• Sat. Mar 7th, 2026

นักวิจัยธรณี แนะเร่งสำรวจแอ่งตะกอนน้ำมันใต้ผืนแผ่นดินไทยแก้วิกฤตตื่นตูม

นักวิจัยธรณี-แนะเร่งสำรวจแอ่งตะกอนน้ำมันใต้ผืนแผ่นดินไทยแก้วิกฤตตื่นตูมนักวิจัยธรณี แนะเร่งสำรวจแอ่งตะกอนน้ำมันใต้ผืนแผ่นดินไทยแก้วิกฤตตื่นตูม

ภูมิภาค

นักวิจัยธรณี แนะเร่งสำรวจแอ่งตะกอนน้ำมันใต้ผืนแผ่นดินไทยแก้วิกฤตตื่นตูม

วันพุธ ที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.46 น.

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

วันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 09.00 น. นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาว ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงอาการเริ่มแตกตื่นของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้น และพากันเริ่มออกมาต่อแถวในปั้มเพื่อกักตุนน้ำมันกันอยู่ในขณะนี้ จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางว่า หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะรัฐบาลต้องเร่งสำรวจหาแหล่งน้ำมันในประเทศไทยของเราอย่างจริงจังได้แล้ว

หลังจากมีข้อมูลที่ไม่ใช่แต่เฉพาะเพียงตนเองที่เคยทำงานด้านการวิจัยธรณีโครงสร้างมากว่า 8 ปี เกี่ยวกับการศึกษาข้อจำกัดทางธรณีวิทยาโครงสร้างของการสำรวจก๊าซในพื้นที่ภาคอีสาน และการศึกษาธรณีวิทยาโครงสร้างพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีการค้นพบโครงสร้างแอ่งตะกอนชั้นหินมีโซโซอิก ที่มีอายุในช่วง 100 – 200 ล้านปี ซึ่งเป็นยุคเดียวกันกับแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ทั่วโลกพบมากสุด และเป็นแอ่งชั้นหินตะกอนรูปแบบให้ปริมาณปิโตรเลียมมากและมีศักยภาพสูง เช่น เวเนซุเอลาและไนจีเรีย โดยกลุ่มจังหวัดที่พบร่องรอยแอ่งชั้นหินตะกอนนั้นอยู่ในแถบ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ และ จ.ลพบุรี นอกจากนั้นยังมีการขุดเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นหิน มีโซโซอิก ใต้แอ่ง ซีโนโซอิก มาแล้ว แต่ยังไม่มีการตามหาโครงสร้างหลักของแอ่งมีโซโซอิก กันต่อ

จากหลักฐานทางธรณีวิทยาโครงสร้าง ที่เราค้นพบว่ามีโครงสร้างของแอ่งตะกอนที่เป็นแอ่งตะกอนอยู่ในยุคมีโซโซอิกอยู่จริง ด้วยข้อมูลธรณีฟิสิกส์ที่เป็นความเข้มสนามแม่เหล็กที่บ่งชี้ว่าแอ่งตะก่อนนี้มีโอกาสที่จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ประมาณ 6 ล้านไร่ให้กับประเทศไทยได้ การสำรวจธรณีโครงสร้างนั้น จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการสำรวจทรัพยากรใต้ดิน แต่ในประเทศไทยยังสำรวจทางธรณีวิทยาไม่ครบทุกโครงสร้าง โดยที่ผ่านมามีการยึดติดอยู่กับการสำรวจปิโตรเลียมแค่เพียง 2 ยุคโครงสร้างเท่านั้น

โดยโครงสร้างหลักในการสำรวจปิโตรเลียมเป็นแอ่งซีโซโซอิกในพื้นที่ภาคกลางและทะเลอ่าวไทย และโครงสร้างรอง คือ ในแอ่งพาลีโอโซอิก ในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ในทางวิชาการประเทศไทยยังอาจมีแอ่งตะกอนอีก 1 ยุคโครงสร้างที่ซ่อนตัวอยู่และยังไม่เคยถูกสำรวจอย่างจริงจัง คือ แอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิก ทั้งที่มีหลักฐานการขุดเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นหินยุคนี้ใต้แอ่งซีโนโซอิกมาแล้ว ทั้งในอ่าวไทยและพื้นที่ภาคกลางของไทย

แต่จากการสำรวจกลับไม่ได้เดินหน้า เพื่อตามหาโครงสร้างหลักของแอ่งมีโซโซอิก ทั้งที่พบว่ามีหลักฐานสำคัญแล้วว่ามีการค้นพบปิโตรเลียมจริง ในขณะที่หลักฐานทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจยังชี้ว่า แอ่งมีโซโซอิกอาจเป็นแหล่งปิโตรเลียมรูปแบบขนาดใหญ่ เพราะเป็นยุคที่ทั่วโลกสำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมแหล่งใหญ่จำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งที่เกิดจากการสะสมของตะกอนทะเลตามที่ปิโตรเลียมแหล่งใหญ่ทั่วโลกเกิดจากการสะสมของตะกอนทะเลเช่นกัน จึงหมายความว่าประเทศไทยอาจยังไม่เคยรู้ศักยภาพที่แท้จริงของทรัพยากรพลังงานใต้ผืนแผ่นดินไทยของเรา

คำถามคือเราสำรวจครบทุกโครงสร้างแล้วหรือยัง และเรายังจะปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าพลังงาน ที่อาจเกิดจากความไม่รู้ของเราอยู่หรือไม่ หากประเทศเราหันกลับมาใช้หลักในทางธรณีวิทยาโครงสร้างอย่างเป็นระบบในการสำรวจ เช่น เดียวกันกับที่ในหลายประเทศทั่วโลกที่มีการสำรวจแล้วค้นพบแหล่งปิโตรเลียม หรือแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ในอดีต เราก็อาจมีโอกาสค้นพบแหล่งทรัพยากรที่มีศักยภาพมากขึ้น

ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องในทางวิชาการ แต่เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายของประชาชน ค่าน้ำมัน ค่าพลังงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว “ประเทศเราอาจจะไม่ได้จนทรัพยากร แต่อยู่ที่ว่าเราจะกล้าใช้ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสำรวจและบริหารทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังหรือไม่” เพราะความหวังของ ปชช.ทั้งประเทศ อาจยังอยู่ที่ใต้ผืนแผ่นดินของเราที่กำลังรอการสำรวจอย่างจริงจังและเป็นระบบ ตามหลักวิชาการ นายอารักษ์ กล่าว
 

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468040&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QkiSGo9QgnrPWl6XX_aak