รายการ “สนามข่าว 96” ชวนวิเคราะห์ผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ผ่านมุมมองหัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ที่ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสเติบโตท่ามกลางความผันผวนของโลก แต่การขาดแคลนบุคลากรด้านเทคโนโลยีอาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญในระยะยาว
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงหลังมีสัญญาณหยุดยิงในช่วงก่อนหน้า แต่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตกยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ และอาจส่งผลให้ตลาดพลังงานกลับมาผันผวนได้อีกครั้ง
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ในปัจจุบันอาจถือเป็น “เฟส 2” ของความขัดแย้ง เนื่องจากหลังการทำข้อตกลงหยุดยิง ราคาน้ำมันได้ปรับลดลงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกลดลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของราคาน้ำมันกลับทำให้แรงจูงใจในการรักษาข้อตกลงของบางฝ่ายลดลง โดยเฉพาะอิหร่าน ซึ่งสูญเสียอำนาจต่อรองที่เคยได้รับจากภาวะราคาพลังงานสูง
ตะวันออกกลางยังเปราะบาง แต่โอกาสน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ยังจำกัด
ดร.ปิยศักดิ์มองว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นล่าสุดสะท้อนว่าทุกฝ่ายยังอยู่ระหว่างการทดสอบจุดยืนซึ่งกันและกัน และมีความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรงมากขึ้นในระยะสั้น
หากความขัดแย้งขยายวงกว้าง ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้นกลับไปใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ แต่ยังมองว่าความเป็นไปได้ที่ราคาจะยืนอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานค่อนข้างจำกัด
ปัจจัยสำคัญมาจากอุปสงค์น้ำมันโลกที่ไม่ได้ขยายตัวร้อนแรงเหมือนในอดีต โดยเฉพาะจีนที่มีการนำเข้าน้ำมันลดลง ขณะเดียวกันกำลังการผลิตจากประเทศนอกกลุ่มโอเปก ทั้งสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในแอฟริกา เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ตลาดพลังงานโลกมีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม
โอกาสที่จะวิ่งขึ้นไปถึงเกือบ 100 หรือเกิน 100 นานๆ เนี่ย เรามองว่าค่อนข้างยาก
— ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์
เงินเฟ้อสหรัฐชะลอ แต่ Fed ยังต้องจับตาความเสี่ยงใหม่
นักวิจัยเศรษฐกิจจากอินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า การชะลอตัวของราคาน้ำมันเริ่มสะท้อนผ่านตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดการเงินคลายความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: Federal Reserve System) ยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากหากสงครามยืดเยื้อจนส่งผลให้ราคาน้ำมันกลับมาปรับขึ้นแรงอีกครั้ง ก็อาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ และทำให้ Fed จำเป็นต้องส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
เขามองว่าความเสี่ยงสำคัญในระยะต่อไปไม่ใช่เพียงสถานการณ์การสู้รบ แต่รวมถึงผลกระทบที่อาจลุกลามเข้าสู่ตลาดการเงินโลก หากนักลงทุนเริ่มกังวลว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด
เศรษฐกิจไทยยังมีแรงหนุน เงินเฟ้อผ่านจุดสูงสุดแล้ว
สำหรับประเทศไทย ดร.ปิยศักดิ์ประเมินว่า เงินเฟ้อมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับประมาณ 2-3% ในช่วงต่อจากนี้
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป ขณะที่ภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นและงบประมาณเพิ่มเติม
แม้มาตรการหลายโครงการอาจไม่ได้สร้างผลลัพธ์เชิงโครงสร้างในระยะยาวมากนัก แต่ข้อดีคือสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว ทั้งโครงการพลังงานสะอาด การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงการพัฒนาระดับท้องถิ่น
จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้มีโอกาสมากขึ้นที่เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในกรอบ 2.2-2.5% ตามเป้าหมายที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
FDI ยังไหลเข้าไทย ท่ามกลางการชะลอตัวของโลก
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือแนวโน้มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งยังคงไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ภาพรวมการลงทุนของโลกจะชะลอตัวลง
ดร.ปิยศักดิ์เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมเวทีสัมมนาร่วมกับหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงาน EEC และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่าหลายฝ่ายมีมุมมองตรงกันว่าไทยยังเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ
ข้อมูลในช่วง 3 เดือนแรกของปีสะท้อนว่า FDI ที่ไหลเข้าสู่ไทยขยายตัวมากกว่า 140% สวนทางกับแนวโน้มการลงทุนโลกที่ชะลอลง
ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนยังเลือกไทย ได้แก่ ความพร้อมด้านพลังงาน วัตถุดิบ โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงจุดแข็งด้าน Soft Power และวัฒนธรรมการบริการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
โจทย์ใหญ่ของประเทศ คือ “คน” ไม่ใช่ “ทุน”
แม้เม็ดเงินลงทุนจะยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติสะท้อนตรงกันคือ ความกังวลเรื่องการขาดแคลนบุคลากรทักษะสูง
โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ Advanced Packaging และเทคโนโลยี Photonics ซึ่งกำลังเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุค AI
ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีรวมมากกว่า 200,000 คน แต่สามารถผลิตกำลังคนได้เพียงประมาณ 86,000 คน ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านแรงงานทักษะสูงที่อาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ในมุมมองของ ดร.ปิยศักดิ์ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอาจไม่รุนแรงเท่าที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากตลาดพลังงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว
สำหรับประเทศไทย ภาพรวมเศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI ให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยน “โอกาส” จากกระแสการลงทุนโลก ให้กลายเป็น “การเติบโตระยะยาว” ได้หรือไม่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/middle-east-conflict-drives-oil-risk-but-thailand-economy-remains-resilient&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0x7-bwPrfZw2JnRe9QqVyV

