นักวิเคราะห์มองว่า ผู้นำกลุ่มหัวรุนแรงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้เข้าควบคุมกองทัพและทีมเจรจาของอิหร่านอย่างมีประสิทธิภาพแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถาบันวิจัยเพื่อการศึกษาด้านสงคราม (ISW) ในกรุงวอชิงตันระบุว่า พลตรี อาหมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และสมาชิกคนสนิทของเขา ได้เข้าควบคุมสาธารณรัฐอิสลามอย่างเป็นรูปธรรม ดังที่เห็นได้จากการโจมตีเรือที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการที่อิหร่านปฏิเสธเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันไปสู่ท่าทีที่แข็งกร้าวนี้ยังแสดงให้เห็นว่า สมาชิกที่มีท่าทีสายกลางในคณะผู้นำของอิหร่าน รวมถึง อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ถูกลดบทบาทลง
ตอนแรก อาราคชีตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายบริหารของทรัมป์ แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเรียกร้องให้ปิดช่องแคบต่อไปเนื่องจากการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ
มีรายงานว่า วาฮิดีได้รับการสนับสนุนจาก โมฮัมหมัด บาเกอร์ โซลกาเดอร์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านและอดีตทหารผ่านศึกของ IRGC ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างอำนาจของวาฮิดีในอิหร่านให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เรือจู่โจมเร็วของ IRGC ยังคงเป็นกำลังทางทะเลหลักของอิหร่านในเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ หลังจากที่การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลจมเรือรบของเตหะรานไปมากกว่า 150 ลำในช่วงสงคราม
อิหร่านโจมตีเรืออย่างน้อย 3 ลำที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งบ่งชี้ว่า จุดขนส่งน้ำมันที่สำคัญนี้ยังคงปิดอยู่ เนื่องจากเรือหลายร้อยลำยังคงติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย
พันธมิตรของวาฮิดีและโซลกาเดอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปิดล้อมทางทหารเท่านั้น โดยผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามได้ชักชวนพันธมิตรของเขาเข้าร่วมคณะผู้แทนอิหร่านเมื่อต้นเดือนนี้
โซลกาเดอร์ถูกส่งไปโดยเฉพาะเพื่อให้แน่ใจว่าคณะผู้แทนปฏิบัติตามคำสั่งของ IRGC และของ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจากบิดาตามการผลักดันของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
ISW ระบุถึงการเจรจาสันติภาพครั้งแรกว่า “โซลกาเดอร์ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังผู้นำระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งเกือบจะแน่นอนว่ารวมถึงวาฮิดีด้วยว่า อาราคชีกระทำการเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตัวเองในระหว่างการเจรจา โดยแสดงท่าทีที่ยืดหยุ่นเกี่ยวกับการสนับสนุนของอิหร่านต่อกลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน (Axis of Resistance)”
“ความโกรธของโซลกาเดอร์ทำให้ผู้นำระดับสูงในอิหร่าน รวมถึงอดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของ IRGC และสมาชิกคนสนิทของมุจตาบามานานอย่าง ฮอสเซน ทาเอ็บ เรียกคณะเจรจากลับอิหร่าน” ISW ระบุ

พันธมิตรของวาฮิดีทำให้เขากลายเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในอิหร่าน นอกเหนือจากคาเมเนอี ซึ่งยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศครั้งแรกของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งคร่าชีวิตบิดาของเขาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ
นี่ทำให้วาฮิดีและ IRGC อยู่เหนืออาราคชีและ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาอิหร่าน ที่แม้ว่าจะมีท่าทีต้อต้านสหรัฐฯ แต่ก็ถูกมองว่าเป็นกลุ่มสายกลาง
ISW ตั้งข้อสังเกตว่า สถานการณ์ดังกล่าวบั่นทอนการเจรจาของอาราคชีและกาลิบาฟกับสหรัฐฯ เนื่องจากทั้งสองขาด “อำนาจต่อรองหรืออำนาจบริหารอย่างเป็นทางการในการกำหนดทิศทางการตัดสินใจ”
นอกจากนี้ ยังบั่นทอนคำกล่าวอ้างของรัฐบาลทรัมป์ที่ว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับระบอบการปกครองที่ปฏิรูปแล้ว หลังจากสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านหลายสิบคนในช่วงสงคราม
และเนื่องจากยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอนสำหรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จึงยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่า การหยุดยิงที่เปราะบางนี้ จะได้รับการขยายออกไปเกินกำหนดเส้นตายหรือไม่
Photo by – / AFP
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/islamic-guard-takes-full-control-of-iran-sidelines-moderates&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bltRZ-FyMu8BR5kUr3yay

