สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า นายโรลองด์ เลอส์กูร์ รมว.คลังฝรั่งเศส กล่าวว่า รัฐบาลฝรั่งเศสปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2569 เหลือ 0.5% จากเดิม 0.7% แต่ยังคงคาดการณ์ของปี 2570 ไว้ที่ 1.0%
เลอส์กูร์กล่าวว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสเผชิญแรงกระแทกครั้งใหญ่ 4 ด้าน ได้แก่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ราคาพลังงานที่พุ่งสูง สภาพอากาศรุนแรงในช่วงฤดูร้อน และต้นทุนการกู้ยืมในตลาดพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น
การปรับลดคาดการณ์ดังกล่าวเพิ่มความยากลำบากให้รัฐบาลในการผลักดันร่างงบประมาณปี 2570 ให้ผ่านรัฐสภา ซึ่งมีความเห็นแตกแยกอย่างหนัก ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน เม.ย.-พ.ค. ปีหน้า
ด้านเป้าหมายลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้นั้น เลอส์กูร์ยอมรับว่าไม่สามารถบรรลุได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายใหม่ โดยกล่าวว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างปรับรายละเอียดขั้นสุดท้ายของร่างงบประมาณ ก่อนเสนอเข้าสู่รัฐสภาในช่วงปลายเดือนนี้
ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสเผชิญต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น โดยส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี เมื่อเทียบกับเยอรมนีขยายตัวมากที่สุด นับตั้งแต่ปี 2555 ท่ามกลางความกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มากขึ้น หากหากการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้าต้องตัดสินในรอบสองระหว่างนางมารีน เลอ แปน จากฝ่ายขวาจัด กับนายฌ็อง-ลุก เมล็องชง จากฝ่ายซ้ายจัด
นอกจากนี้ ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงคลื่นความร้อนและภัยแล้งในช่วงฤดูร้อน ซึ่งกระทบผลผลิตภาคเกษตร ล้วนกดดันการเติบโตและทำให้เป้าหมายทางการคลังของรัฐบาลยากจะบรรลุ
เลอส์กูร์กล่าวว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในขณะนี้อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และรัฐบาลกำลังดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณอย่างเข้มงวด โดย “ไม่มีงบประมาณส่วนเกินให้ตัดลดอีกแล้ว”
ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังนักลงทุนมองว่าฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเปราะบางท่ามกลางการเทขายพันธบัตรทั่วโลก
แม้เลอส์กูร์ยืนยันว่า ฝรั่งเศสยังสามารถออกพันธบัตรเพื่อกู้เงินได้ตามปกติ แต่ยอมรับว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยมองว่าส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรเมื่อเทียบกับเยอรมนีอยู่ในระดับ “สูงเกินไป”.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6184878/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-cO9jqw83ivI24zxCTBfX

