ภาพคำทำนายสรุปสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจเมืองรัตนโกสินทร์ปี 2569
มาช้ามากชนิดข้ามปีเลยทีเดียวสำหรับมาตรการพักการซื้อขายหุ้นชั่วคราว หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ ครั้งที่ 7 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ใช้เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เริ่มเวลา 12.18 น. ไปจนเปิดตลาดภาคบ่าย เพราะดัชนีติดลบไปร้อยละ 8.1 ของราคาปิดเมื่อวันก่อน
เหตุเกิดทั้งๆ ที่หลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา ดัชนีไต่ระดับอย่างน่าตื่นตาตื่นใจมากจนได้เห็นตัวเลข 1,400 จุด และ 1,500 จุด เพราะปัจจัยภายนอกอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกาเปิดศึกกับอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ผู้เขียนเคยทำนายเอาไว้ในดวงเมืองทั้งปี 2568 และ 2569 ด้วยความหวาดเสียวยิ่งนักว่า ระหว่างวันเกิดเมือง 21 เมษายน 2568-21 เมษายน 2569 เมืองจะเจอปัญหาเศรษฐกิจหนัก ทั้งปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของเราเอง และสงครามเศรษฐกิจโลกให้ฟันฝ่า
แล้วทุกคราวที่เขียน ทุกรายการที่มีโอกาสให้สัมภาษณ์ ผู้เขียนได้เรียกร้องว่า เป็นระยะที่เมืองต้องการมือเศรษฐกิจชั้นเซียน ไม่ใช่มือสมัครเล่นเพื่อพาเมืองตีฝ่าปัญหา และดิ้นรนให้หลุดจากกับดักรายได้ปานกลางที่ติดกับมาแล้วสามสิบกว่าปี
ต่อไปนี้คือเกณฑ์จากดวงชะตาเมืองและแนวโน้มจากตลาดหุ้นที่ใช้วัดภาพความน่าจะเป็นของเศรษฐกิจให้ส่อง แม้จะเป็นเทียนเล่มเล็กๆ ในความมืดและความวุ่นวายของโลกเพื่อนำทางให้บ้าง ดังนี้
1.ท่ามกลางภัยสงครามเศรษฐกิจโลก และการปฏิวัติใหญ่เศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะโดยอะไรก็ตาม เมืองรัตนโกสินทร์และคนในเมืองก็ต้องปฏิวัติใหญ่ทางเศรษฐกิจและการทำมาหากินไปด้วย หากจะทำอะไรแบบเดิมๆ ก็ต้องต่อยอด
เกณฑ์นี้เป็นมาตั้งแต่กรกฎาคม 2565 แล้วจะไปสิ้นสุดเอากลางกรกฎาคม 2572
ผลของปรากฏการณ์นี้คือ เมื่อครบเจ็ดปีประมาณกลางกรกฎาคม 2572 หากเมื่อยืนอยู่ข้างกำแพงพระนคร เราจะถามตัวเองว่าเศรษฐกิจของเมืองและของคนในเมืองไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร
เป้าหมายสำหรับเมืองคือ เป็นประเทศรายได้สูง
ส่วนแต่ละท่านที่อยู่ในเมืองตั้งเป้าหมายและลงมือทำ เช่น ผู้เขียนก็หวังอย่างแรงกล้ากลางปี 2572 ว่าจะมีพอร์ตหุ้นเป็นเลขแตะสองหลัก หรือหากทำได้เยี่ยมอาจจะเลยสองหลักสักครั้งในชีวิต เป็นต้น
2.แทรกเกณฑ์ลบเข้ามาอย่างน่าหวาดเสียวคือ ขณะที่ต้องตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจและปฏิวัติเศรษฐกิจไปด้วย ระหว่าง 21 เมษายน 2568-21 เมษายน 2569 เมืองมีเคราะห์หนักด้านเศรษฐกิจโดยพื้นฐานเป็นเวลาหนึ่งปี (พระศุกร์ 6 ดาวเศรษฐกิจของเมืองเป็นกาลกิณีจร)
ขนาดรัฐบาลแจกเงินหมื่นยังหายต๋อมเป็นตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปเลย เพราะทำอะไรแบบเดิมๆ
