ข้อมูลของหน่วยงานดังกล่าว ระบุว่า พื้นผิวของธารน้ำแข็ง ลดลงจาก 5 ตารางกิโลเมตรในศตวรรษที่ 19 เหลือเพียง 0 ตารางกิโลเมตรในปัจจุบัน
แถลงการณ์ของ IDEAM ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความความจริงที่กำลังเปลี่ยนแปลงดินแดนโคลอมเบียอยู่แล้ว และสิ่งที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสมดุลของระบบนิเวศเหล่านี้ด้วย
เทือกเขาแอนดีสในโคลอมเบีย เช่นเดียวกับระบบนิเวศในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมาก โดยเป็นที่อยู่อาศัยของคอนดอร์หรือนกแร้ง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หมีแว่น (Spectacled Bear)ข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมของโคลอมเบีย ระบุว่า เทือกเขาเซียร์รา เนวาดา เดล โกกุยที่มียอดเขาสูงกว่า 5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็น 1 ใน 6 ของระบบธารน้ำแข็งแห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในประเทศ โดยพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งได้ลดลงไปแล้ว 90% ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
ธารน้ำแข็งมีบทบาทสำคัญในการหล่อเลี้ยงแหล่งน้ำจืดของเทือกเขาแอนดีส ช่วยค้ำจุนระบบนิเวศบนภูเขา และมีความสำคัญต่อการชลประทานทางการเกษตร การประมง และกิจกรรมของมนุษย์อื่นๆ ตามข้อมูลของ โครงการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Climate Change Service: C3S) ของสหภาพยุโรป และ Berkeley Earth องค์กรวิจัยไม่แสวงกำไรในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ระบุว่า ในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา ถือเป็น 11 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลมา
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อเดือนมกราคม ปี 2023 คาดการณ์ว่า ว่า ราวครึ่งหนึ่งของธารน้ำแข็งบนโลกจะละลายหายไปภายในปี 2100 แม้ว่าทั่วโลกจะสามารถบรรลุเป้าหมายของข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ในการจำกัดอุณหภูมิโลกให้เพิ่มขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสก็ตาม
ที่มา: The Strait Times
https://www.straitstimes.com/world/global-warming-causes-colombian-glacier-to-disappear
Credit ภาพ: IDEAM, Copernicus Sentinel Data, Reuters
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/863044&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UqlIU2atCpKFXN9WepYnQ

