• Sat. Mar 7th, 2026

สงครามตะวันออกกลางเขย่าเศรษฐกิจไทย วิกฤตพลังงานซํ้าเติมสุญญากาศงบประมาณ

สงครามตะวันออกกลางเขย่าเศรษฐกิจไทย-วิกฤตพลังงานซํ้าเติมสุญญากาศงบประมาณสงครามตะวันออกกลางเขย่าเศรษฐกิจไทย วิกฤตพลังงานซํ้าเติมสุญญากาศงบประมาณ
สงครามตะวันออกกลางเขย่าเศรษฐกิจไทย วิกฤตพลังงานซํ้าเติมสุญญากาศงบประมาณ

สงครามตะวันออกกลางเขย่าเศรษฐกิจไทย วิกฤตพลังงานซํ้าเติมสุญญากาศงบประมาณ

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่าน ส่งผลให้ภูมิภาคเข้าสู่ภาวะเผชิญหน้าทางทหารรอบใหม่ ขณะที่อิหร่านประกาศตอบโต้ ด้วยการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งนํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ทันทีที่มีรายงานการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดพลังงานโลกตอบสนองอย่างรวดเร็ว ราคานํ้ามันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแรง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การส่งออกนํ้ามันจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงัก หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ราคานํ้ามันดิบมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และในกรณีที่สงครามขยายวงกว้าง ราคานํ้ามันอาจทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้

แม้ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของไทยเดือนมกราคม 2569 สะท้อนภาพการฟื้นตัวในหลายมิติ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ขยายตัวสูงถึง 24.4% นับเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนเริ่มปรับตัวดีขึ้น ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.8 สะท้อนกำลังซื้อของกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูงที่เริ่มกลับมา

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ไทยยังคงมีฐานะที่แข็งแรง อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับตํ่า โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลง 0.88% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงกว่า 289,000 ล้านดอลลาร์ และหนี้สาธารณะยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลัง

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวเป็นเพียง “ภาพสะท้อนในช่วงก่อนเกิดแรงกระแทกใหม่” จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยผ่านหลายช่องทาง โดยเฉพาะราคาพลังงาน การค้าโลก และเสถียรภาพของตลาดการเงิน 

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่เพียงราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่คือ ช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับ “สุญญากาศทางการคลัง” ในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็ม กลไกการใช้งบประมาณของรัฐจะมีข้อจำกัดอย่างมาก รัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการเยียวยาได้เต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความสามารถในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจลดลง

บทเรียนสำคัญจากวิกฤตเศรษฐกิจในอดีตคือ ความสามารถในการตอบสนองเชิงนโยบายอย่างรวดเร็วของภาครัฐ มีบทบาทสำคัญในการจำกัดความเสียหายทางเศรษฐกิจ 

ดังนั้น ความรวดเร็วในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการปลดล็อกกลไกงบประมาณของประเทศ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่า เศรษฐกิจไทยจะสามารถผ่านพ้นแรงกระแทกจากวิกฤตตะวันออกกลางครั้งนี้ไปได้มากน้อยเพียงใด

บทบรรณาธิการ หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 45  ฉบับที่ 4,181 วันที่ 8 -11 มีนาคม พ.ศ. 2569

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/columnist/editorial/653150&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FqGjnimLhqeaMviRKDm3G