• Sat. Mar 7th, 2026

อนุทิน เรียกถก สมช.-เอกชน รับมือวิกฤตอิหร่าน-ตะวันออกกลาง

อนุทิน-เรียกถก-สมช.-เอกชน-รับมือวิกฤตอิหร่าน-ตะวันออกกลางอนุทิน เรียกถก สมช.-เอกชน รับมือวิกฤตอิหร่าน-ตะวันออกกลาง

อนุทิน เรียกถก สมช.-เอกชน รับมือวิกฤตอิหร่าน-ตะวันออกกลาง

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียกประชุมด่วนสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ (2 มี.ค.) เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีแนวโน้มขยายวงกว้างและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภายหลังการประชุม สมช. นายกรัฐมนตรีจะหารือร่วมกับภาคเอกชน โดยเชิญผู้แทนคณะกรรมการเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย และ สมาคมธนาคารไทย เพื่อร่วมกันวางแนวทางรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านการส่งออก ราคาน้ำมัน และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยผ่านข้อความระบุว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรง ซึ่งแม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่มีประชาชนชาวไทยหลายหมื่นคนพำนักและทำงานอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล

รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมอากาศยานไปรับคนไทยที่ติดค้างในอิหร่านกลับประเทศเป็นลำดับแรก พร้อมสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รัฐบาลจะดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในระยะฟื้นตัว พร้อมย้ำว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการเพื่อเปลี่ยนวิกฤติในตะวันออกกลางให้เป็นโอกาสของประเทศไทยให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ภารกิจช่วยเหลือและดูแลคนไทยในพื้นที่สู้รบสำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/738711&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2foTmHZgHwIHGxmwduh0TU