สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่า ธนาคารต่างชาติเร่งขยายบทบาทในเวียดนาม ด้วยการปล่อยสินเชื่อสกุลเงินต่างประเทศให้ธนาคารท้องถิ่น ซึ่งกำลังเผชิญต้นทุนเงินทุนภายในประเทศที่สูงขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลให้ขยายสินเชื่อเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ความต้องการเงินทุนจากต่างประเทศสะท้อนความท้าทายสำคัญ ของรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดี ซึ่งต้องการให้ธนาคารเป็นแหล่งเงินทุนหลัก สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าราว 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.62 ล้านล้านบาท) และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 10% ต่อปีจนถึงปี 2573
นายวิลลี ทาโนโต จากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิตช์ เรตติงส์ กล่าวว่า ธนาคารจากจีน ไต้หวัน และตะวันออกกลาง เป็นกลุ่มที่แสดงความสนใจปล่อยสินเชื่อแก่ธนาคารเวียดนาม โดยขนาดวงเงินสินเชื่อร่วมที่มีการหารือกัน อยู่ที่หลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน ธนาคารต่างชาติหลายแห่งดำเนินธุรกิจในเวียดนามผ่านสาขา และอาจมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเพิ่มเติมตามแผนจัดตั้งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศของรัฐบาล แม้รายละเอียดสำคัญยังไม่ชัดเจน
เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ธนาคารเอชดีแบงก์ของเวียดนามประกาศ การได้รับสินเชื่อร่วมจากต่างประเทศวงเงิน 721 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 23,685.10 ล้านบาท) สูงกว่าเป้าหมายเดิมราว 60% โดยมีธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด คอมเมิร์ซแบงก์ และเอ็มยูเอฟจี ร่วมปล่อยกู้
ก่อนหน้านั้นในเดือน มิ.ย. ธนาคารวีพีแบงก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารเอกชนรายใหญ่ของเวียดนาม ลงนามกู้เงินจากต่างประเทศวงเงิน 1,440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47,664 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นการยื่นกับธนาคารซูมิโตโม มิตซุย ของญี่ปุ่น ด้านเทคคอมแบงก์ ซึ่งเป็นธนาคารเอกชนรายใหญ่อีกราย กำลังขออนุมัติสินเชื่อจากต่างประเทศวงเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,100 ล้านบาท)
สถาบันการเงินในเวียดนามมองว่า การกู้เงินจากต่างประเทศมีความคุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนการกู้เงินสกุลดอลลาร์ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ
ข้อมูลจากธนาคารกลางเวียดนามระบุว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.9-7.8% จาก 4.8-7.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า การพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศมากขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการบริหารจัดการหนี้ระยะยาว
ทั้งนี้ เวียดนามกำลังเร่งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารกลางปรับลดเป้าหมายการขยายสินเชื่อของระบบธนาคารในปีนี้ เหลือ 15% จาก 20% ในปี 2568 หลังการปล่อยกู้ที่ขยายตัวรวดเร็วสร้างความกังวลเรื่องฟองสบู่สินทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา การเติบโตของสินเชื่อกลับเพิ่มขึ้นมากกว่า 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่บางโครงการได้รับยกเว้นจากข้อจำกัดดังกล่าว
อนึ่ง ธนาคารกลางเวียดนามได้ผ่อนคลายหลักเกณฑ์ด้านเงินทุน เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถรองรับความต้องการสินเชื่อระยะยาวสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานได้มากขึ้น
กระนั้น การเติบโตของเงินฝากยังไม่เพียงพอต่อความต้องการสินเชื่อ โดยบริษัทหลักทรัพย์เอสเอสไอระบุว่า สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของระบบธนาคารอยู่ในระดับสูงถึง 102.4% สะท้อนแรงกดดันด้านสภาพคล่องและต้นทุนเงินทุนที่เพิ่มขึ้น.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/6103323/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jbjGY66DHE-lCFpK7AYut

