ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ล่วงเลยมาจนถึงช่วงต้นปี 2569 เชื่อว่าเราต่างได้ยินการคาดการณ์ เศรษฐกิจไทย ปี 69 ซึ่งเป็นไปในทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เพราะต้องยอมรับว่ามีปัจจัยความท้าทายเกิดขึ้นทั้งในระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทยเอง มากมาย โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ช็อกโลกหลังสหรัฐอเมริการ่วมมืออิสราเอลบุกโจมตีอิหร่าน และนี่ยังไม่รวมปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกและสงครามการค้าโลกที่สั่นคลอนการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในทุกมิติ ตลอดจนประเด็นในเรื่องกฏเกณฑ์การค้า ที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญในการปรับตัวตามมาตรการ ESG และสิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการผลิตและส่งออกสินค้าไปทั่วโลก
ทว่า ท่ามกลางปัจจัยท้าทายที่หน่วงหนักตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ผู้บริหารหญิงแกร่ง จรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลับเน้นย้ำว่า “การพัฒนาเศรษฐกิจไทย ปี 69 มีแต่คำว่า “โอกาส” เต็มไปหมด”

“ปี 2569 เป็นปีแห่งความท้าทายรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน และการเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ พลวัตการค้าโลกที่ผันผวน เทคโนโลยี AI และดาต้าที่เปลี่ยนอุตสาหกรรม รวมถึงแนวโน้มด้าน ESG ที่เป็นมาตรฐานบังคับและมาตรการการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม WHA มองว่านี่คือโอกาสของประเทศไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) โดยเฉพาะกลุ่ม EV เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพลังงานหมุนเวียน”
“และผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งยืนยันว่าท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยมีโอกาสจริงๆ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา WHA Group มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 18,232 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,135 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 18,108 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติ 5,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% (Y-Y) ทุบสถิติรอบใหม่ สร้าง New Record High ต่อเนื่อง ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจของ WHA”

“นอกจากนั้น ในภาพรวมของประเทศ ถ้าดูจาก GDP ปีที่แล้วเราเติบโต 2.4% ปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโต 1.5- 2.5% แต่โดยส่วนตัวมีความเชื่อว่า ถ้าเราสามารถตั้งรัฐบาลได้เร็ว และมีคนเก่งเข้ามาบริหารประเทศ อัตราการเติบโตในปี 2569 อาจจะได้เห็นการเติบโตของเศรษฐกิจเกิน 2% ก็ได้ ส่วนถ้าเจาะดูการเติบโตใน Import – Export ของไทย มีการเติบโตถึง 13% โดยยืนยันได้จาก BOI ที่ในปี 2568 มีตัวเลขมูลค่าการลงทุนมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีจำนวนโครงการกว่า 3,300 โครงการ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก ที่ยกไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค”
อย่างไรก็ดี ในมุมมองของ คุณจรีพร มองว่า “เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ต้องมีการพัฒนาในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure ให้พร้อม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอุตสาหกรรมสีเขียว และประเด็นต่อมาต้องมีการ Transform Human Capital หรือการพัฒนาคน เพราะความรู้ในอดีตไม่ใช่ความรู้ในอนาคต ต่อไป คือ การปรับเปลี่ยนกฎหมาย กฎเกณฑ์ ขั้นตอนต่างๆของภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้มีการลงทุนหรือดำเนินการได้เร็วขึ้น ถ้าอย่างน้อย สามารถปรับในด้านต่างๆที่กล่าวมาได้ รับรองว่าประเทศไทยจะก้าวหน้าไปได้ไกลกว่านี้ในเวทีการค้าโลกแน่นอน”
นอกจากนั้น คุณจรีพร และคณะผู้บริหาร ยังได้ฉายภาพแผนการดำเนินงานในปี 2569 ในทุกธุรกิจของ WHA Group โดยมุ่งเน้นดำเนินงานภายใต้ 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ในระยะยาว สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลกและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ประกอบด้วย
-
Extend Leadership: ต่อยอดความเป็นผู้นำในประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาค
-
Embrace Technology: ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อต่อยอดธุรกิจ และสร้างธุรกิจ S-Curve ใหม่ ๆ
-
Highlight Green Commitment: มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593
-
Power Up Organization: พลิกโฉมด้วย Digital Transformation สู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง
โดยภายในงานแถลงข่าว สรุปผลการดำเนินงานปี 2568 ของ WHA Group ยังมีการให้ข้อมูลเชิงลึกในแต่ละธุรกิจของ WHA Group ว่ามีอัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น
-
ธุรกิจโลจิสติกส์ ปี 2568 WHA มีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวม 3,241,949 ตร.ม. พร้อมลงนามสัญญาเช่าเพิ่มอีก 204,437 ตร.ม. โดยโครงการใหม่ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม.23 และ เทพารักษ์ กม.21 ได้รับการตอบรับดี มีผู้เช่าแล้วเกือบเต็มทั้งโครงการ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนาม ณ นิคมฯ มินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน มีอัตราเช่าแล้วกว่า 60%
-
ธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์ โมบิลิกส์ (Mobilix) ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 387 คัน สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 เน้นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า บริการเครือข่ายสถานีชาร์จ และ Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกรีนโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ โดยปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV สะสม 637 คัน
-
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม บริษัทบริหารนิคมอุตสาหกรรม 17 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม บนพื้นที่รวม 88,900 ไร่ ในปี 2568 มียอดขายที่ดิน 1,340 ไร่ ยอดโอน 2,074 ไร่ และ Backlog รอโอน 770 ไร่ พร้อมยอด LOI/MOU รอเซ็นสัญญา 1,632 ไร่ และล่าสุด ในไตรมาส 1/2569 สัญญา LOI/MOU ได้แปลงเป็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วกับลูกค้ารายหนึ่ง พื้นที่กว่า 900 ไร่ และในปี 2569 เดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ โดยเฉพาะ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE5) พื้นที่ 6,490 ไร่ ซึ่งคาดว่าเริ่มโอนได้ในไตรมาส 1/2569

-
ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ปี 2568 WHAUP มียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 160 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 122 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 38 ล้านลูกบาศก์เมตร ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 170 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อยกระดับการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า อีกทั้งยังผลักดันโซลูชัน Water Reclamation การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว
-
ธุรกิจไฟฟ้า ปี 2568 มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการแล้ว 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 311 เมกะวัตต์ และปี 2569 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและเวียดนาม รองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมและแรงกดดันด้าน Decarbonization โดยตั้งเป้าหมายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ลงนามสะสม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA ควบคู่ การพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน
-
ธุรกิจดิจิทัล ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการยกระดับไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) ผ่านโครงการ Digital Transformation และ AI Transformation พร้อมเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัล และต่อยอดการขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ Intelligent Enterprise Ecosystem ภายใต้ โรดแมพ “Flight of the Future” ในปี 2571 สำหรับปี 2569 WHA Digital ยังมุ่งเน้นการพัฒนา Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจโมบิลิตี้ และการพัฒนา WHASApp แอปพลิเคชันการสื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงาน WHA ที่พร้อมด้วยฟีเจอร์ครบครัน ตั้งแต่แพลตฟอร์ม CO2ZERO ช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนการจัดการขยะรีไซเคิลผ่านโครงการ WeCYCLE
อัปเดตมุมมองการทำธุรกิจยุคใหม่จากผู้บริหารแถวหน้า
ดร.วิรไท สันติประภพ เสนอโมเดลพัฒนาประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามโลกเก่า เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลก
Post Views: 171
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/03/02/opportunity-in-every-field-jareeporn-jarukornsakul-wha-group/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3n41TeSf6-pnPZ7l2cbPQ_



