• Thu. Apr 23rd, 2026

พิธีรำลึกครบรอบ 40 วันแห่งการถึงแก่อสัญกรรมของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ภายใต้หัวข้อ “รำลึกอัรบะอีน

และการเน้นย้ำเอกภาพของประชาชาติอิสลามในประเทศไทย” ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 14.00–15.30 น. ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร โดยมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านศาสนา การเมือง และวัฒนธรรม จากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

บุคคลสำคัญที่เข้าร่วมในพิธี ได้แก่ ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีแห่งประเทศไทย   ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ท่านอิหม่ามชาฟิอี  นภากร อิหม่ามประจำมัสยิดศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย คุณอรรถ นานา รองประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผศ.มนัส เกียรติธารัย อดีตประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ตลอดจนนักวิชาการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สาระสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกย่องบทบาทความเป็นผู้นำของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี พร้อมทั้งพิจารณามิติด้านบุคลิกภาพ แนวคิด และบทบาททางการเมืองของท่าน ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพของประชาชาติอิสลาม ท่ามกลางบริบทของโลกมุสลิมที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในหลากหลายมิติ

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้กล่าวถึงบทบาทอันทรงอิทธิพลของผู้นำผู้ล่วงลับ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสืบสานแนวทางและอุดมการณ์ของท่าน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ศักดิ์ศรีแห่งอิสลาม และความเป็นเอกภาพของประชาคมมุสลิม โดยเห็นว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชาติมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและราชอาณาจักรไทย

ดร.เมห์ดี ซาเร ทูตวัฒนธรรมสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้กล่าวเปิดงานโดยแสดงความยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมทั้งระบุว่าพิธีในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการพิจารณาเชิงลึกถึงมิติทางบุคลิกภาพของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรจำกัดการวิเคราะห์ท่านไว้เพียงในกรอบของผู้นำทางการเมือง หากแต่ควรพิจารณาในฐานะสัญลักษณ์ของการบูรณาการระหว่างจริยธรรม จิตวิญญาณ และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแบบอย่างของภาวะผู้นำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่ามนุษย์อย่างเด่นชัด

ในลำดับถัดมา วิทยากรได้กล่าวถึงเส้นทางชีวิตของผู้นำท่านดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าการเติบโตในครอบครัวที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและอยู่ในสภาพแวดล้อมทางวิชาการ ได้มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมบุคลิกภาพที่เปี่ยมด้วยความตระหนักรู้และความมุ่งมั่นตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต อีกทั้งประสบการณ์ชีวิตที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในช่วงการต่อสู้ทางการเมือง ยังได้เสริมสร้างความอดทน ความเข้มแข็ง และวิสัยทัศน์เชิงอนาคต ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้นำ

ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีแห่งประเทศไทยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยระบุว่าการสูญเสียในครั้งนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงในระดับชาติ หากแต่เป็นความสูญเสียของประชาชาติอิสลามโดยรวม พร้อมทั้งกล่าวว่าบุคลิกและบทบาทของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในโลกมุสลิม และได้รับการยอมรับในฐานะสัญลักษณ์ของผู้นำทั้งในมิติทางศาสนาและสังคม

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของผู้นำท่านดังกล่าวในการพิทักษ์คุณค่าของอิสลาม โดยเฉพาะการยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกดขี่ อาทิ ประเด็นปาเลสไตน์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในหลักความยุติธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าหนึ่งในบทเรียนสำคัญจากชีวิตของท่าน คือความจำเป็นของการธำรงไว้ซึ่งความสามัคคีในหมู่มุสลิม เนื่องจากความแตกแยกภายในย่อมนำไปสู่ความอ่อนแอ และมีเพียงความเป็นเอกภาพเท่านั้นที่จะทำให้สามารถเผชิญกับความท้าทายในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฯพณฯ ดร. นัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้กล่าวในเชิงวิเคราะห์ภาพรวม โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของอิหร่านในบริบทของภูมิภาคและเวทีโลก โดยระบุว่าในฐานะที่เป็นอารยธรรมที่มีรากฐานยาวนาน อิหร่านได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางทางวัฒนธรรมและการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง และบทบาทดังกล่าวยังคงปรากฏอย่างเด่นชัดในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ วิทยากรได้เน้นย้ำว่าภาวะผู้นำของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนบทบาทดังกล่าว โดยด้วยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์และมุมมองระยะยาว ท่านสามารถเสริมสร้างศักยภาพภายในประเทศ และยกระดับอิหร่านให้เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในเวทีภูมิภาคและนานาชาติ ซึ่งเป็นผลจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างมิติทางวัฒนธรรม ความคิด และยุทธศาสตร์

ด้านฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภาไทย ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและประชาชาติอิสลาม โดยระบุว่าการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นความโศกเศร้าร่วมกันของโลกมุสลิม มิใช่เพียงในระดับชาติเท่านั้น

พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวว่าท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มิได้เป็นเพียงผู้นำทางการเมือง หากแต่ยังเป็นบุคคลสำคัญในด้านศาสนา จริยธรรม และความคิด ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการกำหนดแนวคิดร่วมสมัยของโลกอิสลาม โดยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบภาวะผู้นำที่ผสานระหว่างศาสนาและการเมืองบนพื้นฐานของคุณธรรมและค่านิยมทางศาสนา สามารถเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับความซับซ้อนของโลกยุคปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ท่านได้กล่าวเสริมว่า ผู้นำผู้ล่วงลับท่านนี้สามารถเป็นแบบอย่างของความแน่วแน่และความมุ่งมั่น ในการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมและเผชิญกับความท้าทายได้อย่างโดดเด่น