นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวถึงการที่ ธปท. อยู่ระหว่างการพิจารณาการปรับลดค่าธรรมของการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ 10-15 รายการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประชาชน เนื่องจากค่าธรรมเนียมของธนาคารในปัจจุบันมีความแตกต่างกันในแต่ละธนาคาร ซึ่ง ธปท. ต้องการให้มีมาตรฐานเดียวกันและมีค่าธรรมเนียมที่ปรับลดลง เช่น ค่าธรรมเนียมขอ Statement, ค่ารักษาบัญชี, ค่าธรรมเนียมออกบัตร ATM ค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขตและฝากเงินข้ามเขต, ค่าโอนเงินรายใหญ่ การเรียกเก็บเช็ตข้ามเขตจังหวัด เป็นต้น
ทั้งนี้ ในระยะถัดไป ธปท. มีแผนปรับลดค่าธรรมเนียมรายการอื่นๆเพิ่มเติมในอนาคต หากมาตรการปรับลดค่าธรรมเนียมช่วงแรกได้ผลที่ดี
โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2 เดือนจะมีความชัดเจนในการกำหนดมาตรฐานค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเนื่องจากที่ผ่านมาแต่ละธนาคาร จะใช้หลักเกณฑ์ของตนเองในการกำหนด และไม่ได้มีการแข่งขันกันอย่างแท้จริง จึงทําให้ค่าธรรมเนียมมีความแตกต่าง และบางรายการก่อนหน้านี้อาจจะมีต้นทุนของการทําธุรกรรม ปัจจุบันเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ต้นทุนดังกล่าวจึงลดลง แต่ก็ต้องให้ธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับที่สามารถดูแลต้นทุนของตนเองได้
อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ อยากเห็นค่าธรรมเนียมให้ การเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยกําหนดไม่ให้เกินเพดานที่กำหนดอาไว้ ยอมรับว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงต้องใช้ระยะเวลาในการดําเนินการ
ส่วนเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ของไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1% ถือว่าอยู่ในและอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ตามที่ ธปท. ได้ประเมินไว้ หากมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะเวลาที่รวดเร็วก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ฝากเงิน อย่างไรก็ตาม หากภาพเศรษฐกิจของไทยในอนาคตเปลี่ยนไปจากที่ได้ประเมินไว้หรือเศรษฐกิจแย่ลง ธปท. ก็พร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อดูแลเศรษฐกิจ
โดยขณะนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับต่ำที่สุดเป็นอันดับที่ 3 รองจากสวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/269701&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0y-cgZsRAAIkiESEydBJSu

