่าว

เปิดข้อเสนอ CEO พลิกโฉมเศรษฐกิจ ‘รัฐบาล’ รับลูก 6 ข้อ เปลี่ยนผ่านประเทศ

“กลินท์”เสนอปกป้องผู้ผลิตรถในประเทศ

นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ได้เสนอมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยขอให้รัฐบาลเร่งปกป้องตลาดในประเทศ หลังรถนำเข้าบางส่วน โดยเฉพาะจากจีนที่ได้เปรียบด้านภาษีจากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน นำเข้ารถยนต์ภาษีเป็น 0%

ทั้งนี้รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรในการปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และผู้ประกอบการเห็นว่าประเทศไทยควรเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ของภูมิภาค

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ แนวคิดโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” หรือ End of Life Vehicle ซึ่งภาคเอกชนเห็นชอบในหลักการ แต่ขอให้ภาครัฐพิจารณารูปแบบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ โดยเสนอให้รวมรถกระบะและรถ Eco Car เข้าร่วมโครงการด้วย และกำหนดเงื่อนไขให้รถใหม่ที่ใช้แลกควรเป็นรถที่ผลิตในไทยเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ส่วนภาษีส่งออกในลักษณะ compensation tax ที่เคยอยู่ที่ 1.18% แต่ถูกปรับลดลงเหลือ 0.89% ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอาจกระทบการส่งออกจึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณากลับไปใช้อัตราเดิม

อีกข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันเพิ่มสัดส่วน Local Content ในการลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย เพื่อให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากผู้ประกอบการไทยมากขึ้น เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยได้ประโยชน์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

“บรรยากาศการหารือถือว่าเป็นไปด้วยดี รัฐบาลมาถูกทางแล้วที่รับฟังข้อเสนอหลายภาคส่วน และมีแนวคิดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อติดตามผลและผลักดันมาตรการต่างๆ ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจมองว่าทรงตัว โดยบางภาคส่วนดีขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวยังต้องปรับตัวรับนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น” นายกลินท์ กล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1234415&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZbmD8okOTQGEnqmdaNvS4

You missed