พรรคภูมิใจไทยเปิดเวทีสัมมนา ‘พูดแล้วทำพลัส’ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สองรัฐมนตรีเศรษฐกิจป้ายแดงโชว์วิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศ ชูนโยบาย ‘10 พลัส’ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมกางแผนรับมือวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ย้ำเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สินและต้นทุนเกษตรกร
‘เอกนิติ’ ชูโมเดล ‘ทีมไทยแลนด์’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว
‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นกล่าวในหัวข้อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจว่า ตั้งใจใช้นโยบาย 10 พลัส เป็นกลไกหลักในการพาประเทศไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยเปรียบเทียบรัฐบาลเป็นเหมือน ‘ทีมแข่งรถไทยแลนด์’ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทีม เพื่อลงแข่งขันในเวทีโลก
“เราจะยกเครื่องเศรษฐกิจใหม่ เน้นสนับสนุนธุรกิจสีเขียว (Green Business) เพื่อให้ไทยเป็นแชมป์ในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการลดภาระหนี้สินให้คนตัวเล็ก ผู้สูงวัย และ SMEs เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และจะไม่ปล่อยให้เศรษฐกิจพังเหมือนปี 2540 แต่จะโตอย่างยั่งยืน”
— เอกนิติกล่าว
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่ารัฐบาลกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อวางมาตรการรองรับราคาพลังงานและราคาสินค้า ไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
‘ศุภจี’ กางแผนรับมือวิกฤตขนส่ง-เร่งจัดหาปุ๋ยสำรอง
ด้าน ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อการค้าไทยว่า ขณะนี้การขนส่งสินค้ากว่า 60% ต้องปรับเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทำให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น 10-15 วัน ซึ่งกระทรวงฯ กำลังเร่งบริหารจัดการต้นทุนเพื่อไม่ให้กระทบผู้ส่งออกและผู้บริโภค
สำหรับประเด็นวิกฤตเกษตรกร ศุภจียืนยันว่าปริมาณปุ๋ยในประเทศมีใช้เพียงพอจนถึงเดือนสิงหาคมนี้ และกำลังเร่งเจรจากับมาเลเซียและบรูไนเพื่อจัดหาแหล่งนำเข้าเพิ่มเติม
เรื่องกำแพงภาษีสหรัฐฯ ศุภจีระบุว่า หลังศาลสูงสหรัฐฯ มีคำสั่งชะลอการเก็บภาษีบางส่วน ส่งผลให้ภาษีคงที่อยู่ที่ 15% เป็นเวลา 150 วัน ซึ่งไทยต้องเร่งจัดสรรต้นทุนและวางแผนรับมือล่วงหน้า
ศุภจี ตั้งเป้าปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไม่คุ้มทุนสู่ ‘พืชเศรษฐกิจใหม่‘ จำนวน 1 ล้านไร่ พร้อมเตรียมโมเดล ‘ล้งกลาง’ เพื่อแก้ไขปัญหาราคาพืชผล เช่น มะพร้าวน้ำหอม และตัดวงจรการกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง
“เราต้องการเปลี่ยนประเทศให้สู้ได้ในเวทีโลกอย่างไม่อายใคร หากเราแก้ปัญหาภาคการเกษตรและสร้างความยั่งยืนได้ ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง”
— ศุภจี กล่าวทิ้งท้าย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/bhumjaithai-party-s-major-seminar&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WtHAkgozGPc9dcvvqVtsd

