• Tue. Jun 23rd, 2026

ชู “กรอ.” เป็น “ครม.เศรษฐกิจพลัส” กางโรดแมป 12 ปีพาไทยสู่ประเทศรายได้สูง

ชู-“กรอ”-เป็น-“ครม.เศรษฐกิจพลัส”-กางโรดแมป-12-ปีพาไทยสู่ประเทศรายได้สูงชู “กรอ.” เป็น “ครม.เศรษฐกิจพลัส” กางโรดแมป 12 ปีพาไทยสู่ประเทศรายได้สูง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) นัดแรก เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 ว่า ยกให้เวทีนี้เป็นคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจพลัส (ครม.เศรษฐกิจพลัส) ตั้งเป้าหมายประชุมทุกเดือน เพื่อกลั่นกรองนโยบายด้านอุตสาหกรรม เกษตร พลังงาน แรงงาน และการค้า ก่อนส่งตรงถึงครม.ชุดใหญ่

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ภายใน 12 ปี โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อน 7 สาขาเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ 1.เกษตรและอาหารคุณภาพสูง 2.ยานยนต์แห่งอนาคต 3.อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและดิจิทัล 4.ยาและสุขภาพ 5.การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ 6.การค้า และ 7.เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายให้ไทยติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลกด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน (IMD) ภายในปี 73 จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 26 และเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจให้มากกว่า 3% หรือ 3% พลัส จากระดับปัจจุบันที่อยู่ประมาณ 2.7%

“การทำงานครั้งนี้ เหมือนเรากำลังแข่งฟุตบอลโลก อาศัยความร่วมมือในรูปแบบทีมฟุตบอลเศรษฐกิจ มีกองหน้าบุกใน 7 สาขาหลัก กองกลางสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และกองหลังรักษาวินัยการคลัง”

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ได้แบ่งการทำงานผ่าน 4 เครื่องยนต์หลัก โดยรองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านจะรับผิดชอบแต่ละด้าน ได้แก่ 1.การลงทุนใหม่ รับผิดชอบโดยนายเอกนิติ ซึ่งตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้ใกล้เคียง 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากปัจจุบัน 22% โดยจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), ดิจิทัล และการเงินของภูมิภาค รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียวและยานยนต์สมัยใหม่

2.การค้า การท่องเที่ยวและบริการ รับผิดชอบโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ โดยจะยกระดับไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศูนย์กลางด้านสุขภาพ และความปลอดภัยด้านอาหารมูลค่าสูง 3.ทุนมนุษย์ รับผิดชอบโดยนายยศนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยจะยกระดับทักษะ STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) ให้เป็นวาระแห่งชาติ 4.ประสิทธิภาพภาครัฐ รับผิดชอบ โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยจะนำระบบรัฐบาลดิจิทัล และการออกใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ (e-Licensing) มาใช้ เพื่อลดขั้นตอน ลดการใช้ดุลพินิจ และปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างให้อัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น

“ทั้ง 4 เครื่องยนต์มีเป้าหมายระยะสั้นคือ การทำ Quick Big Win ให้เห็นผลใน 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยให้เลือกทำ Quick Big Win ที่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจมาเสนอเดือนหน้า เพื่อปลดล็อคอุปสรรค เหยียบคันเร่งให้ตรงเป้าหมาย”

ขณะที่นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ปัจจุบันรายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยอยู่ที่ 8,000-9,000 เหรียญสหรัฐฯต่อปี หากต้องการก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูงที่มีรายได้ 15,000 เหรียญฯภายใน 12 ปี จะต้องยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจให้ไปอยู่ที่ 5% ให้ได้ ดังนั้น การเติบโตของจีดีพีที่เกิดขึ้นจริงก็ควรจะอยู่ในระดับประมาณ 5% เช่นเดียวกัน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2941267&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0x-FtLy8Vh6sPoHSU-4AHz