• Fri. May 8th, 2026

นายกฯไทย-เวียดนาม หารือความร่วมมือเศรษฐกิจ ดันมูลค่าการค้าแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

นายกฯไทย-เวียดนาม-หารือความร่วมมือเศรษฐกิจ-ดันมูลค่าการค้าแตะ-2.5-หมื่นล้านดอลลาร์นายกฯไทย-เวียดนาม หารือความร่วมมือเศรษฐกิจ ดันมูลค่าการค้าแตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

นายกฯ อนุทิน หารือ นายกฯ เวียดนาม เดินหน้าความร่วมมือรอบด้าน เร่งดันการค้าสองประเทศแตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

 
วันนี้ (วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569) เวลา 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือทวิภาคีกับ นายเล มิญ ฮึง(Mr. Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 (ASEAN Summit) ระหว่างวันที่ 7 – 9 พฤษภาคม 2569 ภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
 
นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรีเวียดนามในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง และย้ำว่าเวียดนามเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของไทย

 
โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือร่วมกันในประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. ด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะแหล่งลงทุนที่มีเสถียรภาพและปลอดภัย ท่ามกลางวิกฤตในหลายภูมิภาคของโลก พร้อมเห็นว่าการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนามจะช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถดึงดูดการลงทุนและเติบโตไปด้วยกันได้มากยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเร่งขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2. ด้านการลงทุน นายกรัฐมนตรีขอให้เวียดนามสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของไทยในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนเวียดนามลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงแผนการลงทุนของสายการบิน VietJet ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของไทย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้แล้วเสร็จในช่วงการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีโต เลิม เพื่อเสริมสร้างการเกื้อกูลระหว่างเศรษฐกิจของสองประเทศ

3. ด้านความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านและประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของอนุภูมิภาค ไทยและเวียดนามควรมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในภูมิภาค โดยทั้งสองฝ่ายเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางส่งเสริมการพัฒนาและความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่อไป
 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1233080&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GV70onv1iYEm5qy874c4l