• Sat. Mar 7th, 2026

แผนนรก! อดีตพี่เขยไทย หลอกเมียเก่าดึงน้องสาววัย 15 ช่วยเลี้ยงหลาน ก่อนบีบคอข่มขืนยับ ย้ำแค้นเมียทิ้ง | เดลินิวส์

แผนนรก!-อดีตพี่เขยไทย-หลอกเมียเก่าดึงน้องสาววัย-15-ช่วยเลี้ยงหลาน-ก่อนบีบคอข่มขืนยับ-ย้ำแค้นเมียทิ้ง-|-เดลินิวส์แผนนรก! อดีตพี่เขยไทย หลอกเมียเก่าดึงน้องสาววัย 15 ช่วยเลี้ยงหลาน ก่อนบีบคอข่มขืนยับ ย้ำแค้นเมียทิ้ง | เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ต้นอ้อ-ชลิดา พะละมาตย์ หรือที่รู้จักในชื่อ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” มูลนิธิเป็นหนึ่ง ผู้เป็นกระบอกเสียงช่วยเหลือสังคมและผู้เสียหายในคดีต่างๆ ได้พาสองพี่น้องชาวลาวคือ นางสาวฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี และน้องสาวชื่อเด็กหญิงแดง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ที่ถูกอดีตพี่เขยซึ่งเป็นคนไทยล่วงละเมิดทางเพศ เดินทางมายังสำนักงานเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวนครพนม (บพด.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อแถลงถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยมี นายวีระศักดิ์ ทิพย์วงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ร่วมรับฟังด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ บพด.ได้แยกน้องแดงผู้ถูกกระทำไปไว้อีกห้องหนึ่ง เพราะไม่อยากให้เด็กได้รับรู้เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเองอีก แต่จะมีพี่สาวคือ นางสาวฟ้าเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ฟังเป็นเบื้องต้น

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวว่า สองพี่น้องเป็นคนเมืองไกสอน แขวงสะหวันนะเขต  สปป.ลาว ได้ร้องขอความเป็นธรรมมายังมูลนิธิเป็นหนึ่ง เนื่องจากน้องสาวอายุ 15 ปี ถูกอดีตพี่เขยบีบคอทำร้ายร่างกายและข่มขืน ในช่วงเวลาประมาณตีสาม วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมที่ผ่าน ในบ้านของผู้ถูกกล่าวหา

นางสาวฟ้า เล่าว่า ได้ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย ตั้งแต่อายุแค่ 15 ปี และอยู่กินฉันสามีภรรยากับนายเสือ (นามสมมุติ) ที่เป็นคนไทยจนมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 7 ขวบและคนเล็กอายุ 4 ขวบ ต่อมาได้จบการครองคู่แบบไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตนจึงหอบเสื้อผ้าออกมาเช่าบ้านอยู่ แต่ไม่ไกลจากบ้านอดีตสามี เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ซึ่งฝ่ายชายรับเลี้ยงดูบุตรทั้งสอง ส่วนตนก็ไปเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง และได้สามีใหม่

ก่อนเกิดเหตุประมาณสองสัปดาห์ อดีตสามีได้ติดต่อไปยังพ่อแม่ของตนที่อยู่ สปป.ลาว ทาง Facebook เสนอให้น้องสาวตนคือน้องแดงมาช่วยเลี้ยงหลาน จะได้มีค่าขนมเดือนละ 2,000-3,000 บาท เพราะอยู่ที่ฝั่งลาวก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ผู้เป็นแม่ก็หวังดีให้น้องแดงไปช่วยเลี้ยงหลานให้พี่สาว แต่ตนพยายามห้ามว่าอย่ามาเด็ดขาด เพราะชีวิตคู่กับเขาจบกันไม่ดี กลัวน้องจะเกิดอันตราย แต่ทางแม่ก็ยังยืนยันให้น้องสาวข้ามมาฝั่งไทย ยอมรับว่าข้ามมาโดยผิดกฎหมาย 