พอคนละครึ่งกลับมา คงจะเป็นด้วยเพิ่มพลัสเลยพอช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2568 ให้กระเตื้องได้
3.เคราะห์ทางเศรษฐกิจซ้ำอีกชั้นให้รัฐบาลต้องรับมือแก้ไข ดิ้นรนเอาตัวรอด แทรกเข้ามาตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป (พระเสาร์จร 7 ตัวแทนรัฐบาล-การบริหารราชการแผ่นดินเดินในราศีมีน-ภพวินาสน์-มุมอับดวงเมือง)
เหตุจึงเกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อิสราเอลกับสหรัฐอเมริกาเปิดศึกกับอิหร่าน เดือดร้อนอลหม่านกันไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยก็ด้วยที่รัฐบาลต้องดิ้นรนพาประชาชนเอาตัวรอด เน้นไปที่พลังงาน (พระเสาร์จร 7 เดินในราศีมีนทับพระศุกร์ดวงเดิม ๖ ดาวเศรษฐกิจของไทย และถึงพระอังคารดวงเดิม ๓ ดาวประจำชีพเมืองที่ตั้งอยู่ในราศีพฤษภ)
จึงเมื่อดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์เจอทั้งข้อ 1. และ 2. รวมกัน มีหรือจะเหลือ เราจึงได้เห็นตลาดหุ้นที่ไฮเปอร์และไวต่อความรู้สึกมาก ต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
และต่อไปนี้คือลีลาดวงชะตาเมืองและเศรษฐกิจที่คาดหมายว่าจะเกิดต่อไป
ก.เคราะห์ทางเศรษฐกิจชั้นที่หนึ่งที่เกิดกับพื้นฐานเศรษฐกิจของเมืองตามข้อ 1. จะค่อยๆ จางและจบลงรอบนี้ตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป (พระศุกร์ยุติการเป็นกาลกิณีจร)
ข.ตั้งแต่วันเกิดเมืองที่ 21 เมษายน 2569-21 เมษายน 2570 เมืองและรัฐบาลทำอะไรจะได้ครึ่งเสียครึ่ง ไม่เต็มที่
หรือไม่ก็จะออกแนวเริ่มต้นบวก-ครึ่งหลังลบ หรือเริ่มต้นลบแล้วกลับบวก (ทักษาจรเมืองตกภูมิกลางหรือเกตุ ๙)
แต่หากอ่านแบบกำปั้นทุบดินคือ ในเมื่อเมืองจะได้ครึ่งเสียครึ่งแล้ว อาจหมายได้ว่ารัฐบาลคงออกมาตรการคนละครึ่งพลัสตลอดปี
ค.ภายใต้ความกดดันและขีดจำกัดหลายอย่าง โครงการมหึมาที่จะเป็นฐานเศรษฐกิจของชาติในอนาคตจะเกิดระหว่าง 1 มิถุนายน-19 ตุลาคม 2569 เป็นรอบแรก
ง.แม้เมืองและรัฐบาลจะถูกกดดันจากอาการได้ครึ่งเสียครึ่ง แต่ผู้เขียนเชื่อว่ารัฐบาลคงทำได้บวกมากกว่าลบ โดยคาดหมายได้จากดวงเมืองชะตาเมืองที่เคยทำนายไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2569-9 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นระยะที่ตลาดหุ้นจะทำสถิติใหม่ด้านใดด้านหนึ่งในแนวบวก และบางช่วงเมืองจะโด่งดังไปทั่วโลก
เช่นในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์หมูป่าติดถ้ำ
ส่วนหุ้นนั้นตาดีได้ตาร้ายเสีย เพราะขนาดผู้เขียนที่คิดว่าตาดียังขายหุ้นไม่ทัน 21 เมษายน 2568 ทั้งๆ ที่ทำนายเองแท้ๆ
ส่วนเศรษฐกิจเมืองมีแนวโน้มหลุดจากได้ครึ่งเสียครึ่งเป็นได้เต็มที่เมื่อใด จะแจ้งให้ทราบต่อไป.
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/959072/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vPYNDug44Mp4jVnvrJkBK

