• Sat. Mar 7th, 2026

ทีมข่าวเวิร์คพอยท์23 รับรางวัลดีเด่นเวที ‘สื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน 68’

ทีมข่าวเวิร์คพอยท์23-รับรางวัลดีเด่นเวที-‘สื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน-68’ทีมข่าวเวิร์คพอยท์23 รับรางวัลดีเด่นเวที ‘สื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน 68’

(28 ก.พ. 69) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดงานพิธีมอบรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำปี 2568 ที่ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้สื่อมวลชนตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนการนำเสนอข่าวสารด้วยความเคารพส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนให้เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย

.

สำหรับปี 2568  ทางแอมเนสตี้ได้จัดมอบราฃวัลให้สื่อมวลชน 4 ประเภท ได้แก่

.

1.ข่าวหรือสารคดีประเภทสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์

2.ข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อโทรทัศน์(ความยาวไม่เกิน 20 นาที)

3. ข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวที่นำเสนอในรูปแบบคลิป(วิดีโอออนไลน์ความยาวไม่เกิน 15 นาที)

4. ภาพถ่ายในหัวข้อ ”สิทธิมนุษยชน“ สำหรับสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไป

.

สำหรับครั้งนี้ ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ 23 โดยคุณพรทิพย์ โม่งใหญ่ บรรณาธิการข่าวโต๊ะรายงานพิเศษได้รับรางวัลข่าวหรือสารคดีเชิงข่าว ประเภทสื่อโทรทัศน์(ความยาวไม่เกิน 20 นาที) ดีเด่น จากผลงานชุด “หลอกเหยื่อเยาวชนทำงานแก๊งคอล” ซึ่งผลงานชุดนี้ คุณพรทิพย์ โม่งใหญ่ ได้ลงพื้นที่แกะรอยเส้นทางแก็งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเยาวชนอายุ 14 ปี ข้ามชายแดนไทยไปกัมพูชา และถูกขายต่อเป็นทอดๆ  

.

โดยคุณพรทิพย์ ได้เข้าไปสำรวจ ค้นหาจุดที่คาดว่าเป็นที่ตั้งสแกมเมอร์ และได้บันทึกภาพเป็นหลักฐาน ซึ่งในระหว่างที่ทีมข่าวลงพื้นที่พบเยาวชนอายุ 17 ปี ที่ถูกแก็งสแกมเมอร์หลอกลวงกำลังรอความช่วยเหลือที่หน้าด่าน ทีมข่าวได้รับการประสานงานจึงเข้าไปทำข่าวและช่วยเหลือเยาวชนกลับเข้าสู่อ้อมกอดของครอบครัวได้อีกครั้ง

.

สำหรับผลงานข่าวที่ส่งเข้าชิงรางวัลประเภทข่าวและสารคดีข่าวโทรทัศน์ความยาวไม่เกิน 20 นาที มี 14 ผลงาน จาก 6 สถานี ผ่านเข้ารอบเหลือ 4 ผลงาน รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่

.

1. ผลงานชุด “ขุมนรกเมียวดี: ชะตาชีวิตเหยื่อค้ามนุษย์” สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี 32

2. ผลงานเรื่อง “ชีวิตเด็กในศูนย์พักพิงชั่วคราว จากเหตุประทะชายแดน ไทย-กัมพูชา” ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ(The Active) ไทยพีบีเอส

3. ผลงานชุด “สารพิษปนเปื้อน”ภัยเงียบเหมืองแร่เมียนมาร์” สถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31

.

ส่วนรางวัล ข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวประเภทสื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ ปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 56 ชิ้นงานจากทั้งสิ้น 26 สำนักข่าว รางวัลดีเด่น คือ ผลงานเรื่อง “เมื่อความตายถูกยกย่อง เหตุใดศพผู้ถูกวิสามัญฆาตกรรมในจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับการสรรเสริญ” สำนักข่าวบีบีซีไทย

.

