นายกฯ ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลประชาชน พลังงาน เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว “สีหศักดิ์” ประชุมอาเซียนหารือแนวทางช่วยเหลือด้านพลังงาน
14/03/2569 | 93 |
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ ระบบขนส่งทางทะเล ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น จนอาจส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนภาคเศรษฐกิจของประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการรองรับ ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลประชาชน สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งการบริหารจัดการพลังงาน การรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการดูแลค่าครองชีพของประชาชน เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด
(13 มี.ค. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง (Special ASEAN Foreign Ministers’ Meeting on the Situation in the Middle East) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ซึ่งจัดขึ้นตามข้อเสนอของไทย โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นประธาน
ที่ประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียน และหารือแนวทางการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวร่วมกัน ทั้งมาตรการระยะสั้นและการเตรียมความพร้อมของอาเซียนต่อความท้าทายจากวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ในระยะยาว โดยเห็นพ้องว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียดและความไม่แน่นอนสูง ทั้งยังย้ำความสำคัญของการยึดมั่นในหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการบินและการเดินเรือ และเรียกร้องให้มีการยุติการใช้ความรุนแรงและกลับสู่แนวทางทางการทูตโดยเร็ว
อีกทั้งที่ประชุมยังได้หารือผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่ออาเซียนในหลายมิติ โดยเฉพาะการปิดกั้นเส้นทางขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งสินค้าและห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตด้านเศรษฐกิจและพลังงานในอนาคต ในการนี้ ไทยจึงเสนอแนวทางรับมือโดยใช้ประโยชน์จากกลไกที่มีอยู่ของอาเซียน อาทิ (1) การกระชับความร่วมมือด้านกงสุลผ่านเครือข่ายของสถานทูตในพื้นที่ เพื่อคุ้มครอง ช่วยเหลือ และอพยพประชาชนในยามวิกฤตร่วมกัน (2) การยกระดับความร่วมมือภายใต้ความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียนให้สามารถใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ โดยเรื่องที่ต้องพัฒนาร่วมกันคือพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด การหาความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาที่เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เพื่อให้การช่วยเหลือสนับสนุนประเทศไทย และ (3) การเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
สำหรับการช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะนี้ที่อิหร่าน คนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับ ได้อพยพออกหมดแล้ว จำนวน 116 คน และกลุ่มสุดท้ายจะมาถึงในวันที่ 14 มีนาคม 2569 โดยจะมีข้าราชการและครอบครัวเดินทางกลับมาด้วย แต่คนที่ยังเหลืออยู่เนื่องจากประสงค์ที่จะอยู่ต่อ ยืนยันว่าไทยพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือหากมีการร้องขอ ส่วนของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบด้วย ยูเออี บาห์เรน กาตาร์ คูเวต โอมาน อิรัก เลบานอน อิสราเอล และจอร์แดน ที่ได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ มีทั้งหมด 584 คน แต่มีอีก 23 คน เดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ขณะนี้มีแรงงานไทย อยู่ประมาณ 50,000 – 60,000 คน แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ต่อ และทางรัฐบาลอิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ภายในประเทศได้ โดยสกัดกั้นการโจมตีต่าง ๆ และออกมาตรการดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยและต่างชาติ
ขณะที่การสู้รบเป็นปัจจัยที่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้ประชุมแผนผลักดันการค้าระหว่างประเทศเชิงรุก ปี 2569 ร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) จากทั่วโลก 58 แห่ง ใน 43 เขตเศรษฐกิจ โดยนางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความผันผวนสูง ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง นโยบายการค้า และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ประเทศไทยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด การส่งออกยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาไทยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 11.1 ล้านล้านบาท ในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง หรือ VUCA World มาจาก Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity (ความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องปรับยุทธศาสตร์การทำงาน เปลี่ยนเป็น VUCA ที่ประกอบด้วย Vision, Understanding, Clarity, Agility (วิสัยทัศน์ ความเข้าใจ ความชัดเจน และความคล่องตัว) รับมือกับความเปลี่ยนแปลงโดยนำแนวคิด TAM Model มาใช้ คือ Think Big – Act Small – Move Right คือคิดเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนเริ่มจากจุดเล็ก ๆ และปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์อย่างถูกต้องเหมาะสม พร้อมมอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกทำงานเชิงรุก โดยเน้นรักษาตลาดเดิมควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ (Market Diversification) เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักมากเกินไป
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประชุมหารือผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อพิจารณามาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยว นำเสนอต่อศูนย์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางของรัฐบาล ตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ศูนย์ฯ เร่งพิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจใน 4 ด้าน ได้แก่ (1) น้ำมันเชื้อเพลิง (2) พลังงาน (3) การท่องเที่ยว และ (4) การขนส่งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง และยุโรป ที่เดินทางเปลี่ยนเครื่องบิน ณ สนามบินในตะวันออกกลาง รวมถึงต้นทุนราคาบัตรโดยสารเครื่องบินที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและการปรับเปลี่ยนเส้นทางบินเป็นการบินตรงหรือเส้นทางการบินเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่ง ททท. ได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะสรุปประเด็นสำคัญเพื่อนำไปบูรณาการการทำงานกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำไปกำหนดมาตรการด้านการท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีต่อไป
รูปภาพ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/485297&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rkZGC_2eZ0Xh3Y4Y62SsR