อยู่ได้เพียง 2 สัปดาห์ ก็เกิดเหตุการณ์อันเลวร้าย ในคืนวันเกิดเหตุขณะตนทำงานอยู่ น้องสาวได้เดินมาหาและร้องไห้ บอกว่าโดนผัวเก่าพี่บีบคอและข่มขืน ตนจึงโทรฯ ไปหาอดีตสามีว่า “ทำไมทำกับน้องแบบนี้ เขาคือเด็กบริสุทธิ์ ไม่เคยมีแม้กระทั่งแฟน มาย่ำยีน้องทำไม” ฝ่ายอดีตสามีตอบมาว่า เดี๋ยวหาเงินไปสู่ขอ ซึ่งตนไม่ต้องการ และได้พูดต่อว่า “แค้นเค้าไม่มาลงที่เค้า ทำไมวางแผนเอาน้องมาข่มขืนแบบนี้” จากนั้นได้โทรฯ ไปที่ สภ.ธาตุพนม เพื่อปรึกษาในการจะดำเนินคดีอดีตสามี ขณะจะแจ้งรายละเอียด ว่า บ้านฝ่ายชายอยู่ตรงไหน เหตุเกิดยังไง ตำรวจผู้รับโทรศัพท์ตอบสวนกลับมาว่า ตำรวจต้องจับคุณกับน้องสาวกลับประเทศ เพราะมาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงก็ต้องจับส่งกลับประเทศ ตนจึงตอบกลับไปว่ายอมกลับประเทศ แต่ขอความเป็นธรรมให้น้องสาวก่อนได้ไหม จะให้ผู้กระทำลอยนวลไปแบบนี้ โดยที่ไม่มีความผิดเลยหรืออย่างไร

รุ่งขึ้นวันต่อมามีกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจร่วมกับนักข่าวไม่ทราบสังกัด มาที่บ้านอดีตสามี เจตนาเพื่อมาจับตนกับน้องสาวส่งกลับประเทศ โดยไม่มีการสอบถามหรือช่วยเหลือในทางคดี นางสาวฟ้าและน้องแดงจึงพากันหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ก่อนจะร้องขอความเป็นธรรมไปยังมูลนิธิเป็นหนึ่ง

ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง เล่าเสริมว่าเบื้องต้นจะใช้ที่ว่าการอำเภอธาตุพนม เป็นที่แถลงข่าว ต่อหน้านายอำเภอ แต่ห้องประชุมไม่ว่างจึงเปลี่ยนมาใช้สถานที่เทศบาลตำบลธาตุพนม เพราะสองพี่น้องไม่มั่นใจเจ้าหน้าที่บางหน่วยงาน และมีความกลัวว่าจะถูกส่งกลับประเทศ โดยผู้ก่อเหตุย่ำยีน้องสาวลอยนวล

โดยทางด้าน บพด.นครพนม ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหาย ด้วยการนำตัวสองพี่น้องไปอยู่ในความดูแล พร้อมเป็นธุระในการพาไปตรวจร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม  ส่วนกรณีที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายนั้น จะประสานทางยังตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยไม่ไปขัดกับกฎหมาย

ต่อจากนั้นต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ได้พานางสาวฟ้าไปพบกับ พ.ต.ท.วิศาล ใจศิริ รอง ผกก.สอบสวน สภ.ธาตุพนม เพื่อแจ้งความเป็นเบื้องต้นแทนน้องสาว ที่ต้องสอบสวนต่อหน้าสหวิชาชีพ เนื่องจากผู้เสียหายยังเป็นเยาวชน ซึ่งพนักงานสอบสวน ยืนยันสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้แน่นอน

ด้าน พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม เปิดเผยว่าในเบื้องต้น จากการสอบถามร้อยเวร ยังไม่มีการแจ้งความใดๆ แม้จะผ่านมาเกือบสัปดาห์ ถ้าหลักฐานไปถึงไหนก็ดำเนินคดีได้ โดยเฉพาะทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเบื้องต้นจะไปเชิญตัวนายเสือ ผู้ถูกกล่าวหามาสอบถามข้อเท็จจริง ถ้าไม่มาก็จะออกหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5656705/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FDzP2LX9GXh1Cj66T4Z1C