โดยในปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 10-15% ซึ่งเมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศไทยในปีนี้ที่คาดว่าจะโตประมาณ 2% ส่งผลให้เศรษฐกิจดิจิทัล คือ เครื่องมือที่จะช่วยให้ไทยก้าวข้ามการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง
ปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัล มีสัดส่วนประมาณ 10% ของจีดีพี ประเทศไทย และคาดว่าจะเพิ่มไปถึง 30% ในอีกกี่ปีข้างหน้า ด้วยการเติบโตของ “โมบายเฟิสต์” การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต บริการต่าง ๆ ได้ปรับเปลี่ยนไปอยู่บนแพลตฟอร์ม และระบบดิจิทัล
ล่าสุดได้มีการเคลื่อนไหวในแวดวงแพลตฟอร์มของไทย เมื่อ 4 บิ๊กเทค คือลาซาด้า, แกร็บ, ไลน์แมน วงใน และ ช้อปปี้ ได้ประกาศจัดตั้ง “สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย” หรือ TDPA โดยมีวัตถุประสงค์ ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากลพร้อมทั้งยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่สมดุล โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

“พันโทหญิง ธมกร ศุภธนรังสี” นายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย บอกว่า สมาคมฯจะยึดมั่นใน 4 ค่านิยมหลัก คือ ความเป็นกลางและการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยส่งเสริมสนามแข่งขันที่เท่าเทียม เปิดโอกาสให้ทั้งแพลตฟอร์มเกิดใหม่และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เติบโตได้อย่างแท้จริง การกำกับดูแลที่เน้นไปยังวัตถุประสงค์ ด้วยการร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ตอบโจทย์ประโยชน์สาธารณะอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ ความโปร่งใสและความไว้วางใจ ด้วยการยกระดับมาตรฐานด้านข้อมูล ความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศดิจิทัล และสุดท้าย คือ ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและการเข้าถึงโอกาส ด้วยการสนับสนุนให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ
“จิรวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว” เลขาธิการและที่ปรึกษาสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (TDPA) บอกว่า การรวมตัวเป็นสมาคมฯ ของ 4 บริษัท ไม่ได้มองถึงการแข่งขัน หรือธุรกิจของแต่ละบริษัท แต่เราจะคุยกันในเรื่อง เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยระบบนิเวศทางเศรษฐกิจแบบไหนที่จะทําให้ประเทศไทยประสบความสําเร็จ และจะทำอย่างไรให้ ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยประสบความสําเร็จ มีโอกาสขยายไปยังตลาดต่างประเทศได้ รวมถึงการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้ทุกคนในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก

นอกจากนี้ ก็จะเป็นตัวกลางในการนำเสนอข้อคิดเห็นต่าง ๆ ต่อการกำกับดูแลของภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อภาครัฐต้องการความเห็นจะเรียก 4 บริษัท ไปสอบถาม การเป็นสมาคมฯ จะช่วยให้ภาครัฐสะดวกไม่ต้องเรียกไปทีละบริษัท ซึ่งจะมีการเปิดรับธุรกิจแพลตฟอร์มและจดทะเบียนในไทย เข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น
สำหรับในเรื่องการกำกับดูแลของภาครัฐ สมาคมฯพร้อมร่วมมือเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธทุกคนเข้าใจเพราะภาครัฐ
ดูแลสวัสดิภาพของประชาชนทุกคน เราสนับสนุนมาตรการกํากับดูแล โดยมีมุมมองว่ากฎระเบียบด้านดิจิทัลของไทยยังต้องพัฒนาต่อเนื่องซึ่งกรอบกฎหมายที่ออกแบบมาสำหรับเศรษฐกิจกายภาพแบบเดิม อาจไม่ตอบโจทย์ธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความซับซ้อนกว่า เช่น ระบบเก่ามีแค่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่แพลตฟอร์มมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่ายทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย แพลตฟอร์ม ภาครัฐ และภาคสังคม จึงควรหารูปแบบการแบ่งความรับผิดชอบร่วมกันแบบใหม่สมาคมฯ จึงอยากทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อได้สะท้อนมุมมองในธุรกิจ ให้ข้อมูลเชิงปฏิบัติจากคนที่อยู่ในธุรกิจจริง อยากมีที่นั่งในห้องประชุมเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการไทย ในการที่จะทําให้มั่นใจได้ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทย จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
สุดท้ายแล้วต้องติดตามกันต่อว่า “การกำกับดูแลที่สมดุล” กับ “การแข่งขันที่เป็นธรรม” ทั้งในส่วนของ “ผู้ค้า”และ
“ผู้บริโภค” จะหาจุดที่สมดุลร่วมกันได้อย่างไร? เพื่อผลักดันให้ “เศรษฐกิจดิจิทัลไทย” เดินหน้าโดยไม่สะดุด!!!.
จิราวัฒน์ จารุพันธ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5665431/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TobQ9Vj0EK_g37NOAF58g

