• Sat. Mar 14th, 2026

เปิดประวัติ “วราวุธ ศิลปอาชา” ลูกไม้ใต้ต้น “บรรหาร” สู่ขุนพลข้างกายหลายรัฐบาล

เปิดประวัติ-“วราวุธ-ศิลปอาชา”-ลูกไม้ใต้ต้น-“บรรหาร”-สู่ขุนพลข้างกายหลายรัฐบาลเปิดประวัติ “วราวุธ ศิลปอาชา” ลูกไม้ใต้ต้น “บรรหาร” สู่ขุนพลข้างกายหลายรัฐบาล

เปิดเส้นทาง “ลูกท็อป” ลูกไม้ใต้ต้น “มังกรสุพรรณ” บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ ในการสานฝันต่อให้กับตระกูล “ศิลปอาชา”

นายวราวุธ เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2516 เป็นบุตรชายคนเล็กของนายบรรหาร และคุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา เริ่มต้นชีวิตการศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนบินลัดฟ้าไปคว้าปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตจาก University College London (UCL) และปริญญาโท MBA ด้านการเงินจาก University of Wisconsin-Madison สหรัฐอเมริกา รากฐานการศึกษาที่แข็งแกร่งทำให้เขากลายเป็นนักการเมืองที่มีทักษะการสื่อสารระดับสากลและมีความคิดที่เป็นระบบ

ก้าวย่างแรกบนเส้นทางการเมือง เขาเริ่มต้นเส้นทางตามรอยบิดาด้วยการเป็น สส. สุพรรณบุรี สังกัดพรรคชาติไทย ตั้งแต่ปี 2544 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แม้จะเคยเผชิญมรสุมการเมืองถูกตัดสิทธิ 5 ปีจากคดียุบพรรคชาติไทย แต่เขาก็ไม่ได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ โดยหันไปทำหน้าที่ประธานสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี จนสร้างชื่อให้ทีมฟุตบอลท้องถิ่นโด่งดังไปทั่วประเทศ

เมื่อกลับคืนสู่สังเวียนการเมืองในนาม “พรรคชาติไทยพัฒนา” นายวราวุธได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีผลงานเด่นเรื่องการรณรงค์แบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และการแก้ปัญหาโลกร้อนในเวทีระดับโลก

ต่อมาในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้าน การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มุ่งเน้นการดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นภารกิจท้าทายในการวางรากฐานทางสังคมให้แข็งแกร่ง

ด้านชีวิตส่วนตัว นายวราวุธสมรสกับนางสุวรรณา ศิลปอาชา ผู้เป็นกำลังหลักในวงการกีฬาไอซ์สเก็ตของไทย มีบุตรด้วยกัน 3 คน ซึ่งลูกสาวคนโต “น้องเทมส์” ก็ดำเนินรอยตามมารดาด้วยการเป็นนักกีฬาฟิกเกอร์สเก็ตติ้งทีมชาติไทย สะท้อนให้เห็นภาพครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับทั้งงานเมืองและงานกีฬาควบคู่กัน

การขยับมารับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรมของนายวราวุธในครม. “อนุทิน 2” ถูกมองว่าเป็นจังหวะสำคัญในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย โดยดึงเอาภาพลักษณ์นักการเมืองหัวสมัยใหม่และ “มือประสานสิบทิศ” มาเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างนโยบายรัฐและภาคธุรกิจเอกชน โดยมี 3 ภารกิจหลักพลิกโฉมวงการอุตสาหกรรม Industrial Green Transformation นำประสบการณ์จากกระทรวงทรัพยากรฯ มาปรับเปลี่ยนภาคอุตสาหกรรมไทยให้เข้าสู่มาตรฐาน Net Zero เพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม

EV Ecosystem & Hub เร่งผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกหลักของภูมิภาค SME Digitalization ปฏิรูปผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนั้นการเข้ามารับหน้าที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การดูแลโรงงาน แต่เป็นการนำ “ความยั่งยืน” มาเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2920027&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gzIF_MbJ9KyAXHYPDHB14