การประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปคที่นครซูโจว ประเทศจีน (APEC Ministers Responsible for Trade Meeting) ครั้งที่ 32 ได้เสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการ ภายใต้หัวข้อ เสริมสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกเพื่อความรุ่งเรืองร่วมกัน หรือ “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” พร้อมบรรลุผลลัพธ์สำคัญหลายด้าน ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความท้าทายจากลัทธิกีดกันทางการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ตลอดการประชุม 2 วัน มีผู้แทนจาก 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค ในจำนวนี้รวมถึงประเทศไทย โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของไทย เข้าร่วม รวมถึงองค์การการค้าโลก หรือ WTO และองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม โดยที่ประชุมมุ่งเน้นการสร้าง “ประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก” เพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน พร้อมหารือเรื่องการรักษาระเบียบการค้าเสรี การส่งเสริมการลงทุน และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว
ที่ประชุมยังเห็นชอบออก “แถลงการณ์ซูโจว” และรับรองแผนพัฒนาภาคบริการฉบับใหม่ของเอเปค ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือในช่วง 10 ปีข้างหน้า นายหวัง เหวินเทา รัฐมนตรีกระทวงพาณิชย์จีนพาณิชย์จีน และนายหลี่ เฟิน ผู้อำนวยการด้านการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีน โดยระบุเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล การยกระดับระบบการค้าบริการ และการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปิดกว้างและคาดการณ์ได้

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การยืนยันสนับสนุนการปฏิรูปองค์การการค้าโลก หรือ WTO เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางการค้าโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี และการคงมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรักษาความเปิดกว้างของตลาดดิจิทัล
นอกจากนี้ หลายประเทศยังผลักดันความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัล เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน เช่น ใบตราส่งสินค้าและใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและลดช่องว่างทางดิจิทัลในประเทศกำลังพัฒนา

ขณะเดียวกัน จีนยังนำเสนอแนวคิดด้านการพัฒนาสีเขียวและการซื้อขายคาร์บอน โดยระบุว่า ได้ร่วมมือกับองค์กรรับรองมาตรฐานระดับสากล รวมถึงตลาดซื้อขายคาร์บอนของจีน เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการคาร์บอนแบบครบวงจรสำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME พร้อมใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูลคาร์บอนในระดับสากล คาดว่าการประชุมครั้งนี้คณะผู้แทนประมาณ 700 คนจาก 21 เขตเศรษฐกิจเอเปคและองค์กรระหว่างประเทศมารวมตัวกันที่มณฑลเจียงซูเพื่อเข้าร่วม

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนอีกประมาณ 350 คนจากบริษัทในกลุ่ม Fortune Global 500, บริษัทชั้นนำ 500 อันดับแรกของจีน และผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรม ที่จะเข้าร่วมการเจรจาพันธมิตรทางธุรกิจเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Business Partnership Dialogue)
ทั้งนี้ ที่ประชุมย้ำว่า เอเปคจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อผลักดันการเติบโตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในระยะยาวต่อไป
มณีนาถ อ่อนพรรณา/ ข่าว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/297366&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-I1f4VoRp9_tUFBDFo5da

