• Fri. Nov 6th, 2026

กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.4-2.6% ส่งออกพุ่ง 18-22%

กกร-ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โต-24-2.6%-ส่งออกพุ่ง-18-22%กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้โต 2.4-2.6% ส่งออกพุ่ง 18-22%

กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เป็นขยายตัว 2.4-2.6% ส่งออกคาดโตพุ่ง 18-22% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับลงเหลือ 2.1-2.5% เตือน! ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกปรับตัวสูงขึ้น ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เห็นชอบการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยสำหรับปี 2569 โดยในส่วนของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP)

ได้ปรับขึ้นเป็น 2.4-2.5% จากเดิม 2.1-2.5% การส่งออกปรับขึ้นเป็น 18-22% จากเดิม 12-16% และอัตราเงินเฟ้อปรับลงเหลือ 2.1-2.5% จากเดิม 2.5-3.0% ทั้งนี้ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกปรับตัวสูงขึ้น และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากทั้งราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูงราว 105-110 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงต้นเดือน พ.ย. และมีแนวโน้มสูงต่อไปตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผ่านสู่ภาระค่าครองชีพ และกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่ภาครัฐมีข้อจำกัดในการใช้มาตรการทางการคลังมากขึ้น

ก่อกระแสลุกลามเป็นการชุมนุมประท้วงในหลายประเทศของยุโรป ด้านตลาดการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อภาวะฟองสบู่ในกลุ่ม AI ปัจจัยเหล่านี้ จะสร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า สำหรับการปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ทำให้เห็นภาพภาคการผลิตที่เติบโต โดยดัชนี MPI ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 69 เติบโต 2.6% ต่างจากดัชนีเดิมที่ชี้ว่าภาคการผลิตหดตัว

โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ที่เติบโตถึง 18.9% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับ FDI ที่เร่งตัวขึ้นในช่วงก่อนหน้า และการส่งออกที่มีการเติบโตสูงในปีนี้ ดัชนี MPI ใหม่ช่วย ให้ข้อมูลภาคการผลิตสอดคล้องกับเทรนด์ดิจิทัลของโลก ที่ขับเคลื่อนการส่งออก และเศรษฐกิจได้ดีขึ้น คาดว่าการปรับปรุงดัชนี MPI ทำให้ประมาณการ GDP ปี 69 ปรับขึ้นเป็น 2.4-2.6% จากเดิม 2.1-2.5% นายพจน์ ระบุ ขณะเดียวกัน กกร. มีความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ

ที่เป็นไปในลักษณะ K-shape มากขึ้น สะท้อนจากดัชนี MPI ใหม่ที่กลุ่ม K ขาบนกระจุกตัวจากกระแส AI และ Data Center ของโลก แต่มีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบนำเข้าสูงถึงราว 60% จึงส่งผ่านผลบวกต่อเศรษฐกิจจำกัด ขณะที่กลุ่ม K ขาล่างต้องเผชิญกับกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ จึงจำเป็นต้องเร่งกระจายผลจาก K ขาบน ให้เป็น ตัวเร่ง สำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทยและใช้ supply chain ไทย รวมถึงการยกระดับกลุ่ม

K ขาล่าง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และทำให้ธุรกิจไทยสามารถได้รับประโยชน์ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ทั่วถึงได้มากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งเป็นเสาหลักที่มีมูลค่า และความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยสูงถึง 10% ของ GDP พร้อมช่วยรักษาการจ้างงานกว่า 800,000 คน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3,000 ราย โดยมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี

2570 เติบโตได้ไม่น้อยกว่า 7% ต่อปี และผลักดันยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศให้กลับขึ้นสู่ระดับ 1.55 ล้านคันต่อปี อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์แห่งอนาคต และชิ้นส่วนมูลค่าเพิ่มสูง (E-Parts/CAV) ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนตั้งฐานผลิต และศูนย์วิจัยพัฒนา (R&D) จากพันธมิตรระดับโลกจากต่างประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยสู่ฐานการผลิตและส่งออกระดับสากล อ่านข่าวเพิ่มเติม

  • กกร. เคาะเป้า GDP ปี 69 ขยายตัว 2.1-2.5% ชงรัฐปลดล็อกส่งออกดีเซล – กกร. คงเป้าเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 1.6-2.0% มองยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง! – ‘เอกนิติ’ ผนึกกำลัง กกร. เดินหน้า Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจ ติดตามเราได้ที่ – เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/ – Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight – X: https://twitter.com/BangkokInsight – Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/ – Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

อ่านข่าวต้นฉบับ: thebangkokinsight

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fti.or.th/ids/economic-watch/134-jcc-adjusts-thai-economic-forecast-for-this-year-to-grow-2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rdyvU2MsGW0byg0l6_d42