ส่วนประเภท ข่าวหรือสารคดีเชิงข่าวที่นำเสนอในรูปแบบคลิปวิดีโอออนไลน์(ความยาวไม่เกิน 15 นาที)

รางวัลดีเด่น คือ ผลงานเรื่อง “ปลาหมอคางดำ: กลืนพันธุ์สัตว์เขมือบรัฐไทย อาชญากรรมครั้งใหญ่จากทุนผูกขาด” จากสำนักข่าว The101.world

.

ส่วนรางวัลภาพถ่ายในหัวข้อ “สิทธิมนุษยชน” ในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวด 44 ชุดภาพ ซึ่งรางวัล 3 อันดับแรก ได้แก่

.

รางวัลที่1 คือ ผลงานชุด “ชีวิตบนดินแดนที่ไม่รู้จักของ ’แรงงานเมียนมาร์‘ วันธรรมดาที่ต้องทำงานเติมฝันเพื่อครอบครัวและประชาธิปไตย” ผลงานของ ธเนศ แสงทองศรีกมล

.

รางวัลที่2 คือ ผลงานชุด “พ้นพันธนาการ: การกลับคืนสู่สังคมของผู้พ้นโทษ LGBTQ+” ผลงานของ วรุตม์ พงศ์พิพัฒน์

.

รางวัลที่3 คือ ผลงานชุด “Labor Day” ผลงานของ ภรัณยู วรรณศรีพิศุทธิ์

.

นอกจากนี้ในงานมอบรางวัลยังมีเวทีเสวนา “การนำเสนอข่าวไม่ใช่อาชญากรรม” จัดโดย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นต่อกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ดำเนินคดีต่อช่างภาพข่าว หรือ สื่อมวลชน จากการรายงานและบันทึกภาพบรรยากาศการเลือกตั้งที่ผ่านมา

.

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภาและอดีตบรรณาธิการสำนักข่าวประชาไท กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนความท้าทายด้านสิทธิเสรีภาพที่สื่อมวลชนและประชาชนกำลังเผชิญ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ข้อกล่าวหาในลักษณะคดีความมั่นคง เช่น อั้งยี่หรือยุยงปลุกปั่น อาจไม่สมดุลกับการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ ซึ่งเป็นการบันทึกภาพบรรยากาศการใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงประเด็นการตั้งคำถามเรื่องบัตรเลือกตั้งและระบบบาร์โค้ด ซึ่งเป็นข้อถกเถียงในสาธารณะ

.

นายเทวฤทธิ์เห็นว่า เป้าหมายของ กกต. คือการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมือง แต่การฟ้องร้องสื่อหรือประชาชนที่เข้าไปตรวจสอบ อาจส่งผลให้เกิดบรรยากาศความกังวล และกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง ทั้งในกลุ่มผู้แพ้และผู้ชนะ พร้อมระบุว่าจะมีการเชิญผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทน กกต. เข้าชี้แจงในชั้นกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ และไม่ขัดต่อหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือไม่

.

นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ผ่านมา เช่น กรณีการร้องเรียนการนับคะแนนในบางพื้นที่ ที่นำไปสู่การดำเนินคดี ซึ่งอาจทำให้ประชาชนลังเลที่จะลุกขึ้นตรวจสอบ ทั้งที่การมีส่วนร่วมและการตั้งคำถาม ถือเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองความสุจริตของการเลือกตั้ง

.

ด้าน ด.ร.สังกมา สารวัตร อาจารย์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า เสรีภาพสื่อเป็นหลักการพื้นฐานของวิชาชีพ และเป็นรากฐานของสังคมประชาธิปไตย การใช้กระบวนการทางกฎหมายกับสื่อมวลชน อาจส่งผลต่อสิทธิการรับรู้ของประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจของความโปร่งใส พร้อมเสนอให้หน่วยงานรัฐใช้โอกาสนี้สื่อสารข้อเท็จจริงอย่างเปิดเผย ชัดเจน และตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของสาธารณะ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/special-report/NNaZmBkBF&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GS9gckSx0KhHvvasp0YlL