“เด็จพี่”หนุนไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตค่าครองชีพ จี้ ดูแลค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มให้เป็นธรรม ลั่น แจกเงินช่วยหายใจได้ แต่เศรษฐกิจต้องมีทางรอด
“เด็จพี่”หนุนไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตค่าครองชีพ จี้ ดูแลค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มให้เป็นธรรม ลั่น แจกเงินช่วยหายใจได้ แต่เศรษฐกิจต้องมีทางรอด
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนขอสนับสนุนมาตรการของรัฐบาลในโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมาถูกจังหวะ ในช่วงที่ประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพสูง ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้ของหลายครอบครัวยังไม่เพิ่มขึ้นตามภาระค่าใช้จ่าย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การที่ภาครัฐเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ จะช่วยให้ประชาชนพอหายใจได้ และช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในระบบเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในภาวะเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม จากเสียงสะท้อนที่ได้รับจากพี่น้องประชาชนในหลายภาคส่วน เห็นว่าการช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะวันนี้ความเดือดร้อนไม่ได้อยู่แค่ผู้บริโภค แต่กำลังกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั้งระบบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การแจกเงินช่วยหายใจได้ แต่เศรษฐกิจต้องมีทางรอด เกษตรกรกำลังเผชิญต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาปราบวัชพืช และค่าน้ำมัน แต่ราคาพืชผลหลายชนิดกลับไม่คุ้มต้นทุน ขณะที่แรงงานจำนวนไม่น้อยเผชิญความเสี่ยงจากการลดโอที ลดกำลังการผลิต หรือความไม่มั่นคงในการจ้างงาน ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจำนวนมากกำลังเผชิญยอดขายลด ต้นทุนเพิ่ม ค้าขายฝืด ขณะที่ภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของ เศรษฐกิจไทย ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร รถเช่า มัคคุเทศก์ และผู้ประกอบการบริการ ก็กำลังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง หากปล่อยให้ธุรกิจทยอยชะลอตัวหรือปิดกิจการ ย่อมกระทบต่อการจ้างงานและเศรษฐกิจโดยรวม
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้รับเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จำนวนมากว่า กำลังเผชิญภาระค่าธรรมเนียม ค่าส่วนแบ่งทางการตลาด หรือค่า GP จากบางแพลตฟอร์มในอัตราที่สูง จนกำไรของคนทำมาหากินลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ซึ่งการจะเก็บค่าธรรมเนียมได้ แต่ต้องเป็นธรรม ไม่ใช่สูงจนกินกำไรคนทำมาหากิน ฉะนั้น จึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณาดูแลกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย และช่วยลดภาระของผู้ค้ารายย่อย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ควรเร่งมาตรการระยะยาว ทั้งการลดต้นทุนด้านพลังงาน ดูแลภาคแรงงาน ช่วยเหลือ SME พยุงภาคเกษตร โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยและปัจจัยการผลิตในราคาที่เหมาะสม รวมถึงการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ประเทศไทยต้องคิดใหญ่เรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะวันนี้สินค้าไทย เกษตรไทย การท่องเที่ยวไทย และบริการไทยจำนวนมาก ยังต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ทำให้เม็ดเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจไหลออกนอกประเทศ
“ไทยไม่ควรเป็นแค่ผู้ขายบนแพลตฟอร์มของคนอื่น แต่ต้องมีพื้นที่เศรษฐกิจของคนไทย ภาครัฐควรศึกษาความเป็นไปได้ในการสนับสนุนหรือพัฒนาแพลตฟอร์มเศรษฐกิจของคนไทย เพื่อเปิดตลาดให้สินค้าไทย เกษตรไทย การท่องเที่ยวไทย และบริการไทย เข้าถึงตลาดโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ ประชาชนไม่ได้ต้องการแค่เงินประคองชีวิตวันนี้ แต่ต้องการเศรษฐกิจที่พยุงอนาคตของพวกเขาได้ การช่วยเหลือเฉพาะหน้าเป็นเรื่องสำคัญ แต่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประชาชนในระยะยาว สำคัญไม่แพ้กัน“ นายพร้อมพงศ์ กล่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1235336&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11cYWpoOpOOeTHUs6pyuG5